อันซีนของอันซีน เช็กอิน ‘ทุ่งเสลี่ยม’ พื้นที่พิเศษบนแผ่นดินสุโขทัย

17.06.23 | 12:12 น.
อันซีนของอันซีน เช็กอิน ‘ทุ่งเสลี่ยม’ พื้นที่พิเศษบนแผ่นดินสุโขทัย
นางศรีลา ชุมภูวัน เลขานุการบ้านแม่ทุเลาโฮมสเตย์ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไทยชนะศึก

อันซีนของอันซีน เช็กอิน ‘ทุ่งเสลี่ยม’ พื้นที่พิเศษบนแผ่นดินสุโขทัย

สุโขทัย คือเมืองแห่งวัฒนธรรมเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่ไม่ได้มีดีแค่ความเก่า แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติสวยงามที่รอให้เราเข้าไปค้นหา ดังเช่น ชุมชนไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จุดเริ่มต้นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และยั่งยืน

อำเภอแห่งนี้ มีเพียง 5 ตำบล ห่างจากตัวเมืองสุโขทัย ประมาณ 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที

ล่าสุด องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และจังหวัดสุโขทัย ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ BCG ปลูกป่า สร้างปอด ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ณ ชุมชนไทยชนะศึก บ้านท่าต้นธง ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ร่วมภาคีเครือข่ายผสานความร่วมมือส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนให้บ้านไทยชนะศึกก้าวสู่ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

Advertisement
พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล

พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมรดกโลกสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) กล่าวด้วยรอยยิ้มถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า กิจกรรมปลูกต้นไม้เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นในด้านเศรษฐกิจสีเขียว (G) ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า ‘การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน’ โดยนำทรัพยากรที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของชุมชน คือ ต้นสะเลียมหรือสะเดา และ ต้นเหลืองปรีดียาธร มาใช้ประโยชน์ สร้างต้นแบบพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการการท่องเที่ยว และได้รับการเชื่อมโยงสู่ตลาดคุณภาพสูงต่อไป

สุโขทัยอันหลากหลาย ทำไมต้อง ‘ทุ่งเสลี่ยม’?
อากาศอบอ้าวในวันฟ้าครึ้ม มีทีท่าว่าเม็ดฝนพร้อมที่จะโปรยปรายในทุกชั่วขณะ พันเอก นาวินเผยว่า เหตุที่มาจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ ป่าชุมชนบ้านท่าต้นธง อำเภอทุ่งเสลี่ยม เป็นเพราะที่นี่ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดกิจกรรมพัฒนาเส้นทาง BCG คาร์บอนเครดิต จากรวบรวมข้อมูลกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่ 3,800 ไร่ และความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 128,828.25 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งธนาคารต้นไม้ชุมชนบ้านท่าต้นธงได้รางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในจังหวัดสุโขทัยและได้เป็นอันดับ 2 ของประเทศในปี 2566
“ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวชุมชนต้องบอกว่าที่นี่ก็มีอยู่เป็นทุนเดิม เพียงแต่ความเป็นระบบ รูปแบบความคิด และมิติของความยั่งยืนนั้นยังไม่เกิด เราจึงมาช่วยให้เกิดระบบมีโครงสร้างที่ชัดเจน ซึ่งในด้านของความยั่งยืน มันจะเกิดการส่งต่อรุ่นสู่รุ่นที่ต่อให้ผู้นำชุมชนเปลี่ยนไปแล้ว แต่กฎกติกาที่วางไว้ยังคงอยู่

ชาวชุมชนไทยชนะศึกสาธิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน

อพท.บริหารจัดการทรัพยากรท่องเที่ยวตามความต้องการของชุมชน ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพยากรที่แท้จริง เราไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพยากร เราเป็นเพียงผู้ที่มาบริหารจัดการให้” พันเอก นาวินกล่าว

