ดีลไม่ลับ ‘ชัชชาติ-พิธา’ จับมือปูทาง World Pride 2028 พันธมิตรสานภารกิจ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกเพศ
วันนี้ 4 มิถุนายน ขบวนพาเหรดสุดปังอลังการ กำลังจะเคลื่อนผ่านย่านสำคัญของมหานครเมืองเทพสร้าง ตั้งแต่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 ยาวไปถึงลานเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์
คือเส้นทางที่กลุ่ม ‘นฤมิตไพรด์’ เป็นแม่งานร่วมกับ ‘กรุงเทพมหานคร’ ควงแขนภาคีเครือข่าย มาชิมลาง วาดสีสันลวดลายในงาน “บางกอกไพรด์ 2023” ธงสีรุ้ง ใหญ่สุด ยาวสุดในไทยแลนด์ กำลังจะถูกโบกสะบัดพัดไหวใจกลางสยาม คล้ายออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย พร้อมจะเสิร์ฟจานหลักเพื่อเป็นการปักหมุดว่า นี่คือ Pride District เมืองที่โอบรับทุกความแตกต่าง ไม่ว่าจะเพศไหน คน = คน ตะโกนบอกชาวโลกให้รู้ว่า กรุงเทพมหานคร พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2028
ย้อนกลับไปก่อนภาพนาทีประวัติศาสตร์จะถือกำเนิด คือการแสดงพลังครั้งแรกในไทย
29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวแทนภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ตัวตึงที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ แต่งแดรกควีน สวมชุดแฟนซี หลั่งไหลมารวมตัวกันโดยนัดหมาย แน่นลานใบบัว สกายวอล์กหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เรียกว่า พร้อมใจมาร่วมกันปูทาง ก้าวแรกของการผลักดันวาระสำคัญนี้ให้เกิดขึ้นจงได้
เพราะเป็นประเด็นสำคัญทางสังคม ถึงขนาด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมตรี ยังมาเป็นสักขีพยาน ร่วมเปิดภาพศิลปะบนผนังหอศิลป์ (BACC) ที่เนรมิตเป็นแลนด์มาร์กต้อนรับเดือนไพรด์ อันเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ Road To Bangkok World Pride 2028 พร้อมกับพ่อเมืองกรุงเทพฯ สุดแข็งแกร่ง อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
กระซิบกระซาบ ประกาศดีลไม่ลับ ว่าหลังจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ พร้อมชนหมัดกับรัฐบาลใหม่ เป็นพันธมิตรเดินหน้าผลักดันสารพัดวาระที่จะคุ้มครองสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ ‘พลเมืองสีรุ้ง’ (Rainbow Citizens) คนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ถูกเปิดตัวในวันนั้น แขกเหรื่อพกความหวังเดินทางมาฟังคำประกาศเจตนารมณ์อย่างจดจ่อ ไม่รีรอโหลดแอพพ์ Opn Me Wallet เพื่อลงทะเบียน รับหมายเลขพลเมืองเรนโบว์
วงดุริยางค์ ‘ราสแบนด์’ จากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โหมทำนองเร้าอารมณ์ ‘เราจะสร้างเมืองแห่งความภาคภูมิใจไปด้วยกัน’ บรรทัดต่อจากนี้คือถ้อยคำที่เหล่าพันธมิตรย้ำชัด ว่าไทยพร้อมเป็น ‘ฮับ’ แห่งความเท่าเทียม เป็นมิตรกับความหลากหลายที่สุดในเอเชีย และยังน่าอยู่สำหรับทุกเพศ
ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือ วาดดาว
ผู้อำนวยการร่วมการจัดงานบางกอกไพรด์ 2023
ก่อนหน้านี้เราพยายามทำงานกับหลายหน่วยงาน มีโอกาสพบกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ หลายคนตั้งคำถามว่า จริงๆ แอลจีบีที มีกี่คนในประเทศไทย เราได้ความร่วมมือจากเพื่อนพันธมิตรธุรกิจ ปีนี้เป็นปีแรกที่เราจะทำงานก้าวเข้าสู่การบันทึกพื้นที่ของแอลจีบีที
