รีวิว‘สายสีเหลือง’ โมโนเรลไร้คนขับครั้งแรกของไทย ประวัติศาสตร์หน้าใหม่คมนาคม
คึกคักหนักมาก สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วง ‘ลาดพร้าว-สำโรง’ รถไฟฟ้าโมโนเรลสายแรกของประเทศไทย ที่เปิดให้ทดลองนั่งฟรีวันแรกเมื่อเสาร์ที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด หรือ EBM บริษัทลูกบีทีเอสซี
ผู้ได้รับสัมปทานกดปุ่มเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี หรือทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) ไปจนถึง 2 กรกฎาคม

ประชาชนคนไทยพร้อมใจรวมตัวยัง 13 สถานีที่เปิดให้ชิมลางก่อนจากทั้งหมด 23 สถานีที่มีระยะทางทั้งสิ้น 30.40 กิโลเมตร หวังสร้างความคุ้นเคยในระบบการให้บริการ จากสถานีหัวหมาก-สถานีสำโรง ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มตรง ด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวน
ขณะที่การเปิดเชิงพาณิชย์เก็บค่าโดยสารนั้นจะเริ่มวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เบื้องต้นสนนราคาอยู่ที่ 15-45 บาท อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับ รฟม.และคณะรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน
รถไฟฟ้าสายนี้เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว ขบวนรถเป็นแบบคร่อมราง ‘ไร้คนขับ’ ใช้ล้อยางวิ่งบนคานคอนกรีต มีความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ระบบจ่ายไฟกระแสตรง 750 โวลต์ มีระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แม่เหล็กแบบถาวร

มีรูปแบบขบวนรถไฟฟ้า เป็นชุดรถไฟฟ้าแบบ 4 ตู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 568 คนต่อขบวน หรือ 17,000 คนต่อชั่วโมงต่อเที่ยว สามารถเชื่อมต่อกับระบบราง 4 สายทาง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟสายตะวันออกที่สถานีหัวหมาก, สายสีน้ำเงิน ที่สถานีลาดพร้าว และอนาคตจะเชื่อมต่อกับสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ที่สถานีแยกลำสาลี
สร้างอีกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการคมนาคมไทยแล้วในวันนี้
ว่าแล้วมาฟังเสียงจาก ‘ผู้โดยสาร’ ผู้ใช้งานจริงว่ามีมุมมองอย่างไร มี ‘คอมเมนต์’ ฝากปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นไปอีกหรือไม่?
หนุ่มสาวออฟฟิศ เชื่อ ‘ชีวิตดีขึ้นแน่’
ตั้งตาคอยวันสถานีเปิดครบ
ท่ามกลางบรรยากาศการทดสอบระบบการเดินรถเสมือนจริง ที่มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ขบวนรถแน่นขนัดในบางสถานี

ณัฐวรรธน์ โสภณธนภัทร์ อายุ 27 ปี พนักงานบริษัท เผยว่า ไม่ได้มีธุระไปไหน แต่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพราะอาจจะมาใช้บริการตอนเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
“ปกติใช้ MRT สายสีน้ำเงินอยู่แล้ว ถ้าลงตรงสถานีลาดพร้าวก็สามารถเชื่อมมาสายสีเหลืองได้ในอนาคตถ้าเราจะเดินทางไป ม.รามคำแหง อาจจะนั่งจากบ้าน ขึ้นสายสีน้ำเงิน ยาวมาจนถึงสถานีแยกลำสาลี และนั่งรถต่อไปได้ ตอนยังไม่มีรถไฟฟ้าเส้นนี้ก็จะใช้รถเมล์ หรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พอมีสายสีเหลืองมาเปิดบริการทำให้เดินทางสะดวกขึ้น ถ้าจำเป็นต้องออกมาชานเมืองก็ไม่ต้องนั่งแท็กซี่ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ผมไม่ค่อยได้มาโซนนี้บ่อย มันก็ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะมาโซนนี้ ไม่ต้องห่วงว่าไกล ไม่มีรถไป” ณัฐวรรธน์กล่าว

