สัตว์เลี้ยงในเทรนด์โลก #รักระดับแอดวานซ์ สำรวจโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ขอเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ดุจสมาชิกครอบครัว

1.07.23 | 12:38 น.
สัตว์เลี้ยงในเทรนด์โลก #รักระดับแอดวานซ์ สำรวจโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ขอเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ดุจสมาชิกครอบครัว

สัตว์เลี้ยงในเทรนด์โลก #รักระดับแอดวานซ์
สำรวจโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ขอเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ดุจสมาชิกครอบครัว

“เทรนด์ในปัจจุบันนี้ คนเริ่มมีลูกน้อยลง ช้าลง และไม่ได้รับสัตว์เข้ามาเป็นแบบ Companion (สหาย) อีกต่อไป แต่เป็นมากกว่านั้น คือ Family member หรือการรับเข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนของลูก”

สพญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อารักษ์ แอนิมัล เฮลท์แคร์ จำกัด และผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ให้ความเห็นถึงแนวโน้มตลาดและภาพรวมธุรกิจสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการนำมาปรับใช้กับการบริการของโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์แห่งนี้ที่เพิ่งเปิดตัวหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในสาขาหลังสวน ให้บริการแบบครบวงจร ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ ของเล่น และมีเทคโนโลยีทันสมัยใกล้เคียงกับการรักษาในคน ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน ที่สำคัญคือความโดดเด่นในเรื่องศูนย์รักษาโรคตา ที่ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาทางยาไปจนถึงการผ่าตัด ทั้งโครงสร้างภายนอกและภายในลูกตา รวมทั้งมีการใช้เลเซอร์รักษาโรคตาในสัตว์เลี้ยง เพื่อให้น้องๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอีกด้วย

“กระแสช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีคนเลี้ยงแมวเยอะขึ้นมาก อาจเป็นเพราะสังคมปัจจุบัน คนอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดเล็ก จึงทำให้อัตราการเลี้ยงแมวเพิ่มเยอะขึ้น และช่วงโควิดที่ผ่านมาอาจจะเป็นปฏิกิริยาเร่ง เพราะว่าคนก็จะรับสัตว์มาเพื่อเป็น companion ให้ไม่เหงา

ฉะนั้นคนไทยเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น และด้วยกระแสของ Pet Humanization trend เรื่องของการรักษาต่างๆ แทนที่จะรักษาธรรมดา ปัจจุบันก็จะมีเรื่องของการวินิจฉัย หรือมีเทคโนโลยีของการผ่าตัดที่แอดวานซ์เพิ่มขึ้นไปมากๆ เทียบเคียงเหมือนกับของคน

Advertisement

“ยกตัวอย่างเช่น โรคเกี่ยวกับตาที่เราก็จะโฟกัสในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบผ่าตัด ใส่เลนส์เทียม หรือว่าการใช้เลเซอร์มารักษาตาของสุนัขให้กลับมามองเห็นได้” สพญ.ทัศวรินทร์อธิบายเพิ่มเติม

สพญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ร่วมตัดริบบิ้นเปิดตัวโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์

เปิดที่มา ‘อารักษ์’ ผู้พิทักษ์สรรพสัตว์ ‘แคร์ทั้งที่ป่วยและไม่ป่วย’
สพญ.ทัศวรินทร์เปิดเผยถึงที่มาของชื่อแบรนด์ว่า ตรงสาขาทองหล่อ บนเนื้อที่ 1 ไร่ครึ่ง เรามีต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่ จึงรู้สึกว่าร่มเย็น เราเลยอยากเป็น Guardian (ผู้พิทักษ์) ให้กับ Pet Parents ที่รักและดูแลสัตว์ดุจสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว รวมทั้งอยากเป็น Guardian ให้กับสัตว์เลี้ยงต่างๆ จึงได้คิดถึงคำว่าอารักษ์ ซึ่งเป็นคำภาษาไทยที่มีความหมายดี โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า อารักษ์

