Sex, Life, Chaos: Calm พลิกมุมมอง ฉีกทุกกฎ เพราะ‘เซ็กซ์’คือเรื่องธรรมดา

7.06.23 | 14:49 น.

 อากาศร้อนๆ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ยังมีแกลเลอรี่เล็กๆ ตั้งอยู่ ภายในเต็มไปด้วยชิ้นงานศิลปะหลายสิบชิ้นที่สื่อถึงเรื่องราวทางเพศ


ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ ที่จัดแสดงอยู่ ณ พัลซ์ แกลเลอรี่ สาขาเพลินจิตแห่งนี้

ที่สำคัญ คือ พัลซ์คลินิก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสุขภาพทางเพศชั้นนำ ซึ่งมีสาขาอยู่ในหลายประเทศในแถบเอเชีย อาทิ ประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

Gerard Clancy ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ พัลซ์คลินิก เผยว่า ล่าสุดได้จัดงานประกาศผลผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการประกวดงานศิลปะ PULSE Awards ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยได้รับความสนใจจากศิลปินกว่าร้อยชีวิตลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขัน และผลิตผลงานภายใต้หัวข้อ ‘Sex, Life, Chaos: Calm’ โดยการประกวดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสุขภาพทางเพศ เปลี่ยนมุมมองของสังคมต่อเรื่องเพศสรีระ (Sex) และเพศวิถี (Sexuality) ให้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ และขจัดการตราหน้าทางสังคมต่อกลุ่ม LGBTQ+

Advertisement

การประกวดครั้งนี้ผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการนานาชาติจำนวนทั้งสิ้น 3 ท่าน ที่เข้ามาพิจารณาผลงานที่เข้ารอบ ก่อนจะคัดเลือกผู้ชนะ จำนวน 6 รายชื่อ โดยในปีนี้คณะกรรมการ ได้แก่ Myrtille Tibayrenc ศิลปินชาวฝรั่งเศส, Danny Cheng Wan-Cheung หรือ Scud โปรดิวเซอร์ นักเขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฮ่องกง และ นพ.ณัฐเขต แย้มอิ่ม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารพัลซ์ และผู้ริเริ่ม PULSE Awards โดยในการประกวดครั้งนี้การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ งานจิตรกรรม (2 มิติ), งานประติมากรรม (3 มิติ) และภาพถ่าย

“ผู้เข้าประกวดในปีนี้มีความคิดริเริ่มและความสามารถระดับสูง ซึ่งทำให้เรารู้สึกประทับใจมาก ชิ้นงานที่เราเลือกเป็นผลงานที่มีเรื่องราวหนักแน่น เกิดไอเดียใหม่ๆ และบอกเล่าธีม ‘Sex, Life, Chaos: Calm’ ได้เป็นอย่างดี ผลงานบางประเภทเราตัดสินใจยากมาก แต่โดยรวมแล้วทุกชิ้นงานมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน” Gerard เล่า ก่อนพาเดินชมผลงานภายในแกลเลอรี่ พร้อมพูดคุยกับเหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ทั้งผู้ได้รับรางวัลและศิลปินท่านอื่นๆ ที่นำผลงานมาจัดแสดงร่วมด้วยต่อไป

Wemar Strydom ศิลปินชาวแอฟริกาใต้ เจ้าของผลงานภาพถ่าย Kalm

โลกที่ถูกกดทับ ขอเลิกตีตรา LGBTQ+

เมื่อเข้ามาสู่บริเวณโซนจัดแสดงภายใน อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจกับภาพถ่ายชาวพื้นเมืองผิวสี 2 ภาพ แขวนจัดแสดงอยู่ข้างกัน ที่สะกดให้ผู้ที่พบเห็นต้องหยุดมองเพื่อค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่

ทั้งสองเป็นภาพภาพเดียวกัน เพียงแต่ภาพหนึ่งแสดงเป็นทิวทัศน์โล่งๆ ในขณะที่อีกภาพมีตัวหนังสือเต็มไปหมด ซึ่งความต่างตรงจุดนี้เองที่ช่วยให้ผู้พบเห็นเข้าใจถึงความหมายที่ศิลปินต้องการจะสื่อได้อย่างไม่ยากนัก

Kalm ผลงานชนะเลิศสาขาภาพถ่าย โดย Wemar Strydom ศิลปินชาวแอฟริกาใต้ ให้นิยามกับภาพนี้ว่าในโลกใบนี้ไม่ว่าในมิติต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีการกดทับ ความไม่สบายใจอยู่ทั้งสิ้น แต่เมื่อมองมาที่ภาพนี้จะเห็นว่าการกดทับเหล่านั้นมันได้หายไปแล้ว จากการที่เราได้ปลดปล่อยมันออกมา

“ไม่ว่าจะเรื่องการมั่วเซ็กซ์ หรือโรคติดต่อทางเพศต่างๆ การตีตราแบบนี้มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ ซึ่งภาพนี้เป็นการแสดงออกว่าเลิกตีตราพวกเราเสียที เพราะไม่ใช่แค่ LGBTQ+ ที่สามารถเป็นโรคติดต่อทางเพศได้ แต่ทุกเพศล้วนแล้วแต่สามารถติดโรคติดต่อทางเพศได้” Wemar ค่อยๆ อธิบายภาพทางซ้าย (ภาพที่ไม่มีตัวหนังสือ) ด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่หนักแน่น

