แท๊งก์ความคิด:ฝันถึงซอฟต์เพาเวอร์

4.06.23 | 13:00 น.
ฝันถึงซอฟต์เพาเวอร์

ฝันถึงซอฟต์เพาเวอร์

จบไปแล้วพร้อมความสำเร็จ ต้องปรบมือให้งาน “Upskill Thailand 2023 ถึงรส ถึงชาติ” ที่เครือมติชน โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม และมติชนอคาเดมี จัดขึ้น

สถานที่จัดงานคือมติชนอคาเดมี ข้างบริษัทข่าวสด จำกัด ที่แม้จะมีเนื้อที่กว้างขวาง แต่พอถึงเวลางาน มีผู้สนใจมาร่วมมากจนแลดูแคบ

ผู้สนใจที่ร่วมงานมีหลากหลาย บ้างก็มาฝึกอบรม บ้างก็มาร่วมช้อปหาอาหารอร่อยกิน บ้างก็มาฟังเสวนา

เครือมติชนจัดงานแต่ละงานมีจุดเด่นตรงที่ตอบสนองคนอยากรู้

Advertisement

เมื่อต้นปีจัดงาน ‘Knowledge Book Fair เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม’ ที่มิวเซียมสยาม ตอบสนองคนอยากรู้ด้วยการอ่าน การฟัง การทัวร์ และลงมือปฏิบัติ

มาคราวนี้ งานอัพสกิลจัดเวิร์กช็อปต้อนรับผู้สนใจ

ทุกห้องเต็มจนรู้สึกปลื้ม บูธอาหารขายเกลี้ยง เช่นเดียวกับห้องเสวนาที่มีผู้เข้าฟังล้น

ประสบความสำเร็จแบบนี้ ใครเป็นผู้จัดก็ปลื้มใจ

สำหรับเสวนาภายในงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน

วันสุดท้ายมีเสวนาเรื่อง “เจาะที่มารางวัลอาหารอร่อย จากร้านหรูสู่สตรีทฟู้ด” มีผู้ร่วมเสวนาอย่าง อาสา คำภา และ คำ ผกา

ใครไปนั่งฟังจะรู้สึกว่าคุ้มค่า เพราะทั้งสนุกและได้ความรู้

รู้เรื่องความอร่อย เรื่องวัฒนธรรมการกิน และได้ไอเดีย

นั่งฟังแล้วรู้ว่า เดิมทีคนไทยไม่มีเวลาดื่มด่ำกับความอร่อย เพราะชีวิตต้องทำมาหากิน

แค่ทำมาหากินก็หมดเวลา 1 วัน กว่าจะได้อะไรมายาไส้ก็หมดแรง

ตกเย็นก็ล้มตัวลงนอนพัก ไม่มีเวลามานั่งพินิจพิเคราะห์หาความอร่อยจากอาหาร

พอรุ่งเช้าแสงแดดจ้า ท้องเริ่มร้อง ก็ต้องออกไปทำมาหากินอีก

นอกจากเรื่องความอร่อย แล้วผู้ฟังได้เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม

ได้รู้ว่าคนไทยไม่นิยมออกไปกินนอกบ้าน

คำ ผกา ฉายภาพว่า ผู้มีฐานะเขากินข้าวที่บ้าน เป็นนัยบ่งบอกความสามารถของภรรยาในการหุงหาอาหาร

ถ้าบ้านไหนคุณผู้ชายออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อย เวรกรรมจะมาตกอยู่ที่คุณภรรยา เพราะจะถูกมองว่าขี้เกียจ

สำหรับกลุ่มคนที่กินข้าวนอกบ้านในสมัยโน้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน

ต้องกินข้าวนอกบ้าน เพราะรีบเร่ง กินเสร็จแล้วต้องไปทำงานต่อ

แตกต่างจากคนที่มีฐานะทางบ้านดี เขากินข้าวที่บ้านทั้งเช้าและเย็น บางทีก็รวมถึงกลางวันด้วย

หรือถ้าจะไปกินอาหารนอกบ้านก็ต้องมีวาระพิเศษ

วัฒนธรรมกินข้าวที่บ้านเริ่มเปลี่ยน หลังจากที่ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เขียนคอลัมน์เชลล์ชวนชิม และ นายสันติ เศวตวิมล เขียนคอลัมน์ แม่ช้อยนางรำ

ข้อน่าสังเกต คือ ทั้ง ม.ร.ว.ถนัดศรี และนายสันติ มีโอกาสไปต่างประเทศ ไปรับรู้เรื่องราวในโลกกว้าง ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คนไทยไม่เคยพบ

เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงนำประสบการณ์ที่ได้รู้มาปรับใช้

เป็นสื่อมวลชนที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารนอกบ้าน

เมื่อต่างประเทศ มี “มิชลิน ไกด์” ที่ส่งเสริมการตลาดด้วยการแนะนำร้านอาหารได้ ประเทศไทยก็มีคอลัมน์แนะนำอาหารได้เช่นกัน

ทั้ง ม.ร.ว.ถนัดศรี และนายสันติ จึงเป็นผู้ปลุกกระแสสตรีทฟู้ดในยุคแรกๆ ของไทย

ปลุกกระแสให้คนไทยสนใจออกไปหาอะไรกินนอกบ้าน

การเสวนาครั้งนี้มีข้อมูลและข้อคิดมากมาย ใครได้ไปฟังคงสนุกกับประวัติศาสตร์ และได้ไอเดียกลับไปคิด

ช่วงท้ายของการเสวนา มีไอเดียเกี่ยวกับซอฟต์เพาเวอร์ด้านอาหารที่อยากเล่าให้ฟัง

แม้ อาสา นำภา และคำ ผกา ยืนยันว่าอาหารไทยแท้ๆ นั้นไม่มี แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่สามารถสร้างซอฟต์เพาเวอร์ทางอาหารได้

คำ ผกา มองว่า ถ้าไทยปรุงอาหารของทุกชาติได้อร่อยที่สุด มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ชาวโลกก็จะหันมามองเราด้วยความชื่นชม

ถ้าไทยมีอาหารคุณภาพที่มีรสชาติอร่อย สามารถปรุงให้ถูกปากคนไทยและต่างชาติ

ในที่สุดเมื่อนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองแล้วชอบ พวกเขาก็จะบอกปากต่อปาก จนชื่อเสียงของอาหารจากเมืองไทยโด่งดัง

โด่งดังเพราะมีข้าว ปลา พืชพรรณ และปศุสัตว์ ที่มีคุณภาพ

โด่งดังเพราะเชฟของไทยสามารถปรุงอาหารได้อร่อย

อร่อยและมีคุณภาพจนชาวโลกให้การยอมรับ

หากเมืองไทยสามารถทำได้เช่นนี้ อาหารจากฝีมือคนไทยจะกลายเป็นพลังอ่อนที่มีความเข้มแข็ง

ขณะนี้มีภาคเอกชนเริ่มขยับทำเช่นนี้กันแล้ว

หากได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลและภาครัฐ ผลักดันให้อาหารจากเมืองไทยได้รับการยอมรับ

อาหารก็จะเป็นหนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ของไทย