KUBOTA Smart Farmer Camp 2023 ออกแบบฟาร์มได้ตามฝัน กับเทคโนโลยีใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่

22.06.23 | 12:11 น.

KUBOTA Smart Farmer Camp 2023
ออกแบบฟาร์มได้ตามฝัน
กับเทคโนโลยีใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ภาคการเกษตรกรรมยังพบเจอปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวตกต่ำ ผลผลิตไม่ได้ตามประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็นซึ่งมีผลต่อรายได้ของเกษตรกรไทย และภาคการเกษตรของไทยต้องการเยาวชนเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้การเกษตรของไทยดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นการทำการเกษตรที่ยั่งยืน และสร้างรายได้ที่มากขึ้นให้กับเกษตรกรไทย
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงริเริ่มโครงการ KUBOTA Smart Farmer Camp ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานานถึง 9 ปี โดยในปีนี้ร่วมกับบริษัท เกษตรอินโน จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาฟาร์มและออกแบบฟาร์ม ณ คูโบต้า ฟาร์ม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จะมาร่วมจุดประกายไอเดียให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบฟาร์มได้ตามฝันไปด้วยกัน ซึ่งทางสยามคูโบต้าได้คัดเลือกเยาวชนผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ จำนวน 100 คน จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ทั้งนิสิตและนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และยังมีนักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 1-2 หรือมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2-4
ผู้เข้าร่วมโครงการได้ทำกิจกรรม ณ คูโบต้า ฟาร์ม เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน โดยมี ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ เจ้าของ ‘ฟาร์มลุงรีย์’ มาถ่ายทอดการทำการเกษตรแบบยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ประโยชน์จากเศษขยะอาหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไอเดียการสร้างสรรค์เมนู OMAKAHED (โอมากะเห็ด) อีกด้วย

⦁หวัง ‘คนรุ่นใหม่’ เชื่อในการเกษตร ยึดเป็นอาชีพยั่งยืน
วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า สยามคูโบต้ามีแนวคิดเพื่อพัฒนาสังคมและต่อยอดการพัฒนาเกษตรแบบยั่งยืนตามหลักการ Sustainable Development Goals 4 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร และด้านการศึกษา โดยเล็งเห็นถึงปัญหาเรื่องขยะอาหาร จำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ปัญหาโลกร้อน ก๊าซเรือนกระจก การยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในเรื่องรายได้ และพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการเกษตรคือสิ่งสำคัญ เนื่องจากในสังคมเกษตรกรส่วนมากประกอบไปด้วยผู้สูงอายุ สยามคูโบต้าจึงจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อหวังว่า หากได้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในภาคการเกษตร จะสามารถพัฒนาการเกษตรของไทยให้ดีขึ้นได้
“สยามคูโบต้าหวังว่า องค์ความรู้นี้จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการและเป็นเครือข่ายต่อยอดสู่ชุมชน เรานำคนรุ่นใหม่ นำเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาในภาคการเกษตร ทำให้เขาเชื่อว่าการเกษตร
เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ในอนาคต ซึ่งเป็นจุดที่ท้าทายของภาคการเกษตร ถ้าคนกลุ่มต่างๆ เหล่านี้เข้ามา เชื่อว่าพื้นฐานความรู้ที่เราพยายามถ่ายทอดออกไป โดยมีการนำไปต่อยอด จะช่วยทั้งลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ทำให้การเกษตรยั่งยืนได้” วราภรณ์กล่าว พร้อมบอกเล่าถึงการพัฒนา ‘รถแทรกเตอร์ไฟฟ้า’ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถตัดหญ้า ใส่ปุ๋ย เหมาะกับงานเล็กๆ น้อยๆ ชาร์จไฟหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ถึงสี่ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือทางการเกษตรแห่งโลกอนาคตเพื่อตอบโจทย์กับการรณรงค์ลดโลกร้อนและสภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นอุปกรณ์ทางการเกษตรที่อยู่ในช่วงของการทดลองตลาด แต่มีการเปิดระบบเช่าอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสตอนนี้
“คูโบต้าได้พัฒนาเครื่องมือทางการเกษตรต่างๆ เพื่อหวังให้เกษตรกรไทยลดต้นทุนการผลิต มีการกำหนดทรัพยากรการผลิตที่แม่นยำขึ้น แต่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เนื่องจากเกษตรกรไทยกำลังเผชิญปัญหาเรื่องของผลผลิตต่อไร่ต่ำ มีต้นทุนการผลิตที่สูงและควบคุมปัจจัยภายนอกได้ยาก เนื่องจากขาดอุปกรณ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพและทักษะองค์ความรู้ใหม่ๆ” ผู้บริหารคูโบต้าย้ำ