Wemar ค่อยๆ อธิบายความหมายของภาพนั้นให้พวกเราฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่เขาจะผายมือไปยังรูปถ่ายที่อยู่ทางด้านขวา ที่เป็นรูปภาพเดียวกันแต่เต็มไปด้วยข้อความจนแทบจะบดบังตัวภาพอย่างหมดสิ้น

“ภาพนี้เป็นภาพเดียวกัน แต่มีคำต่างๆ มากมาย ซึ่งมันเหมือนกับว่าไม่ว่าเราจะพยายามหนีห่างจากพวกมันขนาดไหน แต่ความน่าปวดหัว ความน่ารำคาญเหล่านี้มันยังคอยกัดกินจิตใจเราอยู่เสมอ”

Wemar เล่าต่อว่า สาเหตุที่ต้องโชว์ภาพทั้งสองพร้อมกัน เป็นเพราะหากมันถูกแสดงพร้อมกันจะสามารถทำให้ผู้ที่พบเห็นสามารถเข้าใจถึงสารที่เขาต้องการจะสื่อ เข้าใจความหมายที่เขาต้องการถ่ายทอดผ่านภาพ 2 ภาพนี้

Kimmo Kauko ศิลปินชาวฟินแลนด์ เจ้าของผลงานภาพถ่าย
The Queen of Chaos & Calm

ความโดดเดี่ยวที่สวยงาม

ความเปลือยเปล่า และธรรมชาติบำบัด

นอกจากผลงานภาพถ่ายที่รับรางวัลชนะเลิศแล้ว ผลงานที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ The Queen of Chaos & Calm ที่ได้รับรางวัลดาวรุ่ง (Most Promising) ในสาขาภาพถ่าย โดย Kimmo Kauko ศิลปินชาวฟินแลนด์ ที่เล่นกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ในมุมกว้าง แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ชูนางแบบในภาพไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า เมื่อวัตถุมีขนาดเล็กจะทำให้คนรู้สึกสนใจและอยากที่จะเข้ามาดูรายละเอียดใกล้ๆ มากขึ้น

Kimmo เล่าถึงที่มาของภาพ ย้อนไปในช่วงที่เชื้อไวรัสโควิดระบาด ตัวเขาได้เดินทางกลับบ้านที่สวีเดน น่าแปลก เพราะที่นั่นเหมือนไม่เคยเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโควิดมาก่อน เขาได้นัดเจอกับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านทางอินสตาแกรมเพื่อให้มาเป็นแบบถ่ายรูป ทั้งคู่เดินถ่ายภาพกันไปเรื่อยๆ จนได้ภาพนี้ออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนชอบวางแผน แต่เขาก็ชอบสิ่งที่เซอร์ไพรส์ ไร้การวางแผนแบบนี้เช่นกัน

“มันทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างไม่น่าเชื่อว่าภาพนี้จะออกมาสวยงามได้ขนาดนี้” Kimmo กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

Kimmo เล่าว่า การเดินของเขาในแต่ละครั้งที่ประเทศสวีเดนนั้นต้องเท้าความก่อนว่าประเทศสวีเดนเป็นเมืองหนาว มีความมืด และแสงสว่างส่องไม่ค่อยถึง ปัจจัยเหล่านี้เองที่จะทำให้ผู้คนเกิดอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งนางแบบในภาพเองก็กำลังประสบอยู่ ณ ขณะนั้น และการได้ออกมาเดินเล่นถ่ายภาพแบบนี้ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาก

ณัฐพัฒน์ จุลละสุวรรณ ศิลปินชาวไทย
เจ้าของผลงาน Her fishs

 คน กับ ปลา ภาพสะท้อน 

‘แค่นินทา แต่ไม่ได้สนใจขนาดนั้น’

นอกจากนี้ ยังมีผลงานอีกมากมายมาร่วมจัดแสดงอีกด้วย แม้จะไม่ได้รางวัลแต่ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน อาทิ Her fishs ของ ณัฐพัฒน์ จุลละสุวรรณ ศิลปินชาวไทย ที่ถ่ายทอดอารมณ์เรื่องราวของภาพด้วยสีสันที่ฉูดฉาด ประกอบกับการเล่นกับสัญลักษณ์อย่าง ‘ปลา’ ที่ว่ายวนไปมา กับเรื่อง ‘เซ็กซ์’ ที่สังคมไทยยังไม่เปิดกว้าง

“ผมรู้สึกว่าสังคมไทย การที่จะเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเซ็กซ์ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะมีประเด็น และไม่สามารถเปิดเผยมันได้อย่างมีความสุข ซึ่งอาจจะถูกซ่อนด้วยอะไรบางอย่าง ด้วยการกำหนดรูปแบบของสังคม” 