สอดคล้องกับ เบญญา เหล่ามั่นคงถาวร พนักงานบริษัทเอกชนวัย 35 ปี ที่เผยว่า ตนพักอยู่ที่ย่านบางกะปิ เดินทางมาสถานีรถไฟด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยตั้งใจมาร่วมทดลองใช้ในวันนี้ เพราะ ‘ลูก’ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร วิ่งไปถึงไหนบ้าง
“วันนี้ใช้รถส่วนตัวมาจากบางกะปิ แต่ถ้าสถานีเปิดให้บริการครบ จากคอนโดที่อาศัยอยู่สามารถไปขึ้นรถไฟจากสถานีลำสาลีได้เลย ก็จะสะดวกมากกว่าปกติเป็นคนใช้เส้นทางสายนี้อยู่แล้ว บ้านอยู่แถวบางนาตราด เมื่อก่อนก็เรียนอยู่โรงเรียนในละแวกนี้
“สมัยก่อนยังไม่มีรถไฟฟ้า พอมีก็รู้สึกว่าเดินทางเร็วขึ้น เมื่อสักครู่ได้ลองนั่งจากสถานีหัวหมากไปสำโรง ใช้เวลาแค่ 30 นาที ถ้าปกติเราขับรถ รถมันจะติดมาก ติดตลอด และทำถนนตลอด พอมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น” เบญญาชี้ ก่อนรีวิวว่า หลายอย่างตอนนี้ ‘อยู่ในเกณฑ์ดี’ แต่ไม่แน่ใจว่าเมื่อเปิดให้ใช้บริการจริงแล้วจะคิดค่าบริการในอัตราเท่าไหร่ ส่วนตัวแนะนำว่าราคาควรไม่เกิน 50 บาท จากต้นสายจนสุดปลายสาย เพราะหากแพงกว่า 100 บาท จากปกติที่คนโดยสารด้วยรถเมล์ รถสาธารณะ หรือรถตู้ อาจไม่เปลี่ยนใจมาใช้บริการเพราะค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น
รอมานาน ฝันเป็นจริง เลิกขี่มอ’ไซค์หลายต่อ
ประหยัด ปลอดภัย 15-45 บ.รับได้

ด้าน กมล ศรีบุญเรือง อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยย่านลาดกระบัง เล่าว่า ตนพักอาศัยอยู่ที่แยกลำสาลี ติดตามข่าวสารเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมานาน รอคอยอย่างมากที่จะมีวันนี้ ดีใจที่รถไฟฟ้าเสร็จและเปิดให้ทดลองใช้
“ปกติผมจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มาที่แอร์พอร์ตลิงก์หัวหมาก เพื่อนั่งรถไปทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่เมื่อมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ผมก็จะนั่งรถไฟฟ้าจากแยกลำสาลีมาที่สถานีหัวหมาก และต่อรถไฟไทยไปพระจอมเกล้าฯได้เลย โดยที่ไม่ต้องขี่มอ’ไซค์ ปลอดภัยขึ้นและประหยัดด้วย ส่วนเรื่องราคาอยากให้เริ่มต้นที่สถานีละ 13 บาท สถานีต่อไปเพิ่มสถานีละ 1 บาท หรือ 1.50 บาท” กมลเผย
อีกหนึ่งผู้โดยสารที่ตั้งใจมาทดลองนั่งโดยเฉพาะคือ ปิญาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ที่เริ่มต้นยังสถานี ‘หัวหมาก’ ไป ‘สำโรง’ เพื่อสำรวจเส้นทาง

