สัตว์เลี้ยงในเทรนด์โลก #รักระดับแอดวานซ์
สำรวจโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ขอเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ดุจสมาชิกครอบครัว
“เทรนด์ในปัจจุบันนี้ คนเริ่มมีลูกน้อยลง ช้าลง และไม่ได้รับสัตว์เข้ามาเป็นแบบ Companion (สหาย) อีกต่อไป แต่เป็นมากกว่านั้น คือ Family member หรือการรับเข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนของลูก”
สพญ.ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อารักษ์ แอนิมัล เฮลท์แคร์ จำกัด และผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ให้ความเห็นถึงแนวโน้มตลาดและภาพรวมธุรกิจสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการนำมาปรับใช้กับการบริการของโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์แห่งนี้ที่เพิ่งเปิดตัวหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในสาขาหลังสวน ให้บริการแบบครบวงจร ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ ของเล่น และมีเทคโนโลยีทันสมัยใกล้เคียงกับการรักษาในคน ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน ที่สำคัญคือความโดดเด่นในเรื่องศูนย์รักษาโรคตา ที่ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาทางยาไปจนถึงการผ่าตัด ทั้งโครงสร้างภายนอกและภายในลูกตา รวมทั้งมีการใช้เลเซอร์รักษาโรคตาในสัตว์เลี้ยง เพื่อให้น้องๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอีกด้วย
“กระแสช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีคนเลี้ยงแมวเยอะขึ้นมาก อาจเป็นเพราะสังคมปัจจุบัน คนอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดเล็ก จึงทำให้อัตราการเลี้ยงแมวเพิ่มเยอะขึ้น และช่วงโควิดที่ผ่านมาอาจจะเป็นปฏิกิริยาเร่ง เพราะว่าคนก็จะรับสัตว์มาเพื่อเป็น companion ให้ไม่เหงา
ฉะนั้นคนไทยเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น และด้วยกระแสของ Pet Humanization trend เรื่องของการรักษาต่างๆ แทนที่จะรักษาธรรมดา ปัจจุบันก็จะมีเรื่องของการวินิจฉัย หรือมีเทคโนโลยีของการผ่าตัดที่แอดวานซ์เพิ่มขึ้นไปมากๆ เทียบเคียงเหมือนกับของคน
“ยกตัวอย่างเช่น โรคเกี่ยวกับตาที่เราก็จะโฟกัสในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบผ่าตัด ใส่เลนส์เทียม หรือว่าการใช้เลเซอร์มารักษาตาของสุนัขให้กลับมามองเห็นได้” สพญ.ทัศวรินทร์อธิบายเพิ่มเติม

เปิดที่มา ‘อารักษ์’ ผู้พิทักษ์สรรพสัตว์ ‘แคร์ทั้งที่ป่วยและไม่ป่วย’
สพญ.ทัศวรินทร์เปิดเผยถึงที่มาของชื่อแบรนด์ว่า ตรงสาขาทองหล่อ บนเนื้อที่ 1 ไร่ครึ่ง เรามีต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่ จึงรู้สึกว่าร่มเย็น เราเลยอยากเป็น Guardian (ผู้พิทักษ์) ให้กับ Pet Parents ที่รักและดูแลสัตว์ดุจสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว รวมทั้งอยากเป็น Guardian ให้กับสัตว์เลี้ยงต่างๆ จึงได้คิดถึงคำว่าอารักษ์ ซึ่งเป็นคำภาษาไทยที่มีความหมายดี โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า อารักษ์