“อยากให้นึกถึงว่าแบรนด์เราเป็นแบรนด์ที่แคร์ทั้งสุนัขที่ป่วยและไม่ป่วย บริการทั้งแบบ Health และ Non-Health ตรงเคาน์เตอร์ยังมีการสร้างพื้นที่สำหรับสุนัขไม่ป่วย ที่ให้ผู้ปกครองกับสัตว์เลี้ยงได้มาใช้ Space ร่วมกัน เพราะว่าในเมืองไม่ได้มีพื้นที่ให้ Pawrents (คนรักสัตว์) กับสัตว์เลี้ยงได้มาใช้ชีวิตร่วมกันมากนัก”

โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาหลังสวน เปิดให้บริการเป็นสาขาแรก ด้วยงบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ 700 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนไพรม์แอเรียที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นโซนที่ลูกค้าเลี้ยงสัตว์ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโซนหลังสวน ย่านชิดลม หรือทองหล่อเองก็ตาม

และในมิติด้านการรักษา สพญ.ทัศวรินทร์แจ้งว่า รักษาเป็น Advance medical center หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยบริการด้านการแพทย์ขั้นสูง โดยใช้หลักการปฏิบัติแบบ Patient Centric เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของทุกคน แม้ตึกที่สาขาหลังสวนจะเป็นตึกขนาดเล็ก แต่ถ้าได้เดินชมจะพบว่ามีเครื่องมือของการรักษาค่อนข้างทันสมัย รวมทั้งทีมหมอที่มาช่วยดูแลรักษา เป็นคนที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้าน

แบบจำลอง รพ.สัตว์อารักษ์ สาขาทองหล่อ

‘ศูนย์โรคตาครบวงจร’ สุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเดียวกับมนุษย์
นสพ.เกรียงไกร ฉัตรตระกูลชัย สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคตา เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของดวงตาว่า อาจจะดูเป็นอวัยวะเล็กๆ ถ้าเทียบกับขนาดร่างกาย แต่ทำหน้าที่สำคัญมาก เพราะทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันต้องอาศัยการมองเห็น ฉะนั้นเวลาที่เด็กๆ ของเรามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา นอกจากทำให้เกิดความเจ็บปวดแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์อีกด้วย

ความผิดปกติของตาในสัตว์เลี้ยงจะเจอได้ตั้งแต่ส่วนนอกสุดก็คือ ส่วนของหนังตา จนไปถึงด้านในสุดที่เป็นตัวจอประสาทตา สาเหตุหลักๆ แบ่งได้เป็น 2 อย่าง อย่างแรกเป็นความผิดปกติจากโรคประจำสายพันธุ์ ที่มาจากพันธุกรรม หรือลักษณะโครงสร้างพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์หน้าสั้น ชิสุ ชิวาว่า หรือปั๊ก ก็จะมีโอกาสของการเกิดโรคได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ

“มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากชมรมสัตวแพทย์ที่รักษาโรคตาทางฝั่งยุโรปเมื่อปีก่อน ข้อมูลจากสุนัขพันธุ์หน้าสั้นทั้งหมด 74 ตัว พบว่า สุนัขพันธุ์กลุ่มหน้าสั้นมีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ และพบว่าอายุที่เพิ่มขึ้นแต่ละปี จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 10% ในทุกๆ ปี จากการที่ลูกตาใหญ่มาก ทำให้การปิดตาไม่สนิท ยิ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคได้มากขึ้น”

ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ นสพ.เกรียงไกรกล่าวว่า หากไม่ได้มาจากโรคประจำสายพันธุ์ ก็จะมาจากปัจจัยภายนอก เช่น มีอุบัติเหตุจากการเล่นซนทำให้เกิดบาดแผล หรือโรคชนิดอื่นในร่างกาย ที่บางครั้งก็ส่งผลกับตา เหมือนกับคนเป็นเบาหวานแล้วส่งผลถึงตา พอระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินค่าปกติ มันก็จะส่งผลให้ตัวแก้วตาผุ เกิดเป็นต้อกระจกขึ้น ซึ่งเราพบว่าเกิน 50% ของสุนัขที่มีปัญหาเรื่องเบาหวานมักตรวจเจอต้อกระจก (DM cataract) ดูเหมือนว่าจะไกลตัว แต่จริงๆ แล้วโรคตาในสัตว์เลี้ยงก็มีความใกล้เคียงกับโรคตาของคน”