ประเทศไทยมีการบันทึกข้อมูลมากมาย หนึ่งในนั้นคือบัตรประชาชน แต่บัตรประชาชน ไม่ได้ครอบคลุมพวกเราจริงๆ คนที่เป็น ทรานส์เจนเดอร์ อินเตอร์เซ็กส์ นอนไบนารี่ ไม่สามารถระบุเพศของตัวเองได้ บัตรประชาชนไม่ได้ครอบคลุมเราจริงๆ จึงลองออกแบบบัตรประชาชนของพลเมืองสีรุ้งขึ้นมา ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Opn Me Wallet’ สามารถดาวน์โหลด ลงทะเบียน กดเข้าไปในส่วน ‘บางกอกไพรด์’ เพื่อเก็บภาพงานศิลปะของพวกเราได้ เราบันทึกทุกครั้งแต่พลเมืองสีรุ้งคนแรก จนกระทั่งถึงเวิลด์ไพรด์ ว่ามีจำนวนผู้มาร่วมเป็นเจ้าภาพมากขึ้นเท่าไหร่ เมื่อลงทะเบียนแล้วจะมีหมายเลขว่าเราเป็นพลเมืองคนที่เท่าไหร่ของ Rainbow Citizens ซึ่งสำคัญมาก
เรากำลังทำงานกับภาครัฐ 2 นโยบาย 2 กลไก 2 พื้นที่ด้วยกัน พื้นที่แรกคือ 1.Rainbow Cities Network คือการสร้างพันธมิตรระดับเมืองอย่าง กทม. ตอนนี้มี 52 เมือง เข้าร่วมเพื่อให้ประเทศนี้คุ้มครองแอลจีบีทีอย่างแท้จริง 2.เราตั้งใจที่จะเป็นเจ้าภาพ World Pride 2028 ที่คล้ายกับโอลิมปิก เราจะเปิดเมืองเพื่อให้ LGBTQIAN+ และความหลากหลายทางเพศได้เบิกบาน เหมือนที่เคยจัดในหลายๆ ประเทศ ซึ่งการเป็นเจ้าภาพนั้น ปีที่เราจะจัดได้คือปี 2028 เพื่อนๆ นักกิจกรรมทุกคน มีเวลาเพียง 1 ปี ในการเสนอตัวเองเข้าไปเป็นเจ้าภาพ และมีเวลา 5 ปีในการจัด ฉะนั้น การลงทะเบียน Rainbow Citizens จะยืนยันให้รัฐมองเห็นว่าตอนนี้มีคนที่เห็นด้วยกับเรากี่คนแล้ว หลักหมื่น แสน หรือล้าน นอกจากนั้น ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจในการมอบส่วนลดต่างๆ มาใส่ไว้ในนี้

‘แป้ง’ แอลจีบีที ผู้พิการทางสายตา
เรนโบว์ซิติเซ่น คนแรก หมายเลข 00001
ร่วมทำงานกับบางกอกไพรด์มาราว 4 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มประกวดนางงาม ได้รับตำแหน่งมิส I Can do it ได้ไปร่วมงานไพรด์กับองค์กรต่างๆ ตั้งแต่รู้จักกับพี่วาดดาว เริ่มต้นปี 2021 และทำมาเรื่อยๆ เป็นกระบอกเสียงบ้าง เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าบ้าง ขอฝากบางกอกไพรด์ด้วย ส่วนตัวอยากเห็นสมรสเท่าเทียม อยากให้ทุกคนมองว่า ไม่ว่ามนุษย์เพศไหนก็เป็นคนเหมือนกัน
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
งานบางกอกไพรด์ 2023 วันนี้ จะเป็นการแสดงถึงการโอบกอดเพื่อนๆ เราที่มีความแตกต่างหลากหลาย จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่ผมว่ารวมไปถึงความคิดเห็น เรื่องมุมมองต่างๆ เรื่องการเคลื่อนที่ เรื่องคนพิการ เมืองเราจะเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้ ต้องเป็นเมืองที่ยอมรับความแตกต่าง และโอบกอดเพื่อนๆ เราที่มีความแตกต่างไว้ ขณะเดียวกัน การยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางเพศ เป็นขั้นพื้นฐาน ขอให้ทุกคนร่วมงานกันอย่างมีความสุข หลายคนมาร่วมเป็นเครือข่าย ก็ต้องขอบคุณพันธมิตร เราได้ขึ้นป้ายด้านหลัง Road to Bangkok World Pride 2028 ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในอนาคตด้วย

ศานนท์ หวังสร้างบุญ
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ต้องบอกว่า ตื่นเต้นมาก กว่าจะมีวันนี้ ครบ 1 ปีพอดีที่ท่านผู้ว่าฯชัชชาติ และทีมบริหารของพวกเราเข้ามาทำงาน จำได้ว่างานแรกเราก็ไปเดินกันที่สีลม ปีนี้เราเปลี่ยนมาที่ถนนพระราม 1 ได้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงานให้เกิดงานนี้ ต้องขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกคนที่มามีส่วนร่วม ต้องบอกว่าความทุ่มเทของทุกคนทำให้เกิดวันนี้จริงๆ ผมเห็นคนพูดกันถึงเรื่องไพรด์ ติดป้ายนี้กันบนหอศิลป์ เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงมาก อยากให้ทุกคนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง มาร่วมกันเดินรณรงค์ และเราจะเดินไปถึงวันนั้นให้ได้