“อยากให้นึกถึงว่าแบรนด์เราเป็นแบรนด์ที่แคร์ทั้งสุนัขที่ป่วยและไม่ป่วย บริการทั้งแบบ Health และ Non-Health ตรงเคาน์เตอร์ยังมีการสร้างพื้นที่สำหรับสุนัขไม่ป่วย ที่ให้ผู้ปกครองกับสัตว์เลี้ยงได้มาใช้ Space ร่วมกัน เพราะว่าในเมืองไม่ได้มีพื้นที่ให้ Pawrents (คนรักสัตว์) กับสัตว์เลี้ยงได้มาใช้ชีวิตร่วมกันมากนัก”
โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาหลังสวน เปิดให้บริการเป็นสาขาแรก ด้วยงบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ 700 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนไพรม์แอเรียที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นโซนที่ลูกค้าเลี้ยงสัตว์ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโซนหลังสวน ย่านชิดลม หรือทองหล่อเองก็ตาม
และในมิติด้านการรักษา สพญ.ทัศวรินทร์แจ้งว่า รักษาเป็น Advance medical center หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยบริการด้านการแพทย์ขั้นสูง โดยใช้หลักการปฏิบัติแบบ Patient Centric เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อสัตว์เลี้ยงแสนรักของทุกคน แม้ตึกที่สาขาหลังสวนจะเป็นตึกขนาดเล็ก แต่ถ้าได้เดินชมจะพบว่ามีเครื่องมือของการรักษาค่อนข้างทันสมัย รวมทั้งทีมหมอที่มาช่วยดูแลรักษา เป็นคนที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้าน


‘ศูนย์โรคตาครบวงจร’ สุดล้ำด้วยเทคโนโลยีเดียวกับมนุษย์
นสพ.เกรียงไกร ฉัตรตระกูลชัย สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคตา เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของดวงตาว่า อาจจะดูเป็นอวัยวะเล็กๆ ถ้าเทียบกับขนาดร่างกาย แต่ทำหน้าที่สำคัญมาก เพราะทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันต้องอาศัยการมองเห็น ฉะนั้นเวลาที่เด็กๆ ของเรามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา นอกจากทำให้เกิดความเจ็บปวดแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์อีกด้วย
ความผิดปกติของตาในสัตว์เลี้ยงจะเจอได้ตั้งแต่ส่วนนอกสุดก็คือ ส่วนของหนังตา จนไปถึงด้านในสุดที่เป็นตัวจอประสาทตา สาเหตุหลักๆ แบ่งได้เป็น 2 อย่าง อย่างแรกเป็นความผิดปกติจากโรคประจำสายพันธุ์ ที่มาจากพันธุกรรม หรือลักษณะโครงสร้างพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์หน้าสั้น ชิสุ ชิวาว่า หรือปั๊ก ก็จะมีโอกาสของการเกิดโรคได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ
“มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากชมรมสัตวแพทย์ที่รักษาโรคตาทางฝั่งยุโรปเมื่อปีก่อน ข้อมูลจากสุนัขพันธุ์หน้าสั้นทั้งหมด 74 ตัว พบว่า สุนัขพันธุ์กลุ่มหน้าสั้นมีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ และพบว่าอายุที่เพิ่มขึ้นแต่ละปี จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 10% ในทุกๆ ปี จากการที่ลูกตาใหญ่มาก ทำให้การปิดตาไม่สนิท ยิ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคได้มากขึ้น”
ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ นสพ.เกรียงไกรกล่าวว่า หากไม่ได้มาจากโรคประจำสายพันธุ์ ก็จะมาจากปัจจัยภายนอก เช่น มีอุบัติเหตุจากการเล่นซนทำให้เกิดบาดแผล หรือโรคชนิดอื่นในร่างกาย ที่บางครั้งก็ส่งผลกับตา เหมือนกับคนเป็นเบาหวานแล้วส่งผลถึงตา พอระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินค่าปกติ มันก็จะส่งผลให้ตัวแก้วตาผุ เกิดเป็นต้อกระจกขึ้น ซึ่งเราพบว่าเกิน 50% ของสุนัขที่มีปัญหาเรื่องเบาหวานมักตรวจเจอต้อกระจก (DM cataract) ดูเหมือนว่าจะไกลตัว แต่จริงๆ แล้วโรคตาในสัตว์เลี้ยงก็มีความใกล้เคียงกับโรคตาของคน”
ทั้งนี้ ศูนย์โรคตาของ รพ.สัตว์อารักษ์ ค่อนข้างครบครัน ทั้งในส่วนของเครื่องมือการตรวจวินิจฉัย มีกล้องขยายที่สามารถบันทึกภาพตาของน้องหมาน้องแมวได้ มีเครื่องวัดความดันในลูกตา รวมถึงสามารถตรวจการทำงานของตัวจอประสาทตาได้ด้วย

“ในส่วนของเรื่องการรักษา มีเครื่องมือผ่าตัดตาค่อนข้างครบถ้วน ทั้งกล้องผ่าตัดตาที่สามารถซูมได้ตั้งแต่ผ่าตัดซ่อมแซมกระจกตาจนถึงส่วนที่เป็นจอประสาทตาข้างใน มีเครื่องผ่าสลายต้อกระจกที่เป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในคน อีกทั้งยังมีตัวเลเซอร์ เรียกได้ว่าครบวงจรมาก มาที่นี่รักษาได้ทุกอย่าง” นสพ.เกรียงไกรกล่าว
อุปกรณ์แน่น! ห้องผ่าตัดความดันบวก เครื่องจี้ไฟฟ้า ลดโอกาสติดเชื้อ
ด้าน นสพ.อัครุตม์ ลิขิตวัฒนชัย สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคอายุรกรรม และศูนย์ศัลยกรรมวิสัญญี เล่าว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน มีการศึกษาวิจัยในสัตว์หลายแห่งในยุโรป เพื่อตรวจอัตราการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดของสัตว์แต่ละตัว เขาพบว่า หลังจากผ่าตัด มีตัวเลขการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดประมาณ 55% ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสำคัญของการรักษา Sterility หรือภาวะปลอดเชื้อ
“ทาง รพ.เห็นถึงความสำคัญของการใช้การผ่าตัด หรือการศัลยกรรมรักษาโรค จึงได้มีการลงทุนในบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ เพื่อให้เท่าทันกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เรื่องการติดเชื้อในห้องผ่าตัด ได้มีการดีไซน์ห้องผ่าตัดให้เป็นห้องความดันบวก หรือ Positive Pressure ความดันในห้องผ่าตัดจะสูงกว่าความดันภายนอก สิ่งนี้จะช่วยกันไม่ให้ฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคภายนอกเข้ามาในห้องผ่าตัดได้ ซึ่งจะช่วยสร้างภาวะปลอดเชื้อเหมาะกับการผ่าตัด”

ไม่เพียงแค่ห้องผ่าตัด นสพ.อัครุตม์ระบุว่า ยังมีอุปกรณ์ หรือเครื่องมืออีกหลายอย่าง ที่ได้ลงทุนเพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เช่น Vessel Sealing Device หรือเครื่องจี้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับห้ามเลือดในเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ ขนาด 7 มิลลิเมตร ก็จะทำให้การผ่าตัดเป็นอย่างราบรื่นขึ้น การเสียเลือดน้อยลง ผ่าได้รวดเร็ว อาจช่วยลดอัตราการติดเชื้อหลังผ่าได้
นอกจากนี้ ยังมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) ในขั้นตอนการวางยาสลบ เพื่อควบคุมปริมาณออกซิเจน ยาสลบ และอัตราการหายใจ ช่วยลดปัญหาการได้รับยาสลบที่มาก หรือน้อยเกินไปในระหว่างการวางยาสลบ


‘พร้อมก่อนเลี้ยง’ เจ้าของแฮปปี้ หมอก็มีสุข
