แท๊งก์ความคิด : เคลียร์รันเวย์

18.06.23 | 12:00 น.
เคลียร์รันเวย์

เคลียร์รันเวย์

ตระเวนฟังนักธุรกิจน้อยใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปเหมือนกันว่าไม่สู้ดีนัก
เหตุหนึ่งเพราะปัจจัยภายนอก อีกเหตุหนึ่งมาจากปัจจัยภายใน

ทั้งเหตุจากปัจจัยภายนอกและภายในทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของไทยเหลือเพียงการลงทุนและการท่องเที่ยวที่เป็นความหวัง

แต่เครื่องยนต์ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรค นั่นคือ การจัดตั้งรัฐบาลที่ช้า ทำให้นักลงทุนไทยและต่างชาติลังเล

และหากเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นม็อบแบบที่เคยชัตดาวน์กรุงเทพฯ ก็อย่าหวังว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาตามเป้าหมาย

Advertisement

สดับฟังเสียงต่างๆ แล้วเหมือนกับว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ทางตัน

แต่ทุกๆ ปัญหาย่อมมีทางออก ทุกๆ วิกฤตย่อมมีโอกาส

หนังสือพิมพ์มติชนมองว่าประเทศไทยยังมีโอกาสเทกออฟทางด้านเศรษฐกิจ จึงจัดสัมมนาใหญ่ขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน

ชื่องานสัมมนา “Thailand : Take off” ตั้งแต่เวลา 08.30-12.30 น. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ

การสัมมนาครั้งนี้จำกัดผู้เข้าร่วมในห้องประชุม แต่เปิดให้ผู้สนใจได้รับฟังทางสื่อในเครือ

ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ และเว็บไซต์ เพื่อรับฟังผู้เชี่ยวชาญที่กุมชะตาเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ชี้ทางหาทางให้เศรษฐกิจไทยพุ่งทะยาน

มี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พูดถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย

ตามด้วยการสัมภาษณ์พิเศษ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานร่วม กกร. และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่จะแนะหนทางอุตสาหกรรมไทย ติดปีกโกอินเตอร์

จากนั้น นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุด ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “อสังหาริมทรัพย์ สู่ยุค wired score”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ในฐานะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุน และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน จะขึ้นเวทีฉายภาพของตลาดทุน

ส่อง “ตลาดทุนไทย ปรับโหมด หุ้นกระทิง” ให้ได้ฟังได้ยินถึงเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้

และปิดท้ายด้วยทรรศนะของ นายสันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Sea Group เป็นวิทยากร ในหัวข้อ Turn around เศรษฐกิจไทย

ไล่เรียงรายชื่อและหัวข้อการนำเสนอแล้วเชื่อว่าผู้คนในวงการล้วนรู้จัก

รู้จักฝีไม้ลายมือและความช่ำชองในงานที่ทำอยู่

ดังนั้น หากได้ยินได้ฟังการอัพเดตสถานการณ์ในด้านที่เชี่ยวชาญให้ได้ฟัง พร้อมข้อเสนอแนะที่ทันสมัย

ย่อมเป็นโอกาสของผู้ฟังที่จะได้ข้อมูลไปสานต่อ

งานสัมมนาของมติชนครั้งนี้ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่หนังสือพิมพ์
มติชนดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 46

มติชนเห็นว่าในช่วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาหลังเลือกตั้งที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือพัฒนาประเทศหลังโลกเริ่มคลี่คลายจากโรคระบาดโควิด-19

ช่วงเวลานี้ ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่อัดฉีดเศรษฐกิจของตัวเองให้โดดเด่น หากแต่ทุกชาติก็มีความพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตัวเองให้ก้าวกระโดดด้วย

ในห้วงเวลานี้จึงมีทั้งข้อดีและข้อด้อย หากประเทศไทยสามารถมองเห็นข้อดีแล้วนำไปเป็นแรงขับให้เกิดแรงส่งทางเศรษฐกิจ ย่อมถือเป็นโอกาสของธุรกิจที่จะเติบโตไปในโลกปัจจุบัน

เชื่อว่า วิทยากรทุกคนที่ขึ้นเวที ล้วนมีเจตนาจะให้ประเทศไทยเติบใหญ่

ถ้อยคำถ้อยความต่างๆ ที่จะได้ฟังจึงเป็นของดีของมีค่าที่ควรสดับมุมมองต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น

นอกจากจะได้เห็นปัญหา มองทะลุสถานการณ์แล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนช่องทางที่จะทำให้เศรษฐกิจและธุรกิจเติบโต

ขณะที่รอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพียงแต่ด้วยกระแสการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลอาจดีเลย์ไปบ้าง

แต่ในที่สุดประเทศไทยก็ต้องมีรัฐบาล

ระหว่างรอรัฐบาลชุดที่จะมาถึง หากเราได้เคลียร์รันเวย์ของธุรกิจ รวมไปถึงรันเวย์ของเศรษฐกิจประเทศเอาไว้

เคลียร์ให้โล่ง เตรียมให้พร้อม

เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหาร ทุกบริษัทและทุกคนจะได้มีความได้เปรียบ

นำตัวเอง องค์กร และประเทศชาติ พุ่งทะยานขึ้นสู่เวหาภายใต้การนำของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น

ด้วยความหวังว่า 2023 นี้ Thailand ถึงเวลา Take off ขึ้นไปสู่ฟ้า

ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า มีรัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ประสานความร่วมมือ

ทำให้ทุกคนยิ้มร่า กับประโยชน์ที่จะได้รับไปพร้อมๆ กัน