อาศรมมิวสิก : รัฐบาลใหม่จะพัฒนาการดนตรีอย่างไร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2566 เวลา 17.00-18.00 น. ที่ห้องแสดงเอื้อมอารีย์ มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดการแสดงดนตรี “เพลงจากภาพยนตร์ฝรั่ง” โดยมีนักดนตรี 2 คน เป็นนักไวโอลินและนักเชลโล อดีตนักดนตรีของวงลอนดอนซิมโฟนีออร์เคสตรา คุณริส วัตกินส์ (Rhys Watkins) เล่นไวโอลิน และ คุณโรวีนา คาลเวิร์ต (Rowena Calvert) เล่นเชลโล นักดนตรีทั้ง 2 คนมีความสามารถสูง สามารถทำเสียงต่างๆ ออกมาจากเครื่องดนตรีได้อย่างอัศจรรย์ยิ่ง ที่สำคัญก็คือเล่นดนตรีอย่างมีความสุข
เพลงประกอบภาพยนตร์ฝรั่งจากเรื่องสงครามดวงดาว สตาร์ วอร์ส (Star Wars) เรื่องมนุษย์แมงมุม (Spiderman) เรื่องคืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก (Pirates of the Caribbean) เรื่องล่าพิกัดมรณะ (Mission Impossible) เป็นต้น ผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานการประพันธ์โดยจอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ลาโล ชิฟริน (Lalo Schifrin) แดนนี เอลฟ์แมน (Danny Elfman) และเคลาส์ บาเดลต์ (Klaus Badelt) เป็นต้น ซึ่งชื่อของนักประพันธ์เพลงเหล่านี้ประสบความสำเร็จในชีวิตสูงมาก
ภาพยนตร์ฝรั่งเหล่านี้เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่นำไปฉายแพร่หลายทั่วโลก เขาใช้วงดนตรีขนาดใหญ่สร้างเพลงประกอบภาพยนตร์ เช่น วงลอนดอนซิมโฟนีออร์เคสตรา (London Symphony Orchestra) ซึ่งมีขนาด 80-100 ชีวิต ทำให้เสียงของเพลงที่ประกอบภาพยนตร์สมบูรณ์และยิ่งใหญ่มาก เสียงสามารถสร้างจินตนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงบอกเรื่องราว เสียงทำให้เกิดความรู้สึกและมีอารมณ์ร่วม เสียงดนตรีบอกเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เสียงของชุมชน เสียงของผู้ร้าย เสียงของพระเอก เสียงของความผิดหวัง เสียงที่อบอุ่น เมื่อใกล้ถึงความสำเร็จ เมื่อได้ยินเสียงก็มองเห็นภาพและเมื่อมองเห็นภาพก็จะได้ยินเสียง นักดนตรีนั้นเป็นผู้ที่มีฝีมือสูง ทำให้เสียงมีพลัง ได้ความรู้สึกมากจนเพลิน

นักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ฝรั่งทุกคน สร้างผลงานออกมาขั้นเทพทั้งสิ้น เมื่อพูดถึงคุณภาพของการสร้างภาพยนตร์ ทั้งภาพและเสียงดนตรีต้องลงทุนถ่ายทำอย่างสมบูรณ์ที่สุด เพราะอุตสาหกรรมหนังหรืออุตสาหกรรมภาพยนตร์ในซีกโลกตะวันตกเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาล นอกจากนี้ ภาพยนตร์ของฝรั่งยังทำหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียง ความเป็นมหาอำนาจ เผยแพร่วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ รสนิยม วัฒนธรรม ชี้นำทิศทางโลก นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ เผยแพร่ลัทธิความเชื่อ เรื่องธุรกิจการค้าและมีการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อยู่ในภาพยนตร์พร้อม ธุรกิจระดับชาตินำเสนออยู่ในภาพยนตร์ไว้อย่างกลมกลืน ภาพยนตร์จึงทำหน้าที่หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน นอกเหนือไปจากความบันเทิง
เมื่อเอาเพลงประกอบภาพยนตร์ดังๆ ที่มีเสียงของวงขนาดใหญ่ ใช้นักดนตรี 80-100 คน แล้วนำเสียงมาสรุปให้เหลือแค่ไวโอลินกับเชลโลเพียง 2 คนเท่านั้น การนำเพลงมาเรียบเรียงใหม่เหลือแค่ 2 คน ก็ต้องเก็บเสียงทุกๆ เสียงที่สำคัญเอาไว้ นักดนตรีทั้ง 2 คนต้องใช้ความสามารถมหาศาลขั้นเทวดา เพื่อเล่นเครื่องดนตรี ทำเสียงดนตรี ให้เล่าเรื่องและบอกถึงตัวละครในภาพยนตร์ให้ได้

ที่น่าแปลกใจมากคือ นักดนตรีทั้ง 2 คน ไวโอลินและเชลโล ซึ่งมีความสามารถสูงมาก เล่นดนตรีอย่างเทวดา สามารถทำเสียงดนตรีเล่าเรื่องได้ แม้พวกเขาจะมีงานเล่นอยู่กับวงซิมโฟนีออร์เคสตราชั้นนำของโลก แต่ก็มีงานท้าทายใหม่ เข้ามาทำงานสอนดนตรีในเมืองไทย 3 ปีแล้ว เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี (Shrewsbury International School) ทำให้เด็กๆ ที่ได้เรียนกับครูดนตรีที่เก่งมากๆ มีชีวิตและมีโอกาสที่ดีมาก โดยธรรมชาติแล้วคนเก่งดนตรีที่มีฝีมือสูงขนาดนี้ จะมีงานที่ดีทำในยุโรป โอกาสที่จะพลัดหลงเข้ามาอยู่ในประเทศด้อยโอกาสทางดนตรี (อย่างประเทศไทย) นั้นยากมาก แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว
นักเรียนไทยที่ได้เรียนดนตรีกับครูดนตรีระดับนานาชาติที่มีฝีมือสูง ทำให้เด็กมีโอกาสได้การเรียนดนตรีมีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งจะแตกต่างไปจากมาตรฐานการเรียนดนตรีในประเทศไทยโดยทั่วไป แม้แต่อาจารย์สอนดนตรีในระดับอุดมศึกษาของไทยก็จะหาครูดนตรีที่เก่งๆ แบบนี้ได้ยาก เพราะไม่มีเงินจ้าง ไม่มีงานให้ทำ ในที่สุดครูดนตรีคนเก่งๆ ก็อยู่ไม่ได้ ที่เหลืออยู่ก็เป็นครูดนตรีสอนดนตรีกระดาษ ใช้น้ำลายสอนดนตรี แต่ไม่ค่อยมีฝีมือ
เสียงดนตรีบอกคุณภาพชีวิตและเป็นชีวิตที่มีคุณภาพ แม้โรงเรียนนานาชาติจะมีเงินจ้างครูดนตรีในราคาที่สูงก็ตาม แต่ชีวิตของนักดนตรีก็คือการเล่นดนตรี ครูดนตรีทั้ง 2 คน เป็นสามีภรรยา มีลูกมาอยู่ด้วยก็อยู่กันเป็นครอบครัว มีงานทำ มีเงินจากการทำงานเพียงพอ ไม่เดือดร้อน แต่ข้อด้อยของชีวิตในเมืองไทยคือจะเล่นดนตรีกับวงซิมโฟนีออร์เคสตราก็หายาก เพราะนอกจากมีฝีมือสูงเกินไปแล้ว วงดนตรีในเมืองไทยจ่ายค่าฝีมือต่ำถึงต่ำมาก ครูดนตรีทั้ง 2 คน จึงใช้วิธีคิดงานเอง สร้างงานเอง ออกไปเล่นดนตรีเอง เล่นด้วยกัน 2 คน เล่นดนตรีเพราะความรักที่จะเล่น ไม่ได้ต้องการเงิน เพราะเรื่องการทำมาหากินนั้น โรงเรียนได้จ่ายให้หมดแล้ว นักดนตรีทั้ง 2 คน เคยมาแสดงที่ห้องแสดงเอื้อมอารีย์หลายครั้งแล้ว
ที่น่าแปลกใจมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ฟังที่มาดูการแสดงดนตรีในคืนนั้น มาเป็นครอบครัว ลูกและพ่อแม่ชวนกันมาดูเต็มห้อง เด็กๆ ทุกคนเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างดี นักดนตรีบรรยายเพลงเป็นภาษาอังกฤษเพราะพูดไทยไม่ได้ เด็กๆ หัวเราะกันสนุกสนาน บ่งบอกว่าเด็กมาจากครอบครัวที่มีฐานะทางสังคมดี มีฐานะทางการศึกษาดี และมีฐานะทางเศรษฐกิจดีด้วย บอกได้ว่าโลกทัศน์การศึกษาของเด็กไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้จะเป็นเด็กที่มีจำนวนน้อยก็ตาม เด็กเหล่านี้เข้าใจภาษาแม่ เข้าใจภาษาอังกฤษ สื่อสารด้วยภาษาเทคโนโลยี มีรสนิยมเรื่องภาษาดนตรี เด็กเหล่านี้มีภาษาเอาตัวรอด และภาษาทำมาหากินในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ประเทศไทยปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติมากกว่า 200 โรงเรียน เด็กแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนประมาณ 500,000-900,000 บาทต่อปี เด็กที่ไปเรียนโรงเรียนนานาชาติแต่ละคน ใช้เงินค่าเล่าเรียนเท่ากับเด็กที่อยู่ในโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการทั้งโรงเรียน ซึ่งบอกถึงความแตกต่างของการศึกษาอย่างฟ้ากับดิน ในสภาพที่เป็นจริง เด็กของกระทรวงศึกษาธิการมีมากกว่าเด็กของเรียนโรงเรียนนานาชาติ (85:15 ส่วน) อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับเด็กในปัจจุบัน

เด็กที่ไปเรียนโรงเรียนนานาชาติได้เรียนดนตรี ได้รับการศึกษาที่ดี มีรสนิยมสูง มีความเป็นสากล เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาแล้วก็ไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา อังกฤษ แคนาดา เป็นต้น เมื่อเรียนจบกลับมาก็ได้งานที่ดีทำ มีฐานะทางสังคมเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ เป็นผู้นำตำแหน่งที่มีอำนาจ หากรับราชการก็เจริญก้าวหน้า เพราะสามารถสื่อสารกับโลกได้
ส่วนเด็กที่อยู่ในโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนกรุงเทพมหานคร เด็กเหล่านั้นมีอนาคตอย่างไร แม้โลกจะเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่การศึกษาแบบไทยๆ ยังต้องรอแจกอาหารกลางวัน แจกหนังสือเรียน แจกนมให้นักเรียน ความรู้สึกนึกคิดประชากรไทยส่วนใหญ่กลายเป็นขอทาน ต้องรอคอยและร้องขอ เพราะช่วยตัวเองไม่ได้ ทั้งนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีรายได้หรือไม่มีกำลังเพียงพอที่จะยืนบนขาของตัวเอง
รัฐบาลกำลังจะมาใหม่แล้ว การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการศึกษาที่ดีจะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคน ดนตรีเป็นหุ้นส่วนของชีวิต ดนตรีเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เด็กมีคุณภาพและมีรสนิยม ดังนั้น เด็กทุกๆ คนควรได้เรียนดนตรีที่ดี ดนตรีควรเข้าไปอยู่ภายในจิตใจและเป็นหุ้นส่วนในชีวิตเด็ก
ตัวอย่างของผู้ใหญ่ที่มีนิสัยกักขฬะ โหดเหี้ยม ฉ้อฉลคดโกง เนรคุณ ขี้เกียจ สกปรก ฯลฯ มาจากการศึกษาและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี “เพราะเด็กเป็นลูกของสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรเด็กก็จะเป็นอย่างนั้น เด็กเป็นอย่างไรเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างนั้น” รัฐบาลใหม่ควรสร้างการศึกษาให้มีความหวัง สร้างสิ่งแวดล้อมเป็นเสียงดนตรีให้แก่เด็ก
ดนตรีเป็นเครื่องหมายของความเจริญ เสียงดนตรีที่สดใสออกมาจากจิตใจที่สะอาด การเรียนดนตรีที่มีคุณภาพและเป็นคุณภาพของชีวิต จะบ่งบอกถึงคุณภาพของการศึกษา การที่เด็กได้พัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรี ในที่สุดศักยภาพความเป็นเลิศของเด็กก็จะกลายเป็นศักยภาพของชาติในเวลาเดียวกัน
การเรียนในโรงเรียนนานาชาติหรือเรียนในโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนกรุงเทพมหานคร เป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และชนชั้น แต่เสียงดนตรีที่มีคุณภาพของเด็กในโรงเรียนนานาชาติหรือในโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนกรุงเทพมหานคร ไม่มีชนชั้น เด็กๆ ทุกคนสามารถที่จะเล่นดนตรีให้มีเสียงที่ดีได้ หากมีครูดนตรีที่ดีและเก่งเป็นผู้สอน
เสียงดนตรีที่มีคุณภาพจะสร้างความเสมอภาคขึ้นในสังคมและสามารถลดความเหลื่อมล้ำของชนชั้นให้เด็กทุกคนเท่าเทียมกัน

