แท๊งก์ความคิด : ที่นี่ ณ ร.ศ.127

11.06.23 | 12:21 น.
ที่นี่ ณ ร.ศ.127

ที่นี่ ณ ร.ศ.127

ร้าน ณ ร.ศ.127 เป็นบ้านไม้สักทอง สร้างเป็นเรือนปั้นหยา ตั้งอยู่ริมน้ำบนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ตรงข้ามวัดใหญ่สว่างอารมณ์

เป็นบ้านที่เดิมใช้พักตากอากาศของ พระยาอัชราชทรงสิริ อดีตเสนาบดีกระทรวงเกษตรสมัย พ.ศ.2475 มีพื้นที่ 60 ไร่ ปลูกสร้างมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี

ยุคนั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดมุ่งถล่มพระนคร จึงต้องอพยพครอบครัวไปอยู่ปากเกร็ด

เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ลูกหลานมองเห็นอนาคต ได้พัฒนาบ้านพักกลายเป็นร้านอาหาร พื้นที่ 60 ไร่ปลูกพืชกินได้ ทั้งสะเดา ขี้เหล็ก นำมาใช้ประกอบอาหารแบบไร้สารพิษ

Advertisement

ฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ออกเมื่อ ร.ศ.127 หรือ พ.ศ.2451 จึงกลายเป็นชื่อร้านในปัจจุบัน

บางคนที่เคยไปเยือนร้านแห่งนี้ ถึงกับบอกว่าแค่ข้ามฝั่งน้ำก็เหมือนทะลุเข้าอีกมิติ

จากเมืองกรุงที่โกลาหล แค่ข้ามเจ้าพระยามาที่เรือนปั้นหยา ณ ร.ศ.127 ก็เหมือนย้อนยุคกลับไปอดีต

ความโกลาหลกลายเป็นความสงบ ตึกรามบ้านช่องกลายเป็นเรือนไม้

วันที่ไปถึงเป็นช่วงครึ้มฝน ทำให้บรรยากาศยามเย็นครึ้มสบาย

พวกเราไปถึงก่อนฝนห่าใหญ่จะมาเยือน

พอฝนเริ่มลงเม็ด เมนูอาหารอันวิจิตรก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า พร้อมคำอธิบายถึงคุณค่าก่อนได้ชิม

เริ่มจาก “ปลาแห้งแตงอุลิต” เป็นเมนูสมัยอยุธยา มีปลาแห้งกับแตงโม

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้ใช้เมนูนี้ถวายพระสงฆ์ 2,000 รูปในการฉลองพระแก้วมรกต และได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน

ปลาแห้งนี้นำมาจากจังหวัดสิงห์บุรี เป็นปลาช่อนแม่ลา

วิธีทานคือ ปลาแห้ง 1 คำ แตงโม 1 คำ

เป็นอาหารแรกรับรสที่กระตุ้นต่อมน้ำลายได้ดีจริงๆ

แป๊บเดียวหมดเกลี้ยง

นั่งสักพัก เมนูที่สองมาถึง “เนื้อปูจับก้อนทรัฟเฟิลทอดอย่างฝรั่ง” ถ้วยแก้วใสครอบจานอาหาร มีควันกรุ่นอยู่ภายใน

พอเปิดถ้วยแก้วออกก็ปรากฏควันบางเบาลอยออกมา พอควันจางก็เผยให้เห็นโฉมหน้าของอาหาร

เข้าใจคิด เข้าใจสร้างสรรค์

หลังจากนั้นเมนูอื่นๆ ก็ทยอยตามมา ทั้ง “แสร้งว่ากุ้งปลาดุกฟู” ทั้ง “ทอดมันหน่อกะลาเกาะเกร็ด”

“แสร้งว่า” เป็นอาหารตามกาพย์แห่เรือเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ปรากฏอยู่ในตอนที่ว่า “ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจฯ”

ขณะที่ “ทอดมันหน่อกะลาเกาะเกร็ด” มีความเหนียวนุ่มเคี้ยวมันอร่อย

ตามมาด้วย “ขนมจีนน้ำพริกรสมือแม่” และ “ยำส้มโอสยามสามเมือง”