สพญ.อรุโณทัย เมืองมา สัตวแพทย์ประจำศูนย์โรคแมว กล่าวต่อในประเด็นแมวๆ ว่า ณ ตอนนี้คนหันมาเลี้ยงแมวมากขึ้น เพราะค่อนข้างเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะ ในกรณีบางตัวก็จะไม่ค่อยร้อง เสียงไม่ดัง สุนัขอาจจะมีเห่าเสียงดังบ้าง กรณีใครที่อยากจะเข้ามาเป็นทาสแมว หรือต้องการเลี้ยงแมว มีคำแนะนำใกล้เคียงกับสัตว์ชนิดอื่น คือ เราต้องมีความพร้อมก่อน
“จะเน้นอยู่ 3 ข้อ 1.เราต้องมีเวลา 2.มีที่อยู่อาศัย อยากให้เลี้ยงเป็นระบบปิดถ้าเป็นไปได้ เพราะจะได้ลดการที่เขาออกไปข้างนอก ออกไปสู้กัน หรือนำโรคกลับมา และข้อสุดท้ายก็สำคัญมาก คือ เรื่องเงิน เพราะว่าทุกอย่างจะมีค่าใช้จ่าย และก่อนที่จะเลี้ยงควรศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะพวกนิสัยของน้องแต่ละพันธุ์ รวมถึงโรคทางพันธุกรรมเบื้องต้นด้วย”
นอกจากนี้ สพญ.อรุโณทัยยังได้นำเสนอจุดเด่นของศูนย์โรคแมวว่า พยายามทำมาตรฐานในเรื่องการออกแบบต่างๆ เช่น ในห้องตรวจ ห้องแอดมิต หรือแม้แต่ส่วนของโรงแรมเองก็ตาม และจะเน้นเรื่องของการใช้ความเข้าใจแมวกับเจ้าของให้มากที่สุด รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาน้องๆ ด้วย
“ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาน้องๆ แล้วน้องกับเจ้าของแฮปปี้ หมอก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน” คือถ้อยคำทิ้งท้ายจาก สพญ.อรุโณทัย

แยกโซนหมา-แมว พื้นที่เฟรนด์ลี่สำหรับสัตว์เซ็นซิทีฟ
โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาหลังสวน เป็นอาคาร 4 ชั้น ที่ถูกแบ่งโซนเอาไว้ได้อย่างเป็นสัดส่วน และคำนึงถึงสัตว์ทุกตัวที่จะมาใช้บริการ โดย นสพ.อธิพล ธรรมานุสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้พาเดินสำรวจตึกจนครบทุกมุม พร้อมอธิบายว่า ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของห้องตรวจทั้งหมด แบ่งเป็นห้องตรวจของสุนัข 4 ห้อง และมีห้องของแมวโดยเฉพาะ
“เนื่องจากแมวจะไม่เหมือนกับสุนัขทั่วๆ ไป เขามีความพิเศษของเขา เราก็พยายามแยกโซน ทำให้ดูเฟรนด์ลี่ที่สุดสำหรับแมว มีของเล่น มีบรรยากาศในห้องที่ดูเป็นมิตร ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัด พวกตราช่างน้ำหนักก็จะแยกของแมวโดยเฉพาะ บางทีอาจมีคราบน้ำลายสัตว์อื่นเปรอะเปื้อน แมวจะค่อนข้างเซ็นซิทีฟ”
นสพ.อธิพลพาเดินต่อไปยังชั้น 3 และอธิบายว่า จะมีทั้งห้องพักหมาและห้องพักแมว พยายามแยกห้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้องพักแมวมีการเก็บกลิ่นและเสียง ถ้าปิดประตูสนิท เสียงจะเข้าไปข้างในได้น้อยมาก ในแต่ละห้องสามารถรองรับได้ประมาณ 10-15 ตัว แต่ขึ้นอยู่กับไซซ์ของน้องๆ ด้วย
“ถ้าเป็นสุนัขก็จะมีไซซ์ใหญ่ กลาง เล็ก เราก็จะต้องจัดสรรกันอีกที และด้านบน บริเวณชั้น 4 ยังมีห้องสำหรับแอดมิต แต่เป็นโซนสำหรับติดเชื้อ เราก็จะแยกชั้นกันไปเลย พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ก็จะแยกกันเพื่อลดการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ให้มั่นใจว่าชั้นนี้ไม่มีเรื่องของการติดโรคเข้ามาปะปน สัตว์ที่จะมาฝากต้องวัคซีนครบ ไม่มีเห็บหมัด หรือโรคติดต่อ” นสพ.อธิพลกล่าว
ถือเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดของโรงพยาบาล ที่ต้องการ ‘อารักษ์’ สัตว์เลี้ยงด้วยความจริงใจ
ขวัญพรทัศ ธนูสิงห์

