
‘ของขึ้น’
คือนิยามของอารมณ์ความรู้สึกที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ต่อกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ที่ทราบต่อมาว่าอยู่ใต้ชายคาสำนักงานเขตปทุมวัน เรียกรับเงินใต้โต๊ะ 3 แสนเหนาะๆ แลกกับการไฟเขียวลื่นปรื๊ดใบอนุญาตปรับปรุงก่อสร้างอาคาร
ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ห้องรัตนโกสินทร์ กทม. เสาชิงช้า ร้อนระอุทะลุปรอท
ในวันเดียวกัน ครั้นชัชชาติและเหล่าผู้บริหารออกจากห้อง จัดแถลงหลังการประชุมปกติ ผู้สื่อข่าวถามประเด็นร้อน ผู้ว่าฯกทม.รับว่า หนักใจ ที่ผ่านมาอุตส่าห์เน้นย้ำความโปร่งใส สุดท้ายภาพเสียเพราะคนไม่กี่คน
“เราเชื่อว่าคนดีมากกว่า แต่คนไม่ดีที่เราเห็น มีการไปเรียกใต้โต๊ะ รับส่วย ก็มีคณะทำงานซึ่งต้องเอาตรงนี้อย่างจริงจัง ต้องทำให้เป็นตัวอย่าง คนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเราไม่เอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป” ชัชชาติกล่าว พร้อมเผยยอดร้องเรียนและส่งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ มาร้อยกว่าเรื่อง ผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ 77 เรื่อง กำชับ ผอ.เขตต้องจับตาเข้ม
ยืนยันไม่ทนคอร์รัปชั่น ก่อนหน้านี้มีการล่อซื้อหลายครั้ง โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ต่อมา ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. เผยว่า เตรียมสั่งย้ายแล้ว และหากหลักฐานชัด พร้อมส่ง ป.ป.ท.ฟันคดีอาญา
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิด หากแต่เป็นที่ ‘รู้กัน’ มานานนมเน หมักหมมเป็นปฏิกูลกองใหญ่ที่ดูเหมือนจะไม่เคยถูกรื้อออกมาบดขยี้ในเตาเผาขยะอย่างจริงจัง

ใบอนุญาตออนไลน์
ลด ‘ดีล’ บุคคล แต่แอพพ์ยังมีปัญหา
ปัญหาดังกล่าว ในยุคชัชชาติประกาศชวนแล้วชวนอีกให้มีการขออนุญาตผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่ต้องพบตัวบุคคล เพื่อลดการใช้ดุลพินิจ รวมถึง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ไม่ได้มีคำตอบเดียวในการแก้ปัญหาการทุจริต แต่ทำหลายด้านไปพร้อมๆ กัน เชื่อว่าความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาของฝ่ายบริหารจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น กทม.มีบุคลากรกว่า 80,000 คน คนไม่ดีมีอยู่บ้าง ที่สำคัญคือเราต้องเอาคนเหล่านี้ออกไป
“ใบอนุญาตออนไลน์เรายังเน้นที่ 300 ตารางเมตร แต่ถ้าเป็นอาคารใหญ่ ก็ต้องผ่านกระบวนการปกติอยู่ การขออนุญาตออนไลน์ก็ไม่ได้ง่าย คนยังไม่คุ้นชิน ยังต้องใช้เวลาในการทรานส์ฟอร์มจากอนาล็อกเป็นดิจิทัลมากขึ้น แต่เชื่อว่าในอนาคตต้องมีเหมือนยื่นภาษีออนไลน์ ทุกๆ คนก็ต้องชินมากขึ้น แต่ตัวแอพพลิเคชั่นยังมีปัญหา เพราะเอกสารเยอะมาก” ชัชชาติกล่าว
สอดคล้องกับข้อมูลจากปาก วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนา “การยื่นขออนุญาตออนไลน์ และกฎหมายควบคุมอาคารใน กทม.” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งรับว่ายังไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะระบบ ‘ยังค่อนข้างใช้ยาก’
