เริงโลกด้วยจิตรื่น : การเกิดขึ้นของ ‘จิตรู้’

4.06.23 | 12:44 น.

เริงโลกด้วยจิตรื่น : การเกิดขึ้นของ ‘จิตรู้’

ในวันที่ตั้งใจฝึกให้กินโดยไม่ติดใจในรสอาหาร กินแค่ว่าร่างกายต้องการสารอาหารไปหล่อเลี้ยงให้ชีวิตดำเนินต่อไป

กินแค่กิน ฝึกไม่ให้ความชอบหรือไม่ชอบในอาหารนั้นมาเป็นตัวกำหนดให้เกิดความอยากกินนั่น ไม่อยากกินนี่

มันไม่ใช่การกดข่มความอยากไว้ แบบหลับหูหลับตาฝืนกินเข้าไปโดยอาศัยความอดทนเป็นตัวจัดการ

แต่เป็นการมองเข้าไปในจิตที่เกิดความอยาก มองอย่างพร้อมเข้าไปทำความเข้าใจ เห็นเหตุที่ก่อให้เกิดความอยากนั้น ความรู้สึกชอบใจ จดจำความชอบนั้น ร่ำร้องที่จะได้ลิ้มลองอีก และนำเสียงร่ำร้องนั้นมาตระหนักถึงเพื่อสานต่อสู้การดิ้นรนที่จะให้ได้ลิ้มรสอย่างที่ปรารถนา

Advertisement

พินิจจนเห็นความเป็นมายาภาพของปรารถนานั้น เป็นการเสกสรรปั้นแต่งให้เกิดความติดอกติดใจ และเรียกหา

ไม่ใช่ข่มเพื่อกดความอยากไม่ให้แสดงฤทธิ์ แต่ตื่นรู้ตัวเพื่อให้เห็นการก่อตัวของฤทธิ์แห่งความอยาก

การฝึกเพื่อให้เกิดตื่นเห็นนี่เอง ที่ทำให้เกิดความเข้าใจกระจ่างว่าในจิตของคนเรานั้นประกอบด้วยจิตหลากหลายมากมายเกิดขึ้นและแปรเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่ในนั้น

จิตที่กระโดดไปกระโดดมารู้สึก นึก คิดถึงนั่นที โน่นที แล้วกลับมานี่ กระโจนไปโน่น สลับไปสลับมาในเรื่องราวต่างๆ ที่ผุดขึ้นในความคิด ในความทรงจำ

การฝึกเพื่อให้เกิดตื่นเห็นได้ปรุงสร้างจิตอีกดวงหนึ่งขึ้นมาเป็น “จิตที่ทำหน้าที่รู้เห็นจิตอื่นๆ”

การฝึกให้มีสติอยู่กับ “จิตรู้” นี่เองที่ทำให้เห็นจิตต่างๆ ที่เคลื่อนอยู่ กระโดดไปจิตแบบไหนก็เห็น

ความผูกพันกับคน กับสิ่งของ ความจดจำในเรื่องราวต่างๆ ปรารถนาให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ และการตระหนักว่าเป็นอย่างไร

เมื่อรับรู้ได้ด้วย “จิตรู้” นั้น จิตก็นิ่งขึ้น เพราะการกำหนดสมาธิไว้ที่จิตรู้ทำให้เห็นจิตต่างๆ โดยไม่ปรุงแต่ง แค่เห็นและรู้ตามที่จิตต่างๆ เป็นไป

เห็นแต่จิตที่เกิดขึ้น และแปรเปลี่ยนไปตามเหตุต่างๆ ที่เป็นไปตามความรู้สึก นึก คิดที่เปลี่ยนแปลง

เป็นแค่เห็นเฉยๆ

การฝึกที่ยังไม่เข้มข้นพอ ทำให้บ่อยครั้งที่หลุดจากจิตรู้ไปเคลื่อนอยู่ในบางจิตที่ถูกปรุงแต่ง และปรุงต่อด้วยความอยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามความพอใจ

แต่เมื่อถึงเวลาอาหาร ความตั้งใจที่จะกินแบบแค่กิน ไม่ปล่อยให้ความพอใจ ที่ความเคยชินสร้างขึ้นมา ทำให้สติกลับมาที่ “จิตรู้”

เมื่อรักษาการอยู่กับจิตรู้ไว้บ่อยๆ ให้นานขึ้นเรื่อยๆ การเห็นจิตอื่นๆ โดยไม่เข้าไปปรุงแต่งเกิดบ่อยขึ้น จนที่สุดเป็นความเคยชินใหม่ที่ความตื่นตัวอยู่กับจิตรู้

สมาธิที่อยู่กับการเห็นเฉยๆ จะง่ายขึ้นจากความเคยชินที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้น

ความตั้งใจฝึกฝนอะไรสักอย่างเป็นจุดเริ่มต้น

ความเข้าใจว่าในจิตดวงเดียวกันนั้นแบ่งย่อยได้หลากหลายจุดที่ทำให้เกิดการกำหนดรู้

การปรุงสร้างจิตรู้ขึ้นมาทำให้เริ่มเข้าใจ เรื่อง “ไม่ส่งใจออกนอก” หรือ “ปฏิบัติด้วยการเฝ้าดูจิตเราเอง”

“ความสงบ” เกิดเมื่อมีสมาธิอยู่กับจิตรู้