มวยไทยบุกโลก ซอฟต์เพาเวอร์ กีฬาเชื่อมวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว

7.07.23 | 12:10 น.

มวยไทยบุกโลก
ซอฟต์เพาเวอร์
กีฬาเชื่อมวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว

ทุกฤดูร้อน ใจกลางนครเวนิส ประเทศอิตาลี คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วโลก บางวันอาจทะลักล้นถึง 1 แสนคนมากกว่าชาวเวเนเชียนที่มีอยู่เพียงครึ่งแสนคน นักท่องเที่ยวเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเดินทอดน่องชื่นชมสถาปัตยกรรมอันงดงามและซึมซาบประวัติศาสตร์ ซึ่งนครเวนิสคือศูนย์กลางการค้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แต่เมื่อบ่ายวันที่ 22-25 มิถุนายนที่ผ่านมา นครเวนิส ซึ่งเป็นเกาะในทะเลเอเดรียติก ทางตอนเหนือของอิตาลี ที่มีคลองเล็กคลองน้อย 150 คลองเชื่อมต่อด้วยสะพานนับพันแห่ง ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางแข่งขันมวยไทยรายการ WBC Amazing MuayThai World Festival 2023

งานนี้สภามวยโลกมวยไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรีนแคล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ เชื่อมวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการกีฬา โดยมีนักมวย 440 คน จาก 49 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งบรรดา
ผู้ปกครอง พี่น้องนักมวยเข้าร่วมงานอีกกว่า 1 พันคน

การเปิดงานแข่งชกมวยไทย ที่สนามกีฬา “พาลาสปอร์ต อาร์เซนัล” นครเวนิส เป็นไปด้วยความครึกครื้นสนุกสนาน ทั้งนักมวย พี่เลี้ยง และพ่อแม่ หลายครอบครัวอุ้มลูกน้อยมาร่วมงานด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก

Advertisement

นักมวยหลายชาติใส่สร้อยคอห้อยพระเครื่อง และหลายคนมีรอยสักยันต์บนไหล่ บนหลัง บนแข้งขาเหมือนกับนักมวยคนไทยไม่มีผิด

ในพิธีเปิดงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดแสดงการฟ้อนรำไทยและปิดท้ายด้วยการโชว์พิธีไหว้ครูมวยอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนักมวยทุกชาติร่วมกันไหว้ครูได้อย่างงดงาม

ดร.เปาโล ดิโอนิซี (Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย ขี้นกล่าวบนเวที ในพิธีเปิดงานว่า มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทย มีรากฐานทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ส่วนนครเวนิสก็เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของอิตาลี ในปีนี้ประเทศอิตาลีมีความสัมพันธ์กับไทยยาวนานถึง 155 ปี นครเวนิสกับกรุงเทพมหานคร เปรียบเสมือนเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันจนได้รับการขนานนามกรุงเทพฯว่าเป็นเวนิสแห่งตะวันออก

ด้าน มัวริชิโอ สุไลมาน (Mauricio Sulaiman) ประธานสภามวยโลก (World Boxing Council) บอกให้โลกรู้ถึงความประทับใจกับมวยไทยเป็นอย่างมากว่า ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อ ดร.โฮเซ่ สุไลมาน

มัวริซิโอยังกล่าวอีกว่า การจัดแข่งขันชกมวยไทยที่นครเวนิสนี้เป็นการแข่งขันมวยไทยครั้งประวัติศาสตร์ ถือเป็นตัวชี้วัดของความสำเร็จที่เราสามารถนำพามวยไทยไปสู่ความนิยมของคนทั่วโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

“ผมเชื่อว่านักกีฬาจะเก่งแค่ไหน แต่หากไม่มีโอกาสก็ไม่มีความหมาย ดังนั้น WBC MuayThai จะส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับนักมวยทุกคน เปิดทางให้มีเวทีแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียมและนำไปสู่ความเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไป”

พ.อ.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยโลกมวยไทย กล่าวว่า การแข่งขันมวยไทยของ WBC MuayThai จะใช้มาตรฐานของสภามวยโลกเน้นความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นสำคัญ มีการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน และภายหลังการแข่งขัน เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาจะได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยอย่างดีที่สุด และมีการตัดสินอย่างโปร่งใสเป็นธรรมมากที่สุด