ทั้งนี้ ศูนย์โรคตาของ รพ.สัตว์อารักษ์ ค่อนข้างครบครัน ทั้งในส่วนของเครื่องมือการตรวจวินิจฉัย มีกล้องขยายที่สามารถบันทึกภาพตาของน้องหมาน้องแมวได้ มีเครื่องวัดความดันในลูกตา รวมถึงสามารถตรวจการทำงานของตัวจอประสาทตาได้ด้วย

“ในส่วนของเรื่องการรักษา มีเครื่องมือผ่าตัดตาค่อนข้างครบถ้วน ทั้งกล้องผ่าตัดตาที่สามารถซูมได้ตั้งแต่ผ่าตัดซ่อมแซมกระจกตาจนถึงส่วนที่เป็นจอประสาทตาข้างใน มีเครื่องผ่าสลายต้อกระจกที่เป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในคน อีกทั้งยังมีตัวเลเซอร์ เรียกได้ว่าครบวงจรมาก มาที่นี่รักษาได้ทุกอย่าง” นสพ.เกรียงไกรกล่าว

อุปกรณ์แน่น! ห้องผ่าตัดความดันบวก เครื่องจี้ไฟฟ้า ลดโอกาสติดเชื้อ
ด้าน นสพ.อัครุตม์ ลิขิตวัฒนชัย สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคอายุรกรรม และศูนย์ศัลยกรรมวิสัญญี เล่าว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน มีการศึกษาวิจัยในสัตว์หลายแห่งในยุโรป เพื่อตรวจอัตราการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดของสัตว์แต่ละตัว เขาพบว่า หลังจากผ่าตัด มีตัวเลขการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดประมาณ 55% ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสำคัญของการรักษา Sterility หรือภาวะปลอดเชื้อ

“ทาง รพ.เห็นถึงความสำคัญของการใช้การผ่าตัด หรือการศัลยกรรมรักษาโรค จึงได้มีการลงทุนในบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ เพื่อให้เท่าทันกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เรื่องการติดเชื้อในห้องผ่าตัด ได้มีการดีไซน์ห้องผ่าตัดให้เป็นห้องความดันบวก หรือ Positive Pressure ความดันในห้องผ่าตัดจะสูงกว่าความดันภายนอก สิ่งนี้จะช่วยกันไม่ให้ฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคภายนอกเข้ามาในห้องผ่าตัดได้ ซึ่งจะช่วยสร้างภาวะปลอดเชื้อเหมาะกับการผ่าตัด”

(จากซ้าย) สพญ.อรุโณทัย เมืองมา, นสพ.อัครุตม์ ลิขิตวัฒนชัย และ นสพ.เกรียงไกร ฉัตรตระกูลชัย

ไม่เพียงแค่ห้องผ่าตัด นสพ.อัครุตม์ระบุว่า ยังมีอุปกรณ์ หรือเครื่องมืออีกหลายอย่าง ที่ได้ลงทุนเพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เช่น Vessel Sealing Device หรือเครื่องจี้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับห้ามเลือดในเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ ขนาด 7 มิลลิเมตร ก็จะทำให้การผ่าตัดเป็นอย่างราบรื่นขึ้น การเสียเลือดน้อยลง ผ่าได้รวดเร็ว อาจช่วยลดอัตราการติดเชื้อหลังผ่าได้

นอกจากนี้ ยังมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) ในขั้นตอนการวางยาสลบ เพื่อควบคุมปริมาณออกซิเจน ยาสลบ และอัตราการหายใจ ช่วยลดปัญหาการได้รับยาสลบที่มาก หรือน้อยเกินไปในระหว่างการวางยาสลบ

ห้องตรวจแมว

‘พร้อมก่อนเลี้ยง’ เจ้าของแฮปปี้ หมอก็มีสุข
สพญ.อรุโณทัย เมืองมา สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคแมว กล่าวต่อในประเด็นแมวๆ ว่า ณ ตอนนี้คนหันมาเลี้ยงแมวมากขึ้น เพราะค่อนข้างเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะ ในกรณีบางตัวก็จะไม่ค่อยร้อง เสียงไม่ดัง สุนัขอาจจะมีเห่าเสียงดังบ้าง กรณีใครที่อยากจะเข้ามาเป็นทาสแมว หรือต้องการเลี้ยงแมว มีคำแนะนำใกล้เคียงกับสัตว์ชนิดอื่น คือ เราต้องมีความพร้อมก่อน