“พอมีรถไฟฟ้าไปซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ น่าจะแป๊บเดียวไปวิ่งสวนหลวงได้ง่ายอย่างนี้แถวนี้รถติดมากที่สุดเลย เคยมาหลายรอบแล้ว ยอมจอดรถไว้แล้วขึ้นรถไฟฟ้า ยิ่งจะไปลาดพร้าวทรมานมาก เพราะเราทำงานแถวอนุสาวรีย์ บ้านอยู่แถวนี้ เริ่มงาน 8 โมงครึ่ง ตอนเช้าต้องตื่นตี 5 แต่ถ้ามีรถไฟฟ้าจะสะดวกมากที่สุด สามารถควบคุมเวลาได้มากขึ้น จากปกติขับรถไปทำงานชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารอยากให้ราคาค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 15-45 บาท เนื่องจากหากไม่ได้ขับรถก็ต้องนั่งวินรับจ้างจากบ้านมายังแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ค่าโดยสาร 50 บาท ระยะทางแค่ 3-4 กิโลเมตร ซึ่งถ้าเทียบราคากับรถไฟฟ้าระยะทางพอกัน ก็ถือว่าโอเค” ปิญาภรณ์กล่าว
ขณะที่ ฮาริต (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี บอกว่า ทดลองใช้บริการจากสถานีสวนหลวง ร.9 มาลงที่สถานีหัวหมาก ไม่มีปัญหาติดขัดอะไร รอไม่นาน พอไปถึงก็ได้ขึ้นรถทันที
“คิดว่ามันจะสะดวกกับการเดินทางเข้าเมืองมากกว่า เพราะผมทำงานใกล้บ้าน หรือถ้าจะไปเดอะมอลล์ ต้องขับรถไปประมาณ 45 นาที พอนั่งรถไฟฟ้าแค่ 20 นาทีก็ถึงแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปวนรถ ไม่ต้องเจอรถติด” ฮาริตกล่าว ก่อนแนะนำเรื่องการลดอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับอัตราค่าแรง ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้คนมาใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งยังเสนอแนะให้เชื่อมโยงโครงข่ายการเดินรถไฟฟ้าเหมือนประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้โดยสารจ่ายค่าบริการครั้งเดียวในลักษณะแพคเกจ แต่สามารถเดินทางเชื่อมโยงเครือข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมดโดยไม่ต้องเสียค่าบริการแรกเริ่มอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยจูงใจคนให้มาใช้งาน ทั้งยังลดปัญหาการจราจรบนท้องถนนได้อีกด้วย
สูงวัยโอด สำโรงติดหนึบเช้า-เย็น
‘สายสีเหลือง’ เซฟเวลาได้เยอะ

จากหนุ่มสาวและวัยทำงาน มาพูดคุยกับเหล่าผู้สูงวัยกันบ้าง เริ่มที่ ธณาณชัย พฤกษ์ไพศาล อายุ 60 ปี ผู้มาทดลองใช้บริการ เผยว่า วันนี้มานั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลืองไปจนสุดสาย 13 สถานี เจ้าหน้าที่แนะนำดี การเดินทางสะดวก ไม่ติดขัดอะไรเลย
“ข้อดีคือ แต่ก่อนใช้ถนนศรีนครินทร์ สำโรง เพื่อไปลาดพร้าว รถมันติดหนาแน่นมาก พอมีรถไฟฟ้าก็สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางได้เยอะเช่น ถ้าขับรถจากศรีนครินทร์มาทางนี้ประหยัดเวลาขึ้น อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ส่วนราคาขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจกระเป๋าตังค์ของแต่ละคนด้วย แต่ในภาพรวมคิดว่าโอเคแล้ว” ธณาณชัยกล่าว
เช่นเดียวกับ ขวัญจิรา พฤกษ์ไพศาล วัย 60 เช่นกัน กล่าวว่า การมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วยให้คนชานเมืองเดินทางสะดวกขึ้น เพื่อนบอกว่ามาขึ้นตรงนี้แล้วสามารถต่อรถไฟฟ้าอีกสายเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น ยิ่งวันที่เปิดไปถึงลาดพร้าว จะสามารถเชื่อมต่อไปถึงรถไฟฟ้าสายหลักได้ง่ายขึ้นไปอีก
“ถนนเส้นนี้รถติดมากทั้งเช้าทั้งเย็น มันช่วยแบ่งเบาคนเดินทางเพราะรถติด มันทรมาน พอมีรถไฟฟ้ามาเนี่ยมันสำคัญ มันช่วยได้เยอะมาก มันประหยัดเวลาจากการขึ้นรถเมล์ได้เยอะมาก ก่อนหน้าที่จะมีรถไฟฟ้า รอรถเมล์ รอรถตู้รอนาน โดยเฉพาะช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ป้าขึ้นรถตู้มากี่คันก็เต็มหมด เต็มมาตั้งแต่ปากน้ำ ความต้องการใช้เยอะแต่รถไม่เพียงพอ แต่พอมีรถไฟฟ้าสายนี้มันก็สะดวกมากขึ้น
ดีกว่าเยอะ” ขวัญจิรากล่าว
นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่คมนาคมไทยในศักราชนี้