ยังมี “กุ้งแม่น้ำเผาสะเดาน้ำปลาหวาน” แกล้มกับ “ปลาทูแม่กลองย่าง” “แกงขี้เหล็กต้นหลังบ้านท่านเจ้าคุณ” “แกงรัญจวน” “เนื้อปูก้อนผัดพริกเหลืองยอดมะพร้าว” ที่รับประทานกับข้าวสวยใส่ถ้วยอย่างงาม

ก่อนตบท้ายด้วย “อินทนิลอัญชัน น้ำกระทิสดอบควันเทียนหนึ่งราตรี”

เป็นมื้ออาหารพิเศษสำหรับคนที่ต้องการความพิเศษ

เสน่ห์ของอาหารแต่ละเมนูนั้น คือ เรื่องราวที่เล่าแล้วชวนชิม การตกแต่งอาหารลงในจานเพิ่มความอยากลิ้มลอง

ที่สำคัญ คือ วัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นวัตถุดิบมีชื่อ เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีคุณภาพสูง

อาทิ ปลาแห้งใช้ปลาช่อนแม่ลาดั่งที่เล่าให้ฟังไว้ข้างต้น

สะเดา ขี้เหล็ก รวมถึงหน่อกะลา ที่สามารถออกไปเดินหาได้บนพื้นที่ 60 ไร่บนเกาะเกร็ด

ส่วนปลาทูเน้นที่แม่กลอง และเลือกเฉพาะตัวเมีย เพราะมันกว่าและนุ่มกว่าตัวผู้

เนื้อปูใหม่สดส่งตรงมาจากสุราษฎร์ธานีทุกวัน

ข้าวสวยใช้ข้าวจากกลุ่ม “เชอรี่ เข็มอัปสร” ที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน

ขณะที่ส้มโอนำมาจาก 3 จังหวัด สีแดงทับทิมสยาม มาจากนครศรีธรรมราช อีกพันธุ์มาจากสุราษฎร์ธานี และสุดท้ายมาจากนครชัยศรี นครปฐม

แม้แต่น้ำปลาพริกก็นำมาจากกงไกรลาส สุโขทัย เป็นน้ำปลาสร้อยจากแม่น้ำยม ตากกลางแดดมา 2 ปี

อิ่มท้อง อิ่มความรู้ แล้วเดินออกมาจากห้องอาหาร สายลมเย็นปะทะหน้า เหลียวไปมองชายป่าริมน้ำเจ้าพระยาเห็นหิ่งห้อยส่องแสงวิบวับ

ยืนชมความงามชั่วแวบเดียวก็รู้สึกได้พักเหนื่อย

และแล้วเวลาลาจากก็มาถึง เรือข้ามฝั่งจากวัดใหญ่สว่างอารมณ์เข้าเทียบท่า

ทุกคนขึ้นเรือแล้วกัปตันก็เร่งเครื่องฝ่าความมืดของลำน้ำมุ่งไปยังวัดใหญ่สว่างอารมณ์ ทิ้งภาพบ้านเรือนปั้นหยาสวยงามไว้ข้างหลัง

พร้อม ๆ กับความทรงจำที่ประทับใจ

เชื่อว่า ณ ที่แห่งนี้หากใครได้มาแล้วครึ่งหนึ่ง ต้องอยากกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง

เพราะที่นั่นมีเสน่ห์แห่งแผ่นดิน เรือนพัก และรสชาติอาหาร

ไปแวะเวียนร้าน ณ ร.ศ.127 แล้วคิดถึงถ้อยคำในงาน Upskill Thailand 2023 ที่เครือมติชนเพิ่งจัดผ่านพ้นไป

คิดถึงความใฝ่ฝันเกี่ยวกับซอฟต์เพาเวอร์ด้านอาหาร

ลองไปชิม ลองไปสัมผัส แล้วจะรับทราบถึงพลังอ่อนจากอาหารที่คนไทยลงมือปรุง

แวะเวียนไปลิ้มลองได้ ณ ร.ศ.127 เกาะเกร็ด นนทบุรี