ส่วนนักมวยนั้นต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยใช้กฎกติกาของการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นพื้นฐาน และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่นักกีฬาตามช่วงอายุและประสบการณ์ เช่น การห้ามโจมตีบริเวณศีรษะและการจำกัดใช้อาวุธมวยไทยในการแข่งขันระดับเยาวชน ที่สำคัญก่อนการแข่งขันนักมวยทุกคนจะต้องไหว้ครูและสวมมงคล เพื่อรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม โดยมีดนตรีปี่มวยบรรเลงประกอบการแข่งขันตลอดรายการ

การแข่งขันชกมวยไทยในสนามกีฬา “พาลาสปอร์ต อาร์เซนัล” เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน ตั้งแต่เที่ยงจนถึง 3 ทุ่มทุกวัน ได้ปรับเปลี่ยนสนามกีฬาในร่มให้เป็นสนามมวยเวทีชั่วคราว จำนวน 4 เวที มีการแข่งขันกันมากถึง 350 คู่ โดยแทบไม่มีการร้องเรียนผลการตัดสินกันเลย

บรรยากาศการชกมวยกลางนครเวนิส ตลอดทั้ง 3 วัน จึงมีสีสันที่ตื่นเต้นเร้าใจสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงปี่พาทย์พร้อมกับเสียงตะโกนเชียร์จากผู้ชมแต่ละชาติดังกระหึ่มสเตเดียม

นักชกชาติไหนชนะก็ได้รับคำชื่นชมยินดี และก็มีนักชกที่พ่ายแพ้ไม่น้อยที่ร่ำไห้เสียใจ แต่ภาพที่ปรากฏกลับกลายเป็นฝ่ายชนะโผเข้ากราบผู้แพ้และเดินเข้าหาพี่เลี้ยงยกมือไหว้ให้กัน เป็นภาพประทับใจที่คงมีให้เห็น เฉพาะกีฬามวยไทยเท่านั้น

สำหรับนักชกจากประเทศไทยที่เข้าร่วมแข่งขันคราวนี้มีทั้งหมด 8 คน สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ 7 เหรียญ (เหรียญทอง 2, เงิน 2, ทองแดง 3) โดย “แฝดน้อง” ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน อายุ 13 ปี ลงแข่งชิงชัยเป็นคนแรก คว้าเหรียญทอง รุ่น 38 กก. ให้กับทีมงานเรียกเสียงเฮและขวัญกำลังใจ, เจริญลาภ ส.ทะแกล้วพันธุ์ อายุ 14 ปี เหรียญทอง รุ่น 42 กก.

ฐานทัพ อัครเทวา อายุ 11 ปี เหรียญเงิน รุ่น 44 กก., ขวัญข้าว ลูกพ่อเสือ อายุ 16 ปี แชมป์เก่ารุ่น 57 กก. ขยับรุ่นไปชก 60 กก. ได้เหรียญเงิน, เพชรมรกต โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว อายุ 13 ปี เหรียญทองแดง รุ่น 40 กก., เอกพยัคฆ์ ส.พลับพลานารายณ์ อายุ 13 ปี เหรียญทองแดง รุ่น 50 กก. และอองรี โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว อายุ 17 ปี เหรียญทองแดง รุ่น 67 กก. ส่วน ธานีจูเนียร์ เทศบาลเขาบางแกรก อายุ 16 ปี แชมป์เก่ารุ่น 66 กก. ขยับรุ่นไปชก 69 กก. รูปร่างและน้ำหนักเสียเปรียบ ไม่ได้เหรียญ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นถึงการจัดแข่งขันชกมวยไทยที่นครเวนิสว่า “รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดหวังว่ารูปแบบการส่งเสริมไทยแลนด์ซอฟต์เพาเวอร์ในลักษณะนี้ จะได้รับการผลักดันและต่อยอดร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไทย ในการออกแบบกิจกรรมเพื่อสร้างความประทับใจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย

“มวยไทยจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย เสริมสร้างประสบการณ์เดินทางที่มีคุณค่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็น ท็อป ออฟ มายด์ (Top of Mind) ต่อไป”