“กทม.ได้มีการดำเนินการในเรื่องการขออนุญาตออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยประชาชนสามารถยื่นขออนุญาตก่อสร้างบ้านพักอาศัยพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะระบบยังค่อนข้างใช้ยาก ซึ่งจะเร่งดำเนินการแก้ไขระบบให้ใช้ง่ายมากขึ้น คาดว่าการปรับระบบจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2566 นี้” รองฯวิศณุกล่าวบนเวที ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง
โดนร้องมานาน คืบหน้าล่าช้า
ปัญหาดุลพินิจ ไม่ตรง ‘บริบท’ กรุงเทพฯ
บนเวทีเดียวกัน รองผู้ว่าฯวิศณุเผยว่า เรื่องการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารเป็นปัญหาที่ กทม.ได้รับการร้องเรียนมานาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องใน 3 ประเด็น ได้แก่
1.ปัญหาการพิจารณาล่าช้า ซึ่งการยื่นขออนุญาตออนไลน์ก็เป็นทางออกหนึ่ง เพราะทำให้ทราบว่ามีการยื่นขอเข้ามาเมื่อไร มีข้อติดขัดอย่างไร และสามารถติดตามจากบันทึกในระบบได้ นอกจากนี้ยังมีการนำ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เข้ามากำกับร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้การพิจารณาอนุญาตอยู่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
2.ปัญหาการใช้ดุลพินิจ กทม.ได้พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดทำมาตรฐานในการพิจารณาเป็น checklist เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้นและเจ้าหน้าที่มีแนวทางการพิจารณาที่เหมือนกันในทุกเขต รวมถึงการจัดทำคู่มือการขออนุญาตก่อสร้างประเภทต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ
3.ปัญหากฎหมายควบคุมอาคารไม่ตรงกับบริบทของกรุงเทพฯ เนื่องจากปัจจุบันเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้วแต่กฎหมายยังไม่มีการปรับปรุงให้ทันสมัย ทำให้การดัดแปลงแก้ไขอาคารจะทำได้ยากเพราะต้องทำให้เข้ากับกฎหมายใหม่ เช่น ระยะร่น ที่จอดรถ ซึ่งตึกแถวเก่าๆ ไม่สามารถทำได้ เป็นต้น ปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
สุรัช ติระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กล่าวเสริมว่า สำหรับประชาชนที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างสามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคารได้ที่สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา โดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาได้ตั้งแต่เรื่องการซื้อที่ดิน ที่ดินดังกล่าวจะสามารถสร้างอะไรได้บ้าง ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งการอนุญาตแล้วเสร็จ
เปิดประสบการณ์ 40 ปี ‘ไม่มีใครอยากจ่ายใต้โต๊ะ’
แต่รอไม่ไหว ต้องจำใจควัก
จากมุมภาครัฐ มาฟังเสียงผู้ประสบวิบากกรรมกันบ้าง
สุรัตน์ พิมพ์ศักดิ์ อุปนายกฝ่ายนิติกรรม สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีการดองการขออนุญาตก่อสร้าง ทำให้ต้องไปพูดคุยเจรจาต่อรองผลประโยชน์ ผู้ยื่นขออนุญาตไม่มีใครอยากจะจ่ายเงินใต้โต๊ะ แต่หลายครั้งรอไม่ไหวก็ต้องจำยอมจ่ายไป ตนพยายามลองใช้การยื่นแบบทางออนไลน์ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพิ่งได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างได้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ กทม.กำลังออกระบบใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
