ขณะที่เดินทางในเส้นทางสายธรรม อันหมายถึงตั้งสติ กำหนดสมาธิ น้อมจิตเพื่อมองเห็นอะไรต่ออะไรที่มีอิทธิพลครอบงำ ชี้นำความรู้สึกนึกคิด
เรียนรู้ที่จะเห็นเครื่องย้อมจิตเหล่านี้จากอารมณ์ของตัวเอง
เมื่อเกิดความรู้สึกหนึ่งก็ดูให้เห็นเหตุต่อเนื่องไปว่ามาจากเรื่องราวใด จากปมเงื่อนใดที่ผูกไว้ในใจ จากนั้นน้อมความคิดเข้าสู่อริยมรรคเพื่อค่อยๆ คลี่คลายเงื่อนปมนั้น ปล่อยใจให้เป็นอิสระจากอะไรต่ออะไรทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นเครื่องร้อยรัดให้ยึดติด
แต่ขณะที่ความรู้สึกนึกคิดดำเนินไปในทางธรรม
มีความเป็นธรรมดาอยู่ว่า ชีวิตอีกมิติหนึ่งหรือหลากหลายมิติยังผูกพันเกี่ยวข้องต้องจัดการในวิถีโลก
ร่างกายยังอยู่ในแรงผลักดันของบางปรารถนา แต่ละคนในครอบครัวยังคาดหวังในความรับผิดชอบที่สมบูรณ์ ตำแหน่งหน้าที่การงานยังเรียกร้องบางปฏิบัติการเพื่อความรุ่งเรืองของหน่วย องค์กร สังคมส่งเสียงขอความมีส่วนร่วม ประเทศชาติตั้งคำถาม ?คุณทำอะไรให้ส่วนรวมบ้าง?
ในบางจังหวะชีวิต ได้ยืนกระทั่งเสียงเรียกร้องของแผ่นดิน อากาศ หรือกระทั่งห้วงจักรวาลที่ถามหาการทำหน้าที่ที่ดีของเรา
ในเส้นทางธรรมมีเสียงของโลกเรียกให้ใส่ใจอยู่เสมอ
สัดส่วนระหว่างการใช้เวลาในทางธรรม กับการโอนอ่อนผ่อนตามการเรียกร้องของโลกคือปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน
และหากจิตวิญญาณเคลื่อนมาถึงสามารถเข้าใจได้ในธรรมชาติของโลกและของธรรม เห็นการผสมไปผสมมาได้ การเรียนรู้ฝึกฝนที่จะจัดการให้เกิดความโปร่งโล่งย่อมเป็นไปได้
สำเร็จแค่ไหนขึ้นอยู่กับการทุ่มเท เวลา และความเด็ดเดี่ยว
แต่หากจิตวิญญาณยังถูกกดทับด้วยกรรมเก่าที่ก่อความเคยชิน อุปนิสัยบดบังการมองเห็นโลกและธรรมที่ผสมปนเปกันอยู่
ยังหลงอยู่กับการตีความโลกและธรรมด้วยสับสน
ห้วงแห่งกรรมจะกำหนดให้เดินทางไปทางงุนงง สงสัยไม่เหือดหาย เดินไปในความเชื่อที่ทำให้มั่นอกมั่นใจในขณะหนึ่ง แต่เวลาที่ผ่านเลยไปความเชื่อนั้นกลับคลอนแคลนด้วยความเป็นจริงใหม่ที่ไม่เป็นอย่างที่เชื่อ เช่นนี้เรื่อยไป
สัดส่วนระหว่างชีวิตในวิถีโลกกับชีวิตในวิถีธรรมเป็นตัวกำหนดปริมาณและโอกาสของสุขหรือทุกข์ให้กับแต่ละคน
ผู้ที่หลงอยู่กับปรารถนาในวิถีโลกหนักหน่วงรุนแรง โอกาสที่ชีวิตจำดำเนินไปท่ามกลางแรงกดดัน บีบคั้น จะมากกว่าคนที่เคลื่อนไปในวิถีแห่งการชำระสะสางปมผูกมัดในใจ
โอกาสที่อยู่กับจิตที่สงบ โปร่งเบาจากแรงกดจากปรารถนา อิสระจากปมเงื่อนที่ร้อยรัดจะเกิดขึ้นมากกว่ากับผู้ที่เดินในสายธรรม
สายแห่งการชำระจิตตัวเองให้พ้นจากการหลงอยู่ในกรอบทัศนคติ
คล้ายกับแต่ละชีวิตสามารถเลือกได้ว่าจะจัดสัดส่วนผสมระหว่างโลกกับธรรมแค่ไหน
แต่ในความเป็นไป คล้ายกับว่ากรรมเก่าได้เลือกไว้ให้แล้วว่าจะต้องไปในส่วนผสมแบบไหน
ทางเดินกลับไม่ใช่เรื่องที่คิดแล้วเป็นไปได้
แต่ต้องอาศัยการกำหนดจิต และลงมือ ลงแรงสร้างเส้นทางนั้นขึ้นมาด้วยความเด็ดเดี่ยว และอดทน
ตัวอย่างเช่น
ทุกคนรู้ว่า ?สูบบุหรี่?ไม่ดี
แต่มีสักกี่คนที่เลือกที่จะทำดี คือ ?เลิกสูบ?ได้
จำนวนมากเสียอีกที่หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้สูบต่อไป
คนที่เลิกได้ จะต้องมีแรงแห่งความเด็ดเดี่ยว และลงมือที่จะเลิก
ไม่ใช่แค่คิด