พ.อ.ธนพลกล่าวปิดท้ายว่า มวยไทยจะเป็นกีฬาวัฒนธรรม หรือ Sport Culture หนึ่งเดียวที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ในระหว่างงานได้มีผู้แทนจากหลายประเทศได้ให้ความสนใจอยากจัดการแข่งขันมวยไทยในประเทศของเขาบ้าง และยังมีผู้บริหารเมืองเวโรนา (Verona) ของประเทศอิตาลี ได้เชิญชวนให้ทาง WBC MUAYTHAI ไปจัดการแข่งขันครั้งต่อไปที่สนาม
อารีน่ากลางเมืองเวโรนา ซึ่งเป็นสนามกีฬายุคโรมันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2 พันปี อีกด้วย

สำหรับเป้าหมายที่สภามวยโลกมวยไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต้องการเห็นมากที่สุดจากการที่ไปจัดงานเทศการมวยไทยภายใต้แคมเปญ “Amazing MuayThai” ในประเทศต่างๆ เพื่อที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นโดยใช้มวยไทยเป็นสื่อ

ดังนั้น จึงร่วมกันจัดงาน Amazing MuayThai Festival ขึ้นทุกปีในประเทศไทย เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของคนที่ชื่นชอบกีฬามวยไทย หรือ MuayThai Destination ในวันมวยไทย 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมาก็ได้ร่วมกับกองทัพบก และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานไหว้ครูมวยไทยบันทึกสถิติโลกในหนังสือกินเนสส์บุ๊ก เวิลด์ เรคคอร์ด Guinness book world record ขึ้นที่อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จนประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม

เราจึงได้แจ้งให้ทุกคนที่มาในงานแข่งขันมวยไทยที่นครเวนิสให้ทราบว่าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Amazing MuayThai Festival ทุกปีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายมวยไทยของโลกอย่างแท้จริง

ทวีศักดิ์ บุตรตัน

วรเมศ สุขทั่ว ‘ปลื้ม’
‘ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน’ อายุ 13 ปี

“ฝึกมวยตั้งแต่ 6 ขวบ เหตุผลที่มาฝึกมวยเพราะได้เงิน เคยจะไปชกมวยกับญาติเป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่พ่อแม่ไม่ให้ไปเพราะกลัวลูกเจ็บตัว บ้านเดิมอยู่ จ.หนองบัวลำภู ทุกเช้าต้องตื่นตีห้า ฝึกตั้งการ์ด เตะกระสอบทรายอยู่ที่ค่ายมวย ส.แสงไทย จ.นนทบุรี ชกมวยไปด้วยเรียนด้วย ปัจจุบันเรียนอยู่โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ผ่านการชกมาแล้ว 80 ครั้ง ชนะ 70 แพ้คะแนน 8 ครั้ง ชนะน็อก 2 ครั้ง เตะก้านคอ โตขึ้นมาอยากเป็นแชมป์โลกเวทีมาตรฐาน ส่วนนักมวยไทยที่ชื่นชอบเป็นไอดอลก็มี รถถัง จิตรเมืองนนท์ และบัวขาว บัญชาเมฆ”

 

พรกมล ทองเผือก
‘ขวัญข้าว ลูกพ่อเสือ’ อายุ 16 ปี

“อยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนราชวินิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ฝึกชกมวยตั้งแต่ 6 ขวบ เหตุเพราะตอนเด็กๆ เป็นโรคหอบกินยาไม่หาย มีคนแนะนำให้มาชกมวย มาออกกำลังกาย โรคหอบหายเลย

คุณพ่อหนูเป็นนักมวย ให้หนูวิ่งวันละ 10 กิโลเมตร พอมีวิชาเริ่มอยากชกมวย หนูมีหมัดขวาหนัก ชกมวยมา 102 ครั้ง ชนะน็อก 50 ครั้ง แพ้ 20 ครั้ง

หนูอยู่ค่าย พ.เมืองเพชร เคยได้ยอดมวยหญิงการกีฬาแห่งประเทศไทยปี 2564-2565

หนูคิดว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ บางคนขี้เกียจซ้อม บางทีตั้งใจซ้อมก็จริง แต่ใจคุณไม่ได้ก็ไม่ผ่าน แต่หลักๆ อยู่ที่จิตใจถ้าใจสู้ก็โอเค”