เมืองน่าอยู่
ถ้อยคำง่ายๆ ที่คงเป็นหนึ่งในความหวังของทุกคนบนโลกใบนี้
อย่างไรก็ตาม การทำให้ความฝันถึงคุณภาพชีวิตที่ดีกลายเป็นจริง ย่อมต้องขับเคลื่อนไปโดยหลายภาคส่วน
ล่าสุด แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ร่วมกับสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) จัดงาน MQDC Design Competition 2023 – RE – imagining Thai Social Space : City Festival as Design Intervention โดยมีการมอบรางวัลแด่เจ้าของผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่พร้อมคืนความสุขให้ผู้คนในชุมชน
ภายใต้โจทย์ RE – imagining Thai Social Space : City Festival as Design Intervention
1,222 คน คือจำนวนผู้สมัครร่วมประกวดผลงาน ทั้งทีมนิสิตนักศึกษาและทีมบุคคลทั่วไป กว่าจะเฟ้นหาผู้คว้าชัย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลงานออกแบบต้องตอบโจทย์การสร้างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่กึ่งสาธารณะสำหรับเมืองยุคใหม่ อีกทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และทำให้เกิดการพัฒนาย่านต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์เป็นเมืองแห่งงานเทศกาลหรือการจัดกิจกรรมแบบชั่วคราว
ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน ผู้เข้าแข่งขันได้รับความรู้และใหม่ๆ และแรงบันดาลใจเพื่อนำไปต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของโครงการทั้งจาก Creative Lab, MQDC, CDAST และคณะกรรมการจากองค์กรระดับประเทศและระดับโลกพิจารณาการคัดเลือกผลงาน เพื่อให้ได้ผลงานการออกแบบที่ดี เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมมากที่สุด

ไชยยง รัตนอังกูร หัวหน้าคณะที่ปรึกษา Creative Lab บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด เผยว่า ยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับ MQDC ในการสร้างสรรค์ผลงานการพัฒนาชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน และอยากเป็นโครงการที่มีส่วนร่วมกับผู้คนในพื้นที่ ร้านค้าต่างๆ และเด็กรุ่นใหม่ เป็นพลังช่วยผลักดันสังคมให้พื้นที่ที่เราอยู่สามารถพัฒนาต่อยอดและสร้างสังคมที่น่าอยู่ร่วมกันได้
“MQDC ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่จะทำให้น้องๆ และบรรดานักออกแบบมืออาชีพทุกท่านได้ทำงานและพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนร่วมกันต่อไปได้ในอนาคต” ไชยยงกล่าว
ย้ำชัดว่างานนี้ MQDC ไม่ได้ต้องการพัฒนาเพื่อตัวโครงการเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อสังคม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เกิดความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ต้องการนำพาสังคมไปสู่สิ่งที่ดี โดยบรรจุแนวคิดเหล่านี้ลงไปในโครงการต่างๆ มากมาย อาทิ โครงการ Cloud 11 ซึ่งมีการรวบรวมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบมากมาย
ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ทีม นอกจากจะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 200,000 บาท แล้วยังมีโอกาสเตรียมบินลัดฟ้าไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศอีกด้วย
สำหรับทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม A222 โดย ชยพล สิทธิกรวรกุล, จิรายุส วงศ์เจริญสถิตย์, วศิน เซี่ยงจันทร์ และปภัสสร นพไพบูลย์รัตน์ นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากผลงาน “ลานละคร” ซึ่งเป็นการออกแบบพื้นที่การแสดงในที่สาธารณะซึ่งมีค่อนข้างน้อย ผู้เข้าแข่งขันคือนิสิตจุฬาฯ จึงรังสรรค์ลานละครขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถได้โชว์ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง การเล่นดนตรี การเต้น คอมเมดี้โชว์ และเล่นละคร การแสดงความสามารถจะไม่ถูกจำกัดแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่สามารถนำการแสดงมาสู่สายตาผู้คนได้ตั้งใจให้เป็นพื้นที่การแสดงแบบไร้ขอบเขต ทำให้เมืองมีชีวิตชีวามากขึ้น นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการที่จะนำโครงการไปปรับใช้กับที่อื่นๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ยังมองถึงภาพรวมว่าผู้คนสามารถได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนี้บ้าง และลานแห่งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้มีร้านค้ามาเช่าพื้นที่ขายของเพื่อนอุดหนุนธุรกิจชุมชน เกิดรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน
ส่วนผู้ชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป คือทีม B124 ผลงาน : อ้อ-มา-กา-เสะ โดย ศักดิธัช พิทักษ์กชกร, สิตานัน ธีรเจริญชัย, ธรรม์ดา ฤกษ์ไพศาล และภัทรชนน วรานุกูลศักดิ์ ศิษย์เก่าจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นการออกแบบเทศกาลอาหาร ตั้งชื่อโดยอิงจาก “บางอ้อ” และ “มากาเสะ” ซึ่งหมายถึงวิธีการกินอาหารที่มีเชฟเป็นผู้แนะนำให้ โดยออกแบบเพื่อแก้ปัญหาสภาพพื้นที่ในย่านพระโขนง ซึ่งมีปัญหาหลัก ได้แก่ 1.ปัญหาซอยลึกซอยตัน 2.เข้าถึงง่าย ไปต่อยาก 3.คลองเหงา และ 4.พื้นที่สาธารณะไม่เพียงพอ แม้จะมีนักพัฒนามากมายเข้ามาพัฒนาพื้นที่ในย่านแห่งนี้ แต่ปัญหาในเรื่องของเมกะโปรเจ็กต์ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างนักลงทุนและร้านค้าชุมชน
ผู้ออกแบบจึงคาดหวังว่า อ้อ-มา-กา-เสะ จะสามารถลดช่องว่างระหว่างโครงการขนาดใหญ่และร้านค้าชุมชนได้ โดยมองว่าอาหารเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย จึงเลือกให้เป็นแกนหลักของโครงการ
“อาหารจะถูกคัดสรรโดยวินมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากมีความชำนาญเรื่องเส้นทางและร้านอาหารอยู่ในย่านนั้นๆ เป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนในย่าน เป็นเสมือน Google maps วินมอเตอร์ไซค์จะต้องเลือกร้านอาหารลงมาในงาน และให้ประชาชนผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้โหวตร้านอาหารที่ถูกใจ หากร้านไหนถูกโหวตให้ชนะ วินมอเตอร์ไซค์ที่เลือกร้านนั้นมาก็จะได้รับรางวัลด้วย เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านงานเทศกาลทำให้ร้านค้าอาหารที่ซ่อนอยู่ภายในย่านแห่งนี้ได้ออกมาสู่สายตาประชาชน ได้รับการมองเห็นที่มากขึ้น
“ตัวซุ้มถูกออกแบบให้สามารถใช้ได้ทั้งงานเทศกาลและวันธรรมดา เนื่องจากซุ้มต่างๆ ที่ออกแบบมานั้น มีแรงบันดาลใจมาจากซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ เมื่อถึงคราวเทศกาลซุ้มต่างๆ จะถูกเรียงต่อกันเสมือนห้องอาหารแนวยาว เป็นการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้คน ทำให้ย่านพระโขนงเกิดความคึกคักและทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มมากขึ้น” ตัวแทนทีม B124 กล่าว
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ สู่เป้าหมายในการคืนความสุขแก่ชุมชนผ่านสถาปัตย์อันเฟรนด์ลี่มีอารยะและตอบโจทย์การใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะอย่างมากมายด้วยความสุข
ณัฐธยาน์ เตชนิธิเศรษฐ์