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯพรรค
ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ว่าฯ และคณะผู้จัด คงต้องพูดคุยกันถึงเรื่องทิศทาง และวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความเท่าเทียม ผมคิดว่าในฐานะที่จะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องมองเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ ‘Pride Month’ แต่มันคือ ‘Pride Always’ วันนี้เรามาเฉลิมฉลอง มีศิลปินมากกว่า 80 ท่านที่ทำให้เราตระหนัก สร้างความยอมรับ สร้างความตื่นรู้ในสังคมไทย เรามาสื่อสารถึงพี่น้องประชาชนให้มาร่วมงาน Bangkok Pride 2023 ในวันที่ 4 มิถุนายน มาร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาลชุดใหม่และทางกรุงเทพมหานคร ในการที่จะให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่จะจัด World Pride ในปี 2028 โดยปีนี้จัดที่ซิดนีย์ ปี 2025 จัดที่วอชิงตัน ดี.ซี. ปีต่อมาจัดที่อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ปีที่ 2028 ก็ต้องพูดกันให้ชัดๆ ว่าภายใต้รัฐบาลของพรรคก้าวไกล ภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อพิธา จะทำงานกับผู้ว่าฯชัชชาติ ในการนำ World Pride 2028 มาจัดที่กรุงเทพฯ ต่อจาก 3 เมืองใหญ่ที่พูดไปแล้วให้จงได้
มันไม่ใช่แค่ความเท่าเทียมทางเพศ สถานะทางร่างกาย ความเท่าเทียมทางศาสนา ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์ ไม่ได้เป็นแค่ป้าย แต่มันคือคุณค่าที่พวกเราคนไทยแชร์ร่วมกัน ฉะนั้น ทุกท่านไม่ต้องห่วง เมื่อรัฐบาลสามารถจัดตั้งได้ เมื่อสภาเปิด กฎหมายกว่า 45 ฉบับ หรือ MOU ข้อที่ 2 ที่ได้เซ็นไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องผลักดันให้ได้ก่อนที่จะมีการจัดงาน World Pride เพราะนี่คือสิ่งที่แสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า การยอมรับความหลากหลาย คือจุดแข็งของประเทศนี้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องนำเสนอให้ได้
มันเป็นทั้งซอฟต์เพาเวอร์ และมันคือฮาร์ดแวร์ลู มันคือความเชื่ออันหนักแน่นของสังคมไทย ว่าคนเท่ากัน ถ้าเราสามารถนำเสนออย่างนี้ได้ สิ่งที่ต้องการ คือจัดงาน World Pride 2028 ที่กรุงเทพฯ จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเราได้แสดงให้ทั้งโลกได้เห็นแล้วว่า กทม.พร้อมแล้ว พี่น้องประชาชนคนไทยพร้อมแล้ว และประเทศไทยพร้อมแล้ว และเราเชื่อว่าคนเท่ากัน
สุภัทรา นาคะผิว
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เราขอยืนยันการเป็นแนวร่วมพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการ กับเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ เพราะสิทธิของความหลากหลายทางเพศเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่จะต้องได้รับความเคารพ
