เริงโลกด้วยจิตรื่น : เรื่องสำคัญของชีวิต
จู่ๆ “คนสำคัญของชีวิต” ก็โทรมาบอกว่า “ชีวิตมาถึงวัยนี้แล้ว และอยู่ในอาชีพเขียน ควรจะรวบรวมข้อเขียนเป็นชุดไว้ สักชุด สองชุด”
เขาบอกว่า “ไม่ต้องนึกถึงการทำรายได้ เพราะเงินทองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรแล้ว แค่รวมประสบการณ์และความคิดที่เชื่อว่าดีๆ ทิ้งไว้ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่ได้อ่าน เป็นบันเทิง หรือเป็นสาระก็ได้”
ตอนฟังก็ไม่ได้นึกอะไรมาก แค่คิดเหมือนอย่างที่เคยคิดคือ ทำไมคนเราต้องคิดฝากอะไรไว้กับโลก เกิดมา เติบโต แล้วจากไปเงียบๆ ไม่ได้หรือ สถานะชื่อเสียงระหว่างมีชีวิต ใครจะจำไว้ก็จำ ใครไม่จำก็เป็นเรื่องของเขา จะต้องไปดิ้นรนสร้างตำนานอะไรไว้ทำไม
แต่เกือบทุกวันหลังคำพูดของ “คนสำคัญของชีวิต” นั้นก็ผลุดขึ้นมาในความคิดอยู่เรื่อย บางคราวเลยเถิดไปคิดต่อว่า “จะเขียนเรื่องอะไร” จากนั้นได้เกิดความคิดต่อยอดขึ้นมามากมาย ว่าน่าจะเป็นเรื่องนั้น เรื่องนี้
สภาวะที่ไม่เคยคิดรวมเรื่องอะไรให้เป็นชุด เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นมาครุ่นอยู่กับการสรุปว่าจะรวมเรื่องในคอนเซ็ปต์อะไรดี
ไม่ยากหรอก เพราะไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเงินเป็นทองอะไร แค่หาข้อสรุปว่าจะทำเรื่องอะไร จากนั้นไปค้นเอาเรื่องต่างๆ ที่เคยเขียนไว้ตรงกับเรื่องที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยในที่ทางต่างๆ และยังไม่ได้หายไปไหน เพราะอยู่ในคอมพิวเตอร์ 2-3 เครื่องที่ใช้อยู่ ในเครื่องเก่าๆ ที่ทิ้งไปแล้วข้อมูลส่วนใหญ่ก็ดูดเอามาใส่ไว้ให้เครื่องใหม่ ไม่ได้ทิ้งไป
ยากก็แค่ต้องเสียเวลาไปรื้ออ่าน เพื่อเลือก
คอนเซ็ปต์แรกที่คิดออกเป็นเรื่อง “สิ่งสำคัญของชีวิต”
อะไรเป็น “สิ่งสำคัญของชีวิต” ไม่ว่าจะคน สิ่งของ หรืออะไรอื่นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางใดทางหนึ่งต่อชีวิต
การทำให้ได้สิ่งนั้นมา การรักษา การดูแล และการขยายประโยชน์ให้กว้างออกไป ให้ลึกซึ้งมากขึ้น
ยิ่งนึกๆ ไป ทำให้เกิดความคิดว่าคนเรานี่ละเลยต่อการคิดถึงสิ่งสำคัญของชีวิตกันไปไม่น้อย
น่าจะหลายคนอยู่ หรืออาจจะเป็นคนส่วนใหญ่ได้เลย ที่ในแต่ละวันไม่เคยทบทวนว่า “สิ่งใดสำคัญต่อชีวิต”
การใช้ชีวิตที่ถูกต้องควรจะให้เวลากับสิ่งสำคัญก่อน แต่คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตไปตามความเคยชิน เคยทำอะไรในแต่ละวันก็ทำอย่างนั้นไปเรื่อย โดยไม่คิดอะไร
จัดการปัญหาเฉพาะหน้าไปไปวันๆ โดยไม่ได้ว่าเรื่องราวที่ต้องรีบเร่งจัดการ มันสำคัญอะไรต่อชีวิต
จะดีมากกว่าไหม ที่เกิดคำถามขึ้นก่อนว่า เรื่องราวที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวจัดการนั้น สำคัญแค่ไหนกับชีวิต มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าที่ควรจัดการก่อนหรือไม่ หรือบางทีการใช้เวลาคิดถึงวิธีจัดการกับเรื่องสำคัญก่อนอย่างไร เพื่อเตรียมแผนไว้ ยังดีเสียไปกว่าไปเสียเวลาทำในเรื่องที่ไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย แค่ทำไปตามความเคยชิน ทำเพราะเคยทำมาอย่างนั้น
เมื่อนึกได้อย่างนี้ จึงคิดต่อไปว่า น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย หากมาทบทวนว่า “จริงแท้แล้วชีวิต มีอะไรเป็นเรื่องสำคัญบ้าง”
เริ่มจาก “สำคัญ” อย่างไร ที่ผ่านมาผู้คนใส่ใจดูแลแค่ไหน ที่ถูกควรดูแลอย่างไร กับด้วยความคิด และวิธีการที่รูปธรรม
ค่อยๆ หยิบ “เรื่องสำคัญของชีวิต” มาชวนคุยกันทีละเรื่อง
น่าจะเป็นประโยชน์ขึ้นมาบ้าง แทนที่จะสัพเพเหระ ไปเรื่อย
นึกได้แบบนี้ ความคิดที่จะทำจึงเกิดขึ้น
และนั่นเป็นเหตุที่จะบอกว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะชวนแลกเปลี่ยน
“เรื่องสำคัญของชีวิต” อาทิตย์ละเรื่อง