เช็กโลเกชั่นสถานี‘สายสีเหลือง’
จากไหน ไปไหน?
-สถานีหัวหมาก อยู่ระหว่างจุดตัดทางรถไฟและจุดตัดถนนพัฒนาการ เชื่อมกับแอร์พอร์ตลิงก์สถานีหัวหมาก
-สถานีกลันตัน อยู่หน้าธัญญะ ช้อปปิ้ง พาร์ค
-สถานีศรีนุช อยู่แยกศรีนุช
-สถานีศรีนครินทร์ 38 อยู่บริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 38
-สถานีสวนหลวง ร.9 อยู่ระหว่างห้างซีคอนสแควร์ และห้างพาราไดซ์ พาร์ค
-สถานีศรีอุดม อยู่ด้านทิศใต้แยกศรีอุดม
-สถานีศรีเอี่ยม อยู่แยกต่างระดับศรีเอี่ยม เยื้องศุภาลัย ปาร์ค และโรงแรม เมเปิล มีจุดจอดแล้วจร และศูนย์ซ่อมบำรุง
-สถานีศรีลาซาล อยู่บริเวณแยกถนนลาซาล ตัดกับถนนศรีนครินทร์
-สถานีศรีแบริ่ง อยู่ด้านใต้แยกศรีแบริ่ง
-สถานีศรีด่าน ใกล้กับแยกศรีด่าน
-สถานีศรีเทพา ใกล้กับแยกศรีเทพา
-สถานีทิพวัล อยู่ปากซอยหมู่บ้านทิพวัล
-สถานีสำโรง อยู่ใกล้ตลาดสดเทพารักษ์ จะเชื่อมกับสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ
ส่วนอีก 10 สถานีที่เหลือ ตั้งแต่สถานีศรีกรีฑา-สถานีลาดพร้าว จะมีการเปิดทดลองให้บริการในลำดับถัดไป หลังการทดลองผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ ได้แก่
-สถานีลาดพร้าว ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก เชื่อมกับสายสีน้ำเงิน
-สถานีภาวนา อยู่ปากซอยภาวนา ลาดพร้าว 41
-สถานีโชคชัย 4 อยู่หน้าศูนย์การค้าโชคชัย 4
-สถานีลาดพร้าว 71 ปากซอยลาดพร้าว 71
-สถานีลาดพร้าว 83 อยู่ปากซอยลาดพร้าว 83 หน้าห้างอิมพีเรียล เวิลด์
-สถานีมหาดไทย อยู่ลาดพร้าว 120
-สถานีลาดพร้าว 101 อยู่ซอยลาดพร้าว 101
-สถานีบางกะปิ อยู่หน้าห้างแม็คโคร ใกล้เดอะมอลล์ บางกะปิ
-สถานีแยกลำสาลี เชื่อมกับสายสีส้ม
-สถานีศรีกรีฑา อยู่แยกศรีกรีฑา ถนนกรุงเทพกรีฑา ตัดกับถนนศรีนครินทร์
ขวัญพรทัศ ธนูสิงห์
ภูษิต ภูมีคำ