“จะเน้นอยู่ 3 ข้อ 1.เราต้องมีเวลา 2.มีที่อยู่อาศัย อยากให้เลี้ยงเป็นระบบปิดถ้าเป็นไปได้ เพราะจะได้ลดการที่เขาออกไปข้างนอก ออกไปสู้กัน หรือนำโรคกลับมา และข้อสุดท้ายก็สำคัญมาก คือ เรื่องเงิน เพราะว่าทุกอย่างจะมีค่าใช้จ่าย และก่อนที่จะเลี้ยงควรศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะพวกนิสัยของน้องแต่ละพันธุ์ รวมถึงโรคทางพันธุกรรมเบื้องต้นด้วย”

นอกจากนี้ สพญ.อรุโณทัยยังได้นำเสนอจุดเด่นของศูนย์โรคแมวว่า พยายามทำมาตรฐานในเรื่องการออกแบบต่างๆ เช่น ในห้องตรวจ ห้องแอดมิต หรือแม้แต่ส่วนของโรงแรมเองก็ตาม และจะเน้นเรื่องของการใช้ความเข้าใจแมวกับเจ้าของให้มากที่สุด รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาน้องๆ ด้วย

“ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาน้องๆ แล้วน้องกับเจ้าของแฮปปี้ หมอก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน” คือถ้อยคำทิ้งท้ายจาก สพญ.อรุโณทัย

แยกโซนหมา-แมว พื้นที่เฟรนด์ลี่สำหรับสัตว์เซ็นซิทีฟ
โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาหลังสวน เป็นอาคาร 4 ชั้น ที่ถูกแบ่งโซนเอาไว้ได้อย่างเป็นสัดส่วน และคำนึงถึงสัตว์ทุกตัวที่จะมาใช้บริการ โดย นสพ.อธิพล ธรรมานุสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้พาเดินสำรวจตึกจนครบทุกมุม พร้อมอธิบายว่า ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของห้องตรวจทั้งหมด แบ่งเป็นห้องตรวจของสุนัข 4 ห้อง และมีห้องของแมวโดยเฉพาะ

“เนื่องจากแมวจะไม่เหมือนกับสุนัขทั่วๆ ไป เขามีความพิเศษของเขา เราก็พยายามแยกโซน ทำให้ดูเฟรนด์ลี่ที่สุดสำหรับแมว มีของเล่น มีบรรยากาศในห้องที่ดูเป็นมิตร ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัด พวกตราช่างน้ำหนักก็จะแยกของแมวโดยเฉพาะ บางทีอาจมีคราบน้ำลายสัตว์อื่นเปรอะเปื้อน แมวจะค่อนข้างเซ็นซิทีฟ”

นสพ.อธิพลพาเดินต่อไปยังชั้น 3 และอธิบายว่า จะมีทั้งห้องพักหมาและห้องพักแมว พยายามแยกห้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้องพักแมวมีการเก็บกลิ่นและเสียง ถ้าปิดประตูสนิท เสียงจะเข้าไปข้างในได้น้อยมาก ในแต่ละห้องสามารถรองรับได้ประมาณ 10-15 ตัว แต่ขึ้นอยู่กับไซซ์ของน้องๆ ด้วย

“ถ้าเป็นสุนัขก็จะมีไซซ์ใหญ่ กลาง เล็ก เราก็จะต้องจัดสรรกันอีกที และด้านบน บริเวณชั้น 4 ยังมีห้องสำหรับแอดมิต แต่เป็นโซนสำหรับติดเชื้อ เราก็จะแยกชั้นกันไปเลย พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ก็จะแยกกันเพื่อลดการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ให้มั่นใจว่าชั้นนี้ไม่มีเรื่องของการติดโรคเข้ามาปะปน สัตว์ที่จะมาฝากต้องวัคซีนครบ ไม่มีเห็บหมัด หรือโรคติดต่อ” นสพ.อธิพลกล่าว

ถือเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดของโรงพยาบาล ที่ต้องการ ‘อารักษ์’ สัตว์เลี้ยงด้วยความจริงใจ

ขวัญพรทัศ ธนูสิงห์