ถามว่า เหตุใดจึงเลือกสุโขทัย ได้คำตอบว่า เพราะที่นี่เป็นเมืองที่ได้รับรางวัลจากองค์กรยูเนสโกถึง 4 รางวัล ซึ่งหากถามย้อนกลับไปว่าในประเทศไทยมีที่ไหนเป็นแบบนี้บ้าง คำตอบคือ ‘ไม่มี’ และส่วนคำถามที่ว่า ‘ทำไมต้องทุ่งเสลี่ยม’ พันเอก นาวินเฉลยว่า เพราะมีความเพียบพร้อมในส่วนต้นทุนทางธรรมชาติ ซึ่งหัวใจหลักของการท่องเที่ยวชุมชน คือ ‘การระเบิดจากภายใน’

“เราไปบังคับชุมชนไม่ได้ ชุมชนต้องอยากทำด้วย แต่ที่นี่แตกต่าง ทุกสิ่งมันเกิดจากความต้องการของชุมชน และชุมชนมีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ” พันเอก นาวินย้ำ

ด้าน สุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า สุโขทัยเป็นเมืองชุมชนที่มีเอกลักษณ์ความเป็นมาแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่ อาทิ ทุ่งเสลี่ยม ที่มีการอนุรักษ์ในเรื่องของทุ่งนา ที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นจังหวัดที่มีผู้อาศัยอพยพมาจากหลายท้องที่ ส่งผลให้เป็นเมืองที่มีความหลากหลายในด้านศิลปวัฒนธรรม

“เราจะนำจุดเด่นนี้มาประเมินประสิทธิภาพชุมชน หากมีศักยภาพในการขยาย ทางเราจะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยพัฒนาต่อยอด ถ้ามาสุโขทัยจะได้สัมผัสในหลายมิติ ทั้งความเป็นมรดกโลก, เมืองเก่า, วัฒนธรรมประเพณี และความเป็นอยู่ของผู้คนที่มีความหลากหลาย” พ่อเมืองสุโขทัยกล่าวด้วยสายตามุ่งมั่น

เริ่มสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน

‘กินลืมป่วย’ สำรับรสเลิศ ณ โฮมเสตย์บ้านแม่ทุเลา

ผลิตภัณฑ์ชุมชน ‘ตุ้มหูจากใบตาล’

หลังจากกิจกรรมปลูกต้นไม้เสร็จสิ้นลง เมฆดำที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงสายก็มลายสิ้น การเดินทางต่อไปในเส้นท่องเที่ยวชุมชนไทยชนะศึกจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส เริ่มด้วยการเรียนรู้ขั้นตอนทำอาหารสมุนไพรพื้นบ้าน ‘กินลืมป่วย’ กับเมนูลาบปลาต้มน้ำอ๊อด พร้อมผักพื้นบ้านอาหารพื้นถิ่น อาทิ แกงแคไก่ ลาบหมู ไข่ป่าม พร้อมทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) อย่างการทำกระติ๊บข้าวเหนียว การทำตุ้มหูจากใบตาลที่เหลือใช้ ก่อนจับจ่ายไปกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านมาตรฐาน Green Product เหรียญเงิน อาทิ งานทอผ้าฝ้าย เป็นที่อัตลักษณ์ของชุมชนไทยชนะศึก

เมนูตำรับกินลืมป่วย ‘ลาบปลาต้มน้ำอ๊อด’
การสาธิตการทำลาบปลาต้มน้ำอ๊อด

“ชุมชนไทยชนะศึกมีอาชีพเกษตรกรรม พอนอกภาคการเกษตรจะไม่มีรายได้อะไรเลย เราจึงคิดว่าทำอย่างไรให้เกิดรายได้ขึ้นมา จึงรวมกันจัดตั้งกลุ่มซึ่งเริ่มต้นจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรทำสุราแช่พื้นบ้าน
หลังจากนั้นจึงเริ่มหันมาทำแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนมาถึงโฮมสเตย์ที่เราอยากบอกเล่าเรื่องราวในชุมชนให้ผู้คนได้รับรู้ว่าเราก็มีดีนะ
ปัจจุบันกลุ่มของเรามีสมาชิกเกือบ 20 คน มีบ้านโฮมสเตย์ 4 หลัง และกำลังมีแผนที่จะขยายเพิ่ม โดยที่นี่มีอาหาร ที่พัก มีกิจกรรมดีไอวายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำ ในช่วงกลางวันจะมีแนะนำอาหาร และมีกิจกรรมปั่นจักรยานชมทุ่งที่มีความสวยงามตามแต่ละฤดู” ศรีลา ชุมภูวัน เลขานุการบ้านแม่ทุเลาโฮมสเตย์ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไทยชนะศึก กล่าวถึงที่มาของการทำโฮมสเตย์แห่งนี้

ระเบิดความคิดสร้างสรรค์ไปกับสตรีทอาร์ต ‘โรงนาบ้านไร่’
สถานที่สุดท้ายของทริป ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาที่เขียวขจี ตกแต่งไปด้วยผลงานศิลปะหลายแขนงอย่างละลานตาที่นี่คือ สตรีทอาร์ต ณ โรงนาบ้านไร่ สถานที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ มุ่งเติมความฝันให้กับเด็กที่แวะเวียนเข้ามาเรียน ด้วยสโลแกน ‘เรียนอย่างมีความสุข กรุณามีความสุข’

บรรยากาศ ณ โรงนาบ้านไร่
ผลิตภัณฑ์ผลงานศิลปะจากศิลปิน

สัญญา พานิชยเวช เจ้าของโรงนาบ้านไร่ กล่าวว่า ไม่ได้เรียนจบทางศิลปะโดยตรง เพียงแต่มีความสนใจและเติบโตมากับหนังสือ วันหนึ่งหลานมาอยู่ด้วยแต่ไม่มีเพื่อน เราจึงชักชวนให้เด็กๆ มาเล่น มาเรียนรู้ด้วยกัน นานวัน เด็กยิ่งเยอะ จึงตัดสินใจเปิดให้คนภายนอกสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้

“เราสนใจกิจกรรมเกี่ยวกับเด็ก เพราะเด็กคือหน้าตาของเมืองในอนาคต ถ้าเราเป็นปลาที่แข็งแรงอยู่ในหนองน้ำชื่อสุโขทัย ต่อให้เราแข็งแรงแค่ไหน ถ้าน้ำเน่าเราก็ป่วย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา คือ ทำแหล่งน้ำให้ดีและดูแลขยายออกไป

นอกจากศิลปะที่เปิดให้เข้ามาเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานแล้ว ที่นี่ยังมีการนำเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เข้ามาผสานให้เกษตรกรโคกหนองนามาเข้าร่วม จัดพื้นที่ค้าขายสินค้าเกษตร ร่วมพูดคุยคิดและหาแนวทางในการนำผลผลิตจากพืชผักอินทรีย์มาทำการตลาดโดยใช้ศิลปะผนวกเข้าไป ซึ่งเมื่อเราทำแบบนี้ก็มีหน่วยงานจากภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุน

นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรม Art in Farm ที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือนในธีม เอามือถือออกจากเด็ก เอาเด็กออกจากมือถือ ให้เขามาอยู่ มาเรียนรู้ศิลปะ เรียนบนพื้นฐานสโลแกนเรียนอย่างมีความสุข โดยเราก็จะให้เขาสนุกกับงานศิลปะ” สัญญากล่าว

ทั้งหมดนี้ อพท.มุ่งหวังว่าจะสามารถสร้างให้เกิดการพัฒนาของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนในเขตพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการพัฒนาตามความต้องการของชุมชน ช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชน ให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว BCG เสนอขายเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนรูปแบบใหม่

นพวิชญ์ เอี่ยมสืบทัพ