กสม.เราสนับสนุนกฎหมายสมรสเทาเทียม สนับสนุนให้มีกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ เพศสภาพ สนับสนุนให้มีนโยบาย มาตรการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยพี่น้องที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งรวมทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ให้มีความเสมอภาค เท่าเทียม มีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าถึงบริการที่จำเป็นทั้งบริการสุขภาพ การเปลี่ยนเพศ จะต้องเป็นสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปเสียสตางค์เพราะเราไม่ได้ไปเสริมความงาม แต่นี่เป็นความจำเป็นในชีวิตที่เราทุกคนที่ต้องการข้ามเพศจะต้องได้รับสวัสดิการจากรัฐ กสม.ขอยืนยันอีกครั้งว่าเราจะมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไพรด์ด้วย
เราเป็นองค์กรร่วมจัด และเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่ขอให้คำมั่นสัญญา ว่าจะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานของเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ไปถึงฝั่งฝันอย่างแน่นอน พวกเราจะเดินจับมือกันให้มั่น ให้อุ่น เพื่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่เป็นการเคารพสิทธิของพี่น้องที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียม เสมอภาค และมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่นๆ
รุ่งทิวา สุดแดน
รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ในนามของพันธมิตรที่ทำงานจับมือร่วมกันมาอย่างแนบแน่น เดินทางด้วยกันตลอดมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาแสดงความยินดี นี่เป็นความก้าวหน้าอีกขั้นของประเทศไทยในการส่งเสริมพี่น้องให้มีความเท่าเทียม มีศักดิ์ศรี ขอยินดีด้วย และเราจะจับมือกันไปแน่นๆ ทุกงานเราจะพบกัน
เกิดโชค เกษมวงศ์จิตร
รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ถามว่าประชากรกลุ่มแอลจีบีที มีอยู่เท่าไหร่ กรมคุ้มครองสิทธิฯเคยทำวิจัยสถิตินี้ไว้ 2 ฉบับ คือ 6% ของประชากร และอีกฉบับ 5.6% ถ้าเราตีเป็น 5.6% จะมีประชากรกลุ่มแอลจีบีที
ในประเทศไทยอยู่ที่ 3.6 ล้านคน เป็น ส.ส.ในสภาได้ 36 ที่นั่ง ใครไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าของประชากรแอลจีบีที ถือว่าตกยุคตกสมัยแล้ว ฉะนั้น ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่เปิดสภา ผมจะร่วมกับรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายก่อตั้งครอบครัวของกลุ่มแอลจีบีทีเข้าสภา ยืนยัน
เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี
ในฐานะสยามพิวรรธน์ ผู้ประกอบการที่ทำเรื่องศูนย์การค้า เราให้ความสนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว All are welcome ทั้งในการรับพนักงาน การให้บริการลูกค้า หรือแม้แต่สถาปัตยกรรมก็ออกแบบให้ตอบรับกับทุกคน เรามีห้องน้ำที่สามารถใช้ได้ทุกเพศ รวมทั้งเซอร์วิสอื่นๆ ไม่ว่าจะทางเดิน ทางเท้า ก็พร้อม สิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจคือเราอยู่ในเขตปทุมวัน เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว และภาคภูมิใจว่าสิ่งที่เราสร้างมา ได้ช่วยซัพพอร์ตการจัดงาน World Pride อย่างภาพข้างหลังนี้ ส่วนรูปอื่นๆ ที่ไม่ได้ที่ 1 เราเห็นความสำคัญเท่าเทียมกัน จะนำไปจัดแสดงที่สยามเซ็นเตอร์จนถึงสิ้นเดือนนี้
สยามพิวรรธน์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน ก็พร้อม การตกแต่งเราเต็มมาก เพื่อตอบรับงาน World Pride
สมพล ตรีภพนารถ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า MBK บริษัท เอ็มบีเค จำกัด มหาชน
MBK รู้สึกประทับใจไม่ลืม ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่เราเริ่มทำ แต่เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ และจะจัดยิ่งใหญ่อย่างนี้มากขึ้นทุกๆ ครั้ง ขอให้พวกเรามารวมตัวกันเยอะๆ มาแสดงพลังในเดือนมิถุนายน ถ้าท่านไม่มีพลัง มันจะค่อยๆ หายไป มารวมตัวกันเพื่อเสริมสร้างพลังของท่านเอง
มิเชล
ตัวแทน InterPride ผู้ถือลิขสิทธิ์ World Pride ในฐานะพันธมิตรข้ามพรมแดน
ฉันเป็นโปรดิวเซอร์ของ InterPod พอดแคสต์โดย InterPride ชุมชนที่ LGBTQIA+ ทั่วโลกมารวมตัวกัน และ InterPride เอง ก็เป็นองค์กรระดับโลกในฐานะผู้จัดงาน Pride
แล้วทำไมถึงต้องเป็นกรุงเทพฯ? ก่อนอื่นทำไมจะไม่ล่ะ? เพราะสิทธิ LGBTQIA+ คือสิทธิมนุษยชน ถึงเวลาแล้วที่เราจะก้าวพ้นจากความแบ่งแยกทางสังคม ก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างความเชื่อมันอย่างแรงกล้าว่า LGBTQIA+ ทุกคนในโลกนี้จะได้รับการคุ้มครองและปลอดภัย เราจะเปลี่ยนจากแค่ความฝัน ไปสู่การทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริง เพื่อที่วันหนึ่งเราจะรู้สึกปลอดภัยพอที่จะออกมาพูด
ฉันภูมิใจและแทบรอไม่ไหว เพราะเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และอาจกล่าวได้ว่ามี
กลุ่ม LGBTQIA+ มากที่สุดด้วย จุดเริ่มต้นของความภาคภูมิใจ เกิดขึ้นในปี 1969 ณ สถานที่ที่เรียกว่า The Stonewall Inn ในนิวยอร์ก ซึ่งมันไม่ใช่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นการประท้วงต่อต้านความโหดร้ายของตำรวจ การจลาจลครั้งนั้น คือจุดเริ่มต้นของขบวนการปลดปล่อยชาว LGBTQIA+ ที่ถูกข่มเหง ซึ่งการต่อสู้ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็ว แผ่ขยายไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้
เกิดอะไรขึ้นในกรุงเทพฯ ในไทย? ถ้าได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทางการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง ได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัว เพื่อน และคนในชุมชน เราจะสามารถแสดงให้โลกเห็นว่า ไทยสามารถเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ สร้างชุมชนระดับโลกของกลุ่ม LGBTQIA+ ถ้าไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2028 จะมีคนมาร่วมงานเฉลี่ย 3-6 ล้านคน และจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่จัดงานนี้ ถึงเวลาแล้ว ฉันเชื่อว่ากรุงเทพฯเหมาะสม มาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันเถอะทุกคน
อยากขอบคุณ เนรมิตไพรด์ ที่ทำให้ความภูมิใจในกรุงเทพฯ มีชีวิตขึ้นมาในวันนี้ เรารู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับอะไร แต่เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อไปสู่เส้นทางนั้น หากคุณเป็นผู้จัดงานไพรด์ หากคุณเป็นผู้นำ LGBTQIA+ หากคุณเป็นองค์กร โปรดติดต่อเรา เราต้องการสมาชิกเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนงาน Bangkok World Pride ในปี 2028 ที่เราภาคภูมิใจในเยรูซาเลม ในนิวยอร์ก ในโคเปนเฮเกน และในซิดนีย์ เราสมควรได้รับความภาคภูมิใจระดับโลก ที่เอเชีย มันกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ในกรุงเทพฯ
Rashima Kwatra
ที่ปรึกษาอาวุโส ตัวแทนจากองค์กร RFSL
RFSL เป็นสมาพันธ์สวีเดนเพื่อสิทธิแอลจีบีที ประการแรก ฉันแค่อยากจะบอกว่า ในมุมส่วนตัวรู้สึกภูมิใจมากที่กรุงเทพฯ และประเทศไทย ได้เข้ามาร่วมปกป้องสิทธิพลเมืองแอลจีบีที ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและการต่อสู้ของนักเคลื่อนไหว แอลจีบีทีในไทย พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นจากล่างขึ้นบนเท่านั้น มันยังเกิดขึ้นจากบนลงล่าง และอยู่ข้างหลังฉันด้วย
