ถลาลมสู่สิงคโปร์ เคาต์ดาวน์สวนนก ‘เบิร์ด พาราไดซ์’ ในวันสยายปีก

16.06.23 | 13:17 น.
กรงขนาดใหญ่ 8 กรงที่เชื่อมต่อกันบนเนื้อที่ 17 เฮกตาร์

หลังโควิดผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาพักใหญ่ สิงคโปร์พร้อมเชิญชวนให้คนทั่วโลกแวะเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของสวนนกเบิร์ด พาราไดซ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศใหม่ล่าสุดที่จะมอบประสบการณ์ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตตามธรรมชาติของนกพันธุ์หายากกว่า 3,000 ตัว ทั้งจากแอฟริกา อเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย

โซน Hong Leong Foundation Crimson Wetlands

สวนนกดังกล่าวตั้งอยู่ใน เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่ามันได ผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับจากซุ้มประตู Forest Gateway ที่มีความยาวถึง 85 เมตร ประดับตกแต่งด้วยหินแกะสลักสายพันธุ์สัตว์ที่โดดเด่น เช่น ยีราฟ หมีมลายูซันแบร์ ช้างเอเชีย และนกแก๊ก ภายในประกอบด้วย สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoo) ริเวอร์ วันเดอร์ส (River Wonders) ไนต์ ซาฟารี (Night Safari) และสวนสัตว์ป่าฝน (Rainforest Park) ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้

สำหรับสวนนก รังสรรค์ผ่าน 8 กรงใหญ่ที่เชื่อมต่อถึงกัน แต่ละกรงจำลองระบบชีวนิเวศต่างๆ จากทั่วโลก ทั้งป่าฝนแอฟริกาที่หนาแน่น พื้นที่ชุ่มน้ำในอเมริกาใต้ และนาข้าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงามและเรียนรู้วิถีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ของนกสายพันธุ์ต่างๆ ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ ชวนเด็กๆ ออกไปสำรวจสนามเด็กเล่นที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอนุรักษ์ นักออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากตัวลิ่นชวา (Sunda Pangolin) ซึ่งชวนให้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพืช สัตว์ และระบบนิเวศในท้องถิ่นอย่างเพลินใจ

อีกหนึ่งสิ่งไม่ควรพลาด คือ การให้อาหารนกที่เป็นกิจกรรมยอดนิยมใน “สวนนกจูร่ง” ซึ่งวันนี้มีนกสายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ นกเอี้ยงกิ้งโครง นกเงือกแอฟริกัน และนกเงือกที่โซน Heart of Africa นกกระทุงที่โซน Kuok Group Wings of Asia และฝูงนกโนรีที่โซน Lory Loft รายได้ทั้งหมดจากการให้อาหารนกจะมอบให้กับโครงการอนุรักษ์ต่างๆ ที่มันไดไวด์ไลฟ์กรุ๊ปให้การสนับสนุนอยู่ทั้งในสิงคโปร์และทั่วทั้งภูมิภาค

Advertisement

นักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศิลปะกับธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เฝ้าดูหมู่มวลนกที่ร่าเริงและปรับตัวเข้ากับบ้านหลังใหม่ที่จำลองถิ่นที่อยู่ธรรมชาติจากทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด จากนั้นยังแวะเติมพลังได้ที่ร้านอาหารในบรรยากาศชิล…ชิล ไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังที่มีเมนูอาหารที่ปรุงจากพืชผัก ใช้วัตถุดิบรักษ์ธรรมชาติและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Luke’s Lobster, Leckerbaer, Mr. Holmes Bakehouse, Birds of Paradise Gelato Boutique and Sandwich Bar, A&W, Collin’s, Han’s Union และ Pavilion Banana Leaf

บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในเขตอนุรักษ์มีผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสินค้าหัตถกรรมในท้องถิ่นมากมายที่สะท้อนถึงความรักธรรมชาติและสัตว์ป่า ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับด้วย

สำหรับอัตราค่าบัตรเข้าชมอยู่ที่ 38 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับผู้ใหญ่ 23 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี และ 20 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับผู้สูงวัย นักท่องเที่ยวสามารถสำรองบัตรเข้าชมล่วงหน้าและเลือกชมการแสดงพิเศษต่างๆ ได้แล้ววันนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม www.mandai.com