 ณัฐพัฒน์ค่อยๆ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับภาพวาดอย่างตั้งใจ ก่อนจะค่อยๆ ผายมือไปยังภาพเปลือยของผู้หญิงสีน้ำเงินที่ตัดกับปลาสีเหลืองที่ว่ายวนอยู่รอบตัวของเธอ

“ผู้หญิงคนนี้พยายามที่จะทำให้ตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง เธอแคร์ทุกคน ส่วน ‘ปลา’ เปรียบเหมือนกับสายตาของบุคคลภายนอกที่มองเข้ามา พวกเขาเพียงแต่อยากที่จะรับรู้เรื่องราว อาจจะตัดสินหรือไม่ตัดสิน แต่สุดท้ายปลาเหล่านี้ก็รอเราให้อาหาร กลับไปว่ายน้ำใช้ชีวิต แล้วคอยมองเราจากตู้ปลาเหมือนเดิม” 

“ผมรู้สึกว่าปลาพวกนี้เหมือนกับคนที่เขาไม่ได้สนใจเรา แต่เพียงแค่เขาเฝ้ามองดู นินทา หรือไม่ได้ตั้งใจจะสนใจ แต่สุดท้ายเขาก็กลับไปใช้ชีวิตของเขา ส่วนผู้หญิงคนนี้ คือสนใจกับกลุ่มปลาที่ว่ายวนไปมา แล้วคอยคิดว่าปลานี้จะแคร์เขาไหม หรือไม่สนใจเขา”

พูดมาถึงตรงนี้ ณัฐพัฒน์ก็เริ่มแสดงท่าทางโบกไม้โบกมืออธิบายให้พวกเราฟังอย่างถึงพริกถึงขิง ก่อนจะพาเราไปสู่ภาพที่สอง ที่แสดงให้เห็นชายหญิงกำลังร่วมรักกัน แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือ การเล่นกับสีสันที่ฉูดฉาด และปลาที่ว่ายไปมา ที่หากพิจารณาผ่านๆ อาจจะไม่สังเกตเห็นว่ามีมือสีเหลืองที่กลมกลืนกับปลาอยู่ด้วย  

“รูปผู้ชายกับผู้หญิงสองคนนี้ และมือที่อยู่ตรงมุม มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจว่าสุดท้ายแล้วผู้คนรอบข้าง หรือปลาพวกนี้จะว่ายเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังโฟกัสอยู่กับบริบทของ Sex position ที่มันเกิดขึ้น เขาไม่ได้แคร์ว่าใครจะมองความสัมพันธ์ของเขาเป็นอย่างไร จะมีบุคคลที่สาม หรือสุดท้ายแล้วเขาจะสนใจอยู่กับแค่สองคน”

เมื่อฟังมาเรื่อยๆ เราถึงกับต้องยกมือถามคั่นระหว่างการบรรยายว่า “ทำไมใบหน้าของผู้ชายในภาพนั้นจึงเป็นสีแดง” ณัฐพัฒน์ได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม และอธิบายให้เราฟังว่า ที่หน้าของผู้ชายเป็นสีแดง เพราะเขากำลังโฟกัสที่ผู้หญิงที่เป็นตัวสีแดง แต่เขาไม่ได้โฟกัสที่ผู้หญิงที่เป็นตัวสีเหลือง เมื่อแน่ใจว่าเราได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้ว เขาจึงอธิบายภาพต่อไป

“ปลาเป็นแค่องค์ประกอบที่เข้ามาช่วย ให้ความรู้สึกของคนที่พยายามจะใช้ชีวิตอยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องแคร์กับทุกเรื่องก็ได้ ปล่อยวางมันแล้วใช้ชีวิตของเราต่อไป”

ถ้าถามว่า คิดว่าปลาในภาพรู้สึกอย่างไร ณัฐพัฒน์กล่าวว่าตนไม่รู้เลยว่าเขาคิดอย่างไร และเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเราคิดอะไร รู้เพียงแต่ว่า ถ้ากูหิว ให้อาหารกูนะ แค่นั้น ผมเลยรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากับปลาที่เลี้ยงก็อาจเป็นแบบนั้น ณัฐพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ผลงานสาขาประติมากรรม

‘สร้าง’ เพื่อให้ไม่สูญเปล่า 

หลังจากเดินชมผลงานจนทั่วแล้ว Gerard ผู้อำนวยการพัลซ์คลินิก ได้พาเรากลับมาที่ห้องโถงพร้อมกล่าวสรุปว่า PULSE Awards จัดขึ้นโดยพัลซ์คลินิก ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นงานที่รวบรวมผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลก โดยหัวข้อที่เราโฟกัสคือ Sexual Health (สุขภาพเพศ) ส่วนธีมของปีหน้าจะเป็นธีมใด ต้องติดตามต่อไป

นอกจากนี้ หลังจากนิทรรศการสิ้นสุดลง จะมีการประมูลผลงานทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยรายได้ครึ่งหนึ่งจากการประมูลจะนำไปมอบให้กับศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะถูกนำไปมอบให้กับมูลนิธิ Foundation for Life (FFL) 

เพื่อสนับสนุนการทดสอบและการรักษาของบุคคลและชุมชนผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีต่อไป