ในวันนี้เรามีผู้มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และผู้นำในอนาคตของไทยมากมาย ที่ออกมาพูดว่าสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของคนแอลจีบีที ในไทย เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะต้องไปให้ถึงความเท่าเทียม ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะภาคภูมิใจมากไปกว่า ‘กรุงเทพมหานคร’ ที่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลายแต่ยังอยู่ร่วมกันได้ และการเฉลิมฉลองของชาวแอลจีบีที ก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ยังมีสิ่งหลายอย่างที่เรายังต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าชาวแอลจีบีที มีความเท่าเทียมกันจริงๆ อย่างแรกคือ ความเท่าเทียมในการสมรส เข้าถึงการรับรองเพศสถานะตามกฎหมาย สามารถมีครอบครัว มีลูกได้ และได้รับการยอมรับเหมือนคนทั่วไป
ประการสุดท้าย เราต้องแน่ใจว่าเด็กจะไม่ผ่านการผ่าตัดข้ามเพศโดยไม่จำเป็น ซึ่งเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต วันนี้เรายังอยู่จุดกึ่งกลาง ในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ปี 2030 ของสหประชาชาติ เหลือเวลาอีก 7 ปี ที่จะมุ่งมั่นที่ให้บรรลุความเท่าเทียมทางเพศ เข้าถึงการจ้างงาน เพื่อทำให้เมืองมีความยั่งยืน ใน 7 ปี เราต้องแน่ใจว่ากรุงเทพฯ ปลอดภัย และเป็นบ้านของแอลจีบีทีทุกคน
วันนี้คือวันดี ที่จะแสดงความพยายามอีกครั้ง แม้เราจะยังบรรลุเป้าหมายที่ยั่งยืนไม่ได้ในปี 2030 แต่ภายในปี 2028 เราจะสร้างความภาคภูมิที่นี่อีกครั้ง ฉันมีความสุขมากและรอแทบไม่ไหว ความภาคภูมิใจของโลกในปี 2028 อยู่กับประเทศไทย ในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิความเท่าเทียมของชาวแอลจีบีที แล้วพบกันใหม่ในปี 2028
สรธร หวังนิตย์สุข หรือปาร์ค
เจ้าของผลงานรางวัลอันดับ 1 ‘The Road to Equality: Bangkok World Pride 2028’
ทางเดินแห่งความเท่าเทียม
ผมอยากให้งานสื่อถึงความเป็นกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน ผมก็นึกถึงคำว่า กรุงเทพเมืองเทพสร้าง ประจวบเหมาะกับที่ กทม. มีโลโก้เป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จึงใช้สื่อถึงความเป็นกรุงเทพฯ มีถนนธงรุ้งตรงกลาง ให้ชาวแอลจีบีทีเดินไปสู่จุดศูนย์กลางของภาพ รวมถึงการที่พระอินทร์ถือธงรุ้ง ต้องการสื่อว่า กทม.พร้อมยอมรับความหลากหลาย และพร้อมเป็นเจ้าภาพงาน World Pride 2028
ส่วนตัวฉากอยากให้เห็นแล้วนึกถึงกรุงเทพฯ เลยพยายามเลือกตึกที่เห็นแล้วจำได้ทันที อย่างสเตต ทาวเวอร์, ตึกมหานคร, ตึกหุ่นยนต์ ส่วนอื่นๆ ก็เป็นองค์ประกอบที่เห็นแล้วรู้สึกถึงความเป็นไทย มีศาลาวัด และเสาชิงช้าที่สื่อถึงความเป็นกรุงเทพฯอย่างชัดเจน
ความจริงเราไม่ได้มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น รู้ว่าติด 10 ผลงานที่เข้ารอบก็รู้สึกดีใจแล้ว หลังทราบว่าได้รับรางวัลที่ 1 ก็ยิ่งดีใจ ตอนเป็นเด็กมัธยม สมัยเรียนวาดรูป เราก็มาเดินหอศิลป์ กทม.เป็นประจำ พอวันนึงมีรูปของงานเราอยู่บนตึกก็ดีใจมากๆ เพราะเป็นศิลปินอิสระค่อนข้างใหม่มากในวงการ ไม่ได้มีชื่อเสียง ส่วนตัวเชื่อว่าความจริงคนไทยยอมรับและพร้อมที่จะตอบรับความหลากหลายทางเพศตลอดเวลาอยู่แล้ว เหลือแต่เรื่องของกฎหมาย ซึ่งเราได้รัฐบาลใหม่แล้ว ผมเชื่อว่ากฎหมายคงจะเดินหน้าไปได้แน่นอน ไม่น่าเกิดอุปสรรคอะไรมาก
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