“จากการสอบถามสมาชิกในสมาคมเรื่องการยื่นแบบออนไลน์ ได้รับคำตอบว่าระบบมันยุ่ง ยื่นยาก พอโทรถามเจ้าหน้าที่เขต ได้รับคำแนะนำอย่างดีว่าถึงคุณยื่นมา ก็ต้องมายื่นเอกสารตัวจริงอยู่ดี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะตามเรตราคา ถ้าจ่ายเยอะก็จะได้อนุญาตเร็วขึ้น ทั้งนี้ ถ้ากฎหมายมีความชัดเจน ไม่ต้องมีคำว่าอำนาจ มีแต่หน้าที่อย่างเดียว เพราะอำนาจคือดุลพินิจ หน้าที่คือต้องปฏิบัติ ถ้ามีตัวเช็กลิสต์ชัดเจนจะช่วยแก้ปัญหาการจ่ายเงินใต้โต๊ะได้” สุรัตน์เล่า
ด้าน ชาญณรงค์ แก่นทอง อุปนายกสภาสถาปนิก เผยว่า ตั้งแต่ทำงานมา 40 ปี ไม่เคยยื่นขออนุญาตผ่านในครั้งแรก ด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกว่า 2,000 มาตรา มีความล้าหลัง ซ้ำซ้อน บังคับใช้ไม่ได้ โดยทั้งผู้ออกแบบ ผู้ตรวจ คนใช้งาน ยังหาข้อสรุปไม่ได้

รับ ‘กฎหมายล้าหลัง’ แต่ปรับปรุงอยู่บ้าง
‘คู่มือกลาง’ หลายภาคส่วนต้องร่วมทำ
สำหรับมุมมองเชิงวิชาการ รศ.เอนก ศิริพานิชกร กรรมการควบคุมอาคาร อนุกรรมการสภาวิศวกร กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคารมีความล้าหลัง แต่ก็มีการปรับปรุงอยู่บ้าง ส่วนกฎกระทรวงมีการบังคับสิ่งที่จำเป็น ซึ่งตอนนี้มีการบังใช้กำลังคอนกรีตต่ำมาก ปัจจุบันจะมีการปรับแก้ไขให้ดีขึ้น โดยมีการผลักดันตั้งแต่ปี 2548 มีข้อเสนอถึง กทม.คือ 1.ต้องมีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) 2.ให้จ่ายค่าธรรมเนียมแบบออนไลน์
ขณะที่ ศ.นาวาโท ไตรวัฒน์ วิรยศิริ อาจารย์ทรงคุณวุฒิ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบดิจิทัล เจ้าหน้าที่หลายคนตรวจแบบผ่านคอมพิวเตอร์ไม่ได้ ต้องมีการเปลี่ยนวิธีคิดหลายอย่าง ส่วนคู่มือกลางต้องใช้หลายภาคส่วนในการช่วยทำ
ปิดท้ายด้วยข้อมูลของ อุไรรัตน์ จันทรศิริ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ถึงข้อเสนอของทีมวิจัยในการแก้ปัญหาการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ได้แก่
1.กำหนดระยะเวลาพิจารณาอนุญาตความเสี่ยงของอาคาร อย่างบ้านพักอาศัยที่มีความเสี่ยงต่ำ ควรกำหนดระยะเวลาพิจารณาอนุญาตไม่เกิน 30 วัน
2.ให้มีนายตรวจจากเอกชน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐแบกรับภาระมากเกินไป ช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาส
3.เพิ่มความชัดเจนในกระบวนการขออนุญาต โดยให้แต่ละเขตใช้มาตรฐานเดียวกัน
4.เพิ่มการประชาสัมพันธ์การยื่นขออนุญาตออนไลน์ให้มากขึ้น
5.ปรับกฎหมายให้มีความชัดเจนมากขึ้น
6.การจัดทำฐานข้อมูลกลาง รวมข้อมูลการรังวัดที่ดินสาธารณะ เช่น คลอง ถนน เพื่อให้ผู้ขออนุญาตใช้อ้างอิงได้ แต่ต้องแก้กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้สามารถอ้างอิงข้อมูลตรงนี้ได้
7.เร่งเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมที่ดิน และสภาวิชาชีพต่างๆ
8.การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุน และติดตามกระบวนการได้ชัดเจน
“ทางทีมวิจัยได้คำนวณผลประโยชน์การปรับปรุงกระบวนการตามข้อเสนอแนะ สามารถประหยัดต้นทุนผู้ขออนุญาตประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ประหยัดได้ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสของอาคารขนาดใหญ่” อุไรรัตน์กล่าว
นับเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไขแบบรอไม่ได้อีกต่อไป หากไม่ใช่ในยุคชัชชาติ แล้วจะแก้ได้เมื่อไหร่?