⦁KUBOTA Agri Solution เชื่อมเกษตร ผสานเทคโนโลยีล้ำยุค
อีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจ นอกเหนือจากเครื่องมือทางการเกษตรใหม่ๆ ภายใต้เทคโนโลยีล้ำหน้า คือ การวิจัยและพัฒนากระบวนการเพาะปลูกที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรให้แม่นยำและรอบด้านมากยิ่งขึ้น นั่นคือ KAS หรือ KUBOTA Agri Solution ที่มาเชื่อมองค์ความรู้การทำการเกษตรเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถออกแบบแผนและควบคุมการผลิตได้ด้วยตัวเอง จนนำไปสู่การใช้ต้นทุนที่
เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถใช้ทรัพยากรหมุนเวียนได้อย่างคุ้มค่า นำไปสู่การทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างเรื่องการปลูกข้าว โดยเริ่มจากการออกแบบขนาดแปลงให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ทางการเกษตร เพื่อจะทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้มากถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์

 

Advertisement

 

ขั้นตอนต่อไป คือการเกษตรแบบปลอดนาหว่าน สามารถช่วยลดต้นทุนของทรัพยาการได้มาก เป็นวิธีการหยอดเมล็ดพันธุ์ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 8-12 กิโลกรัมต่อไร่ ช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกได้ 300-500 บาทต่อไร่ และยังทำให้ต้นข้าวเป็นแถวเป็นแนวง่ายต่อการบำรุงรักษา การเพาะปลูกแบบ KAS จะเน้นการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อควบคุมระดับน้ำและยังช่วยกระตุ้นการแตกกอของข้าว ทางคูโบต้า ฟาร์ม ได้นำเทคโนโลยีการสูบน้ำเข้าแปลงนาแบบอัตโนมัติมาใช้ ระบบนี้จะทำงานพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ หากน้ำในแปลงนาลดลงเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังตัวควบคุมปั๊มน้ำเพื่อปล่อยน้ำเข้าสู่แปลงนา วิธีการทำนาแบบ KAS ยังช่วยลดก๊าซมีเทนและยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย อีกทั้งยังมีนวัตกรรม
วัดสีใบข้าวเพื่อกำหนดปริมาณการใช้ปุ๋ยไม่ให้มากเกินไปและน้อยเกินไป เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างกำไรให้แก่เกษตรกร

⦁ความรู้ใหม่ ประสบการณ์ใหม่ ความในใจจากเยาวชน
รู้จักนวัตกรรมและแนวทางวิจัยเพื่ออนาคตเกษตรกรไทยไปแล้ว มาฟังเสียงเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการกันบ้าง ณัฐพล จงสู่วิวัฒน์วงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า สนใจการใช้เทคโนโลยีในการทำการเกษตร จึงลองมาร่วมโครงการนี้ ส่วนตัวชอบฐานที่ได้ทดลองขับรถที่ใช้ในการพรวนดิน ทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคในการใช้งาน รวมไปถึงได้รับความรู้โครงสร้างของเครื่องจักร
ด้าน คิม เซียน แซง เยาวชนชาวกัมพูชา นักศึกษาทุนพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดใจถึงความตื่นเต้นในการเข้าร่วมโครงการนี้ที่ทำให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ
“รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมโครงการดีๆ แบบนี้ ได้รับความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับเกษตรยุคใหม่และเทคโนโลยีเครื่องกลการเกษตร ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ รู้สึกว่าการเกษตรที่นี่ไม่เหมือนกับการเกษตรที่บ้าน เพราะที่นี่ใช้เครื่องกลการเกษตรยุคใหม่ แต่ที่กัมพูชา ที่หมู่บ้านของผมยังใช้วิธีทำการเกษตรแบบดั้งเดิม หากจบโครงการนี้ถ้าผมกลับบ้านไปผมจะนำความรู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการไปแบ่งปัน ถ้าเพื่อนๆ หรือน้องๆ คนไหนสนใจ ผมแนะนำให้สมัคร เพราะเป็นโครงการที่ดีมากๆ” เยาวชนกัมพูชากล่าว
เยาวชนเกษตรกรรุ่นใหม่ยังได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรม Smart Farming Experience KUBOTA FARM ที่ทางคูโบต้า ฟาร์มจัดขึ้น อีกทั้งโครงการนี้ยังเปิดกว้างให้เยาวชนเกษตรกรรุ่นใหม่ทุกคนได้เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากมีใจรักในเกษตรกรรมและต้องการร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตรไปด้วยกันกับสยามคูโบต้า
นับเป็นการต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ในภาคเกษตรกรรมแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี