ห้องน้ำสาธารณะ
พื้นที่ปลดทุกข์ของพลเมือง

การขับถ่ายเป็นกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ทุกคน ไม่มีใครปฏิเสธได้ คนเราเกิดมาต้อง “ขับถ่าย” “ปวดขี้” เป็นเรื่องปกติสามัญทั่วไป ในขณะที่สภาพชีวิตในสังคมเมืองเบียดขับเวลาให้ต้องรีบตื่นเช้า และบีบบังคับให้คนต้องออกจากนอกบ้านไปทำงานหาเลี้ยงชีพ ห้องน้ำสาธารณะจึงเป็นพื้นที่สำคัญให้คนได้แวะปลดทุกข์ในระหว่างเดินทาง
แต่ห้องน้ำสาธารณะนั้น นอกจากจะมีน้อยและหายากแล้ว ภาพจำโดยส่วนใหญ่ห้องน้ำสาธารณะจะสกปรก เฉอะแฉะมีน้ำนอง มีรอยมีคราบตามพื้นห้องน้ำ คลุกเคล้าไปด้วยกลิ่นสาบ กลิ่นเหม็น
แต่ไม่ใช่กับห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร บริเวณเชิงสะพานปิ่นเกล้า ใกล้ป้ายรถเมล์ ฝั่งวัดดาวดึงษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานของ “ป้าหมู” นางเอ็นดู มีเพ็ชร์ เป็นพนักงานสำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอายุ 61 ปี (เกษียณในเดือนกันยายนนี้) สามีเป็นคนขับรถสุขา มีลูกชาย 3 คน
ป้าหมูเป็นพนักงานคนดูแลห้องสุขาบริเวณนี้ ซึ่งมีสภาพแตกต่างออกไปจากห้องน้ำสาธารณะที่อื่น เพราะมีความสะอาดสะอ้าน สวยงาม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และไร้กลิ่น “ส้วม”
ป้าหมูเป็นคนท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เริ่มเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นพนักงานทำความสะอาดรถสุขาเคลื่อนที่ เป็นลูกจ้างของ กทม. ตั้งแต่ปี 2536 แต่พออายุมากขึ้นเลยย้ายมาทำงานที่ห้องน้ำสาธารณะบริเวณเชิงสะพานปิ่นเกล้า
ป้าหมูเป็นคนรักความสะอาดและเป็นคนชอบสิ่งสวยงาม บอกว่า “ถ้าเราทำสะอาด เราไม่ต้องอายเขา เขาจะว่าเราไม่ได้ อยากทำให้ห้องน้ำสะอาดเหมือนที่บ้าน” ป้าหมูจึงมุ่งมั่นในการทำความสะอาดตามหน้าที่ของตนเองตลอดเวลา กิจวัตรในทุกวันของป้าหมู คือทุกๆ เช้า ป้าหมูจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ออกมาขึ้นรถเมล์มาทำงานตอนตี 4 และมาถึงห้องน้ำตอนตี 5 เพื่อเปิดห้องน้ำให้คนที่ตื่นเช้ารีบเร่งออกจากบ้านไปทำงานไปแวะเข้ามาปลดทุกข์
ป้าหมูเล่าว่า คนจะมาเข้าห้องน้ำในตอนเช้าเป็นส่วนใหญ่ ช่วง 6 ถึง 7 โมงเช้า ตอนกลางวันจะน้อยหน่อย มีคนมาเข้าห้องน้ำบ้างประปราย และช่วงเย็นก็จะมีบ้างนิดหน่อย แล้วแต่วัน


บางวันก็จะมีคนมาเข้าห้องน้ำมากเป็นพิเศษ ป้าหมูเล่าว่า มีพนักงานบริษัทคนหนึ่งจะมาวันเว้นวัน ก็แปลกใจเพราะต่างจากคนอื่น เมื่อได้คุยจึงรู้ว่าเขาพาคุณพ่อมาหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ไม่มีพื้นที่จอดรถเลยมาจอดบริเวณเชิงสะพานปิ่นเกล้า และมาเข้าห้องน้ำบริเวณนี้เป็นประจำ
ป้าหมูบอกว่า รู้สึกดีที่มีคนผ่านไปมาและมีคนคุยด้วยทำให้ไม่เหงา ถึงจะมีคนมาเข้าห้องน้ำตลอดทั้งวัน
ป้าหมูจะทำความสะอาดถูพื้นห้องน้ำตลอดเวลา จะล้างทั้งห้องน้ำตอน 1 ทุ่มและเดินทางกลับบ้านช่วง 2 ทุ่ม ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ตรงนี้ ทำแบบนี้ทุกวันมา 10 กว่าปีแล้ว
ป้าหมูไม่เคยได้รับรางวัลจากการทุ่มเททำงานหรือเกี่ยวกับห้องน้ำ
แต่รางวัลที่ป้าหมูภาคภูมิใจคือ คำชมและการบอกต่อ
ที่คนมาใช้ห้องน้ำจะให้ทุกครั้งเวลามาเข้า ป้าหมูเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ใครไปใครมาก็ชื่นชม “ห้องน้ำสะอาดมาก” “เข้าห้องน้ำแล้วไม่อยากออกเลย” “ห้องน้ำสะอาดยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวอีกนะ”
บางคนนำของติดไม้ติดมือมาฝาก นำของมาให้ ทำให้ป้ามีกำลังใจอยากทำงานในทุกวัน มีความสุขที่จะมาทำงานในทุกวันจากคำชื่นชมของคนที่มาเข้าห้องน้ำ
คนที่เข้ามาใช้บริการห้องน้ำส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าขายของบริเวณสะพานปิ่นเกล้า เป็นพนักงานขับรถสาธารณะ ตำรวจ คนแก่ พนักงานบริษัท รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ผ่านไปผ่านมาและจำเป็นจะต้องเข้าห้องน้ำ
ปัญหาสำคัญคือ กรุงเทพมหานครมีห้องน้ำสาธารณะน้อยจนเกินไป ไม่รวมห้องน้ำ “กึ่งสาธารณะ” ที่อยู่ในพื้นที่เอกชนหรือในวัด
ห้องน้ำสาธารณะในพื้นกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สาธารณะ และไม่สามารถเข้าได้ตลอดเวลา หากมีก็มีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มี
อย่าลืมว่าคนเราไม่เลือกเวลาปวดท้องจะเข้าห้องน้ำ และกรุงเทพฯ ไม่เคยหลับใหล คนทำงานและเดินทางตลอดเวลา ทั้งวันและทั้งคืน

แต่ห้องน้ำสาธารณะในพื้นกรุงเทพมหานครกลับมีอย่างจำกัด ตามเส้นทางรถไฟฟ้า BTS ไม่มีห้องน้ำบริการ ส่วนห้องน้ำในพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า MRT ก็มีห้องน้ำบริการน้อย จะมีแค่ 8 สถานีจาก 38 สถานีเท่านั้น (สายสีน้ำเงิน) คือ สถานีคลองเตย, สถานีสุขุมวิท, สถานีพระราม 9, สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, สถานีลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน, สถานีสวนจตุจักร และสถานีกำแพงเพชร ทั้งนี้คนเดินทางไปมาต้องอาศัยเข้าห้องน้ำในพื้นที่กึ่งสาธารณะ เช่น ห้องน้ำในห้าง ห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ห้องน้ำวัดและศาสนสถาน หรือห้องน้ำสวนสาธารณะ ซึ่งสถานที่เหล่านี้ไม่ได้เปิดห้องน้ำตลอดเวลา
ผลสำรวจของกรมอนามัย เรื่องสุขาสาธารณะที่คนเลือกใช้มากที่สุด 3 อันดับในปี 2558 พบว่า อันดับแรก ห้องน้ำห้างสรรพสินค้า 86.64% อันดับสอง คือห้องน้ำปั๊มน้ำมัน 73.09% และ อันดับสุดท้าย ห้องน้ำตามแหล่งท่องเที่ยว 58.66%
จะเห็นได้ว่าสุขาในพื้นที่ที่กล่าวมาไม่ได้เป็นสาธารณะเพื่อบริการประชาชน ซึ่งนับวันความเป็นสาธารณะในพื้นก็จะน้อยลงในทุกวัน ห้องน้ำสาธารณะกลับเป็นเรื่องยากเย็นที่รัฐจะมีให้บริการ และความสนใจเรื่องห้องน้ำสาธารณะในสังคมกลับไม่ได้มีเท่าที่ควร


ห้องน้ำสาธารณะในพื้นที่ต่างประเทศเป็นอย่างไร?
ญี่ปุ่น ห้องน้ำในญี่ปุ่นหาง่าย และขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและมีเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ห้องน้ำจะมีอยู่ทุกที่ตามสถานีรถไฟและสถานที่ท่องเที่ยว แม้แต่ร้านสะดวกซื้อก็มีห้องน้ำให้บริการ ชักโครกของห้องน้ำจะเป็นอัตโนมัติ มีระบบฉีดน้ำชำระทั้งด้านหน้าและด้านหลังเมื่อเสร็จธุระ บางแห่งมีระบบเป่าแห้ง และมีระบบอุ่นฝารองนั่งชักโครก มีไปถึงเสียงน้ำไหลปลอมๆ เพื่อกลบเสียงเวลาถ่ายหนัก สิ่งสำคัญคือ มารยาทในการใช้ห้องน้ำของคนญี่ปุ่น เพราะเมื่อใช้แล้วคนญี่ปุ่นจะกดน้ำและปิดฝาชักโครกเอาไว้ให้คนที่จะเข้ามาใช้งานต่อไป
ไต้หวัน ส่วนมากจะอยู่ในพื้นที่อาคารหรือสถานีรถไฟเป็นหลัก หรือในสวนสาธารณะหรือปั๊มน้ำมันก็มีเช่นกัน ห้องน้ำจะเป็นแบบนั่งยองและเป็นโถส้วมนั่งราบ โดยส่วนมากก็หาง่ายตามพื้นที่สาธารณะ
อเมริกา จะมีลักษณะที่เป็นช่องว่างบริเวณพื้นประตู หรือของผนังและประตูมากหน่อย ซึ่งเหตุผลสำหรับการมีช่องว่างเนื่องจากความปลอดภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ หรือคนเข้ามาจะได้เห็นว่ามีคนใช้งานอยู่ แต่ก็จะมีห้องน้ำตามสถานีรถไฟและมีทิชชูให้บริการ
ยุโรป ทางเหนือจะเป็นห้องน้ำอัตโนมัติ ปิดมิดชิด บางที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการให้บริการ บางพื้นที่มีพนักงานคอยบริการเก็บเงินด้านหน้า
อังกฤษ ห้องน้ำสาธารณะจะแตกต่างกับในพื้นที่ยุโรปค่อนข้างมาก เพราะห้องน้ำจะหาได้ง่ายมากกว่า มีอยู่ทั่วไปตามสถานีรถไฟและเข้าได้ฟรี ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ ประเทศอังกฤษมีแผนที่ห้องน้ำสาธารณะ (Great British Public Toilet Map) หรือ https://www.toiletmap.org.uk ซึ่งในแผนที่จะบอกตำแหน่งของห้องน้ำสาธารณะ บอกว่าห้องน้ำไหนมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ห้องน้ำตรงไหนรองรับคนพิการ หรือมีพื้นที่สำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก เมื่อเปิดก็จะรู้ได้ว่าตรงไหนมีห้องน้ำใกล้กับที่พื้นที่ที่อยู่ตอนนั้น
นอร์เวย์ ก็จะสะอาด มีอนามัย เป็นห้องน้ำไม่มีสายชำระ แต่มีกระดาษชำระให้บริการและมีสบู่ล้างมือ กระดาษทิชชูสำหรับเช็ดมือให้ตลอด
เมื่อเปรียบเทียบกับห้องน้ำสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว มีทั้งเรื่องที่เราได้เปรียบและยังมีเรื่องต้องพัฒนาอีกจำนวนมาก ถ้าหากกรุงเทพมหานครมีห้องน้ำสะอาดบริการตลอดเวลา หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและเด็กในห้องน้ำสาธารณะก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก ทั้งนี้ หากพัฒนาเทียบเท่าอังกฤษ หรือญี่ปุ่นก็ควรมีจำนวนพื้นที่ของห้องน้ำสาธารณะมากกว่าเดิม มีคุณภาพของชักโครกที่ดีกว่าเดิม รวมถึงอาจจะมีแผนที่ของห้องน้ำสาธารณะให้ง่ายต่อการใช้งานของผู้คนทั่วไป
สิ่งสำคัญคือหากเราสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมารยาทของการใช้ห้องน้ำสาธารณะให้คนทั่วไปได้รับรู้ เราก็จะมีห้องน้ำที่สะอาด เข้าถึงได้ง่าย และไม่เป็นภาระของคนที่มาใช้ห้องน้ำต่อ


(ล่าง) ห้องน้ำญี่ปุ่น (ที่มา : https://tankenjapan.com/japans-public-restrooms-the-ins-and-outs-of-japanese-toilets/)
ห้องน้ำสาธารณะบริเวณเชิงสะพานปิ่นเกล้า ฝั่งวัดดาวดึงษ์ ต่างจากที่อื่นตรงไหน?
ห้องน้ำสาธารณะตรงนี้ต่างจากที่อื่นตรงที่บริเวณด้านหน้าและบริเวณโดยรอบจะปลูกต้นไม้ ดอกไม้เต็มด้านหน้าห้องน้ำ เช่น ดอกแก้ว ดอกชบา ฯลฯ ป้าหมูบอกว่า บางส่วนป้าเป็นคนปลูกและบางส่วนก็มีคนเอามาให้ และด้านในห้องน้ำก็จะประดับตกแต่งต้นไม้ ดอกไม้ประดิษฐ์หลากสีสัน ป้าหมูบอกว่า มันทำให้สวยน่ามอง นอกจากนี้ป้าหมูยังเลี้ยงปลา เป็นปลาสอดสีส้ม ซึ่งทนและเลี้ยงง่าย ลูกชายป้าเป็นคนเอามาให้ บริเวณห้องน้ำจึงมีบ่อเลี้ยงปลา และทำให้พื้นที่บริเวณโดยรอบรื่นรมย์เป็นพิเศษ
เคล็ดลับของการทำให้ห้องน้ำสะอาดและไม่มีกลิ่น คือการทำความสะอาดทุกวันแม้ในจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น ขอบด้านในของชักโครก หรือมุมห้องน้ำ ป้าหมูก็จะเน้นทำความสะอาดเป็นพิเศษ และถูพื้นตลอดเวลา นอกจากการทำความสะอาดอยู่เสมอ คือการที่ป้าหมูใช้น้ำหอมและก้านหอม (คล้ายก้านธูป) มาวางไว้ในห้องน้ำ ทุกๆ เช้า ป้าจะฉีดน้ำหอมก่อนที่จะมีคนมาเข้าห้องน้ำ ทำให้ห้องน้ำไม่มีกลิ่นที่ไม่น่าอภิรมย์ ป้าหมูบอกว่าของพวกนี้ซื้อเอง หาซื้อมาเองทั้งหมด ของที่ทางหน่วยงานให้มีแค่อุปกรณ์ทำความสะอาด แปรงขัด สก๊อตช์ไบรต์ ไม้ถูพื้น น้ำยาล้างห้องน้ำ สบู่ล้างมือ กระดาษทิชชู ซึ่งจากการสังเกตจะเห็นว่าสบู่ล้างมือ กระดาษทิชชู มีอย่างจำกัด ไปเข้าห้องน้ำทีไรไม่เคยมีเพียงพอ
ป้าหมูบอกว่า ป้าไม่ค่อยได้ทำบุญ เพราะวันที่คนเขาหยุดกันป้าก็ต้องมาทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน เลยถือเอาคำพระฟังธรรมะแทน “พระท่านบอกว่าบุญอะไรก็ไม่เท่าการมีห้องน้ำให้เขาปลดทุกข์” เลยคิดว่าการทำห้องน้ำให้สะอาด เราจะได้บุญไปด้วยและเราก็มีความสุขไปด้วย
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่เพียงจำนวนของห้องน้ำที่ควรจะมากขึ้น ระดับมาตรฐานของความสะอาด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องน้ำ หรือการดูแลห้องน้ำที่เอาใจใส่จากพนักงาน ยังต้องคำนึงไปถึงความสุขของคนที่มาใช้ห้องน้ำอีกด้วย


