อะเมซิ่งสายมู อีสานบนเส้นทางแห่งศรัทธา เช็กอินโคราช ปักหมุดมหาสารคาม

18.08.23 | 12:05 น.

อะเมซิ่งสายมู
อีสานบนเส้นทางแห่งศรัทธา
เช็กอินโคราช ปักหมุดมหาสารคาม

สายมูมาแรงแซงทุกโค้ง

แม้กระทั่งในมุมมองของการท่องเที่ยว

วันท้องฟ้าแจ่มใส ชวนให้เตรียมเก็บกระเป๋าหิ้วออกเดินทาง เปิดประสบการณ์อันแตกต่างกว่าที่เคย บนเส้นทางโรดทริปที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง จากประตู่สู่ภาคอีสาน ‘นครราชสีมา’ สู่ ‘มหาสารคาม’ หมุดหมายใหม่ที่เปิดม่าน ตัดริบบิ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญ Unseen New chapters ด้วยชื่อไทยสุดเก๋ ‘ปักหมุดใหม่ เปิดไทยมุมต่าง’ ที่มุ่งมั่นสร้างตำนานการท่องเที่ยวบทใหม่ โดยนับเป็นปีแรกที่เปิดโอกาสให้คนไทยนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวน่าสนใจ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อคัดเลือกแหล่งจากท่องเที่ยว 77 แหล่ง

คัดแล้วคัดอีก จนได้โลเกชั่นสุดอันซีนของแต่ละภูมิภาค ผ่านคะแนนโหวตของนักท่องเที่ยว 20 แห่ง ก่อนได้รับการคัดเลือกอีกครั้งจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวน 5 แห่ง

Advertisement

แน่นอนว่า สำหรับแดนอีสาน ย่อมไม่ธรรมดา

⦁สัมผัสมนต์ขลัง ‘ปราสาทบ้านปรางค์’ ขอพร งานพุ่ง รักรุ่ง
เริ่มด้วยมนต์เสน่ห์ของปราสาทบ้านปรางค์ โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ ณ บ้านปรางค์นคร อ.คง จ.นครราชสีมา ขุมพลังแห่งจักรวาลตามคติศาสนาฮินดู สร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 17

ไฮไลต์ คือ กิจกรรมรับพลังจักรวาล เมื่อเกิดปรากฏการณ์กลางวันกับกลางคืนมีช่วงเวลาเท่ากัน เรียกว่า วันศารทวิษุวัต หรือวันราตรีเสมอภาค

ความมหัศจรรย์เกิดจากวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน 12 ชั่วโมง หรือวันครึ่งปีของสุริยะปฏิทิน ซึ่งเป็นวันที่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกแท้ สามารถรับชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ส่อง ตรงช่องประตูปราสาทบ้านปรางค์ โดยในปีนี้่ตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2566 เวลา 06.00 น.

สายมูเชิงประจักษ์ คือคำนิยามโดย ประวิตร ชุมสุข ประธานวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวชุมชนบ้านปรางค์นคร คือ นอกจากการมาท่องเที่ยวรับพลังจักรวาล ขอพรจากความเชื่อแล้ว ยังสามารถที่จะสัมผัสปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ มองเห็นความสวยงามด้วยตาเปล่าได้อีกด้วย

ปัจจุบันชาวบ้านผสานความเชื่อโดยอัญเชิญ ‘เจ้าพ่อหินทับ’ มาประดิษฐานอยู่ภายในตัวปราสาท กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และเป็นที่นิยมขอพร เสริมสิริมงคลเรื่องการงาน การเรียน และความรัก

⦁ตุ้มโฮมอุ่นใจ นอนเฮือนไทยสไตล์โคราช
นอกจากปราสาทอันชวนตื่นตา บ้านปรางค์นครแห่งนี้ ยังชวนให้หลงใหลในวิถีชุมชนเชิงวัฒนธรรมเก่าแก่ ที่พร้อมหยิบยื่นมิตรภาพอันอบอุ่น เปิดบ้านรอต้อนรับผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนด้วยกิจกรรมเพลินใจตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ว่าจะเป็น การพักโฮมสเตย์บ้านเรือนไทยโคราช อายุกว่า 100 ปี, รับพลังแสงแรกของวัน, ชมบ่อน้ำบารายสวรรค์, ทำอาหารท้องถิ่นร่วมกับเจ้าบ้าน, ทำขนมปาดสูตรโบราณ, พายเรืออีโปงชมดอกบัว เป็นต้น

จันทนา จูหมื่นไว ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร เผยว่า ชุมชนพยายามอนุรักษ์วิถีดั้งเดิม ที่ชาวบ้านเรียนรู้มาจากปู่ ย่า ตา ยาย รุ่นสู่รุ่น และปัจจุบันเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ในการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งดึงเยาวชนที่มีความสนใจ มาฝึกเป็นมัคคุเทศก์น้อยบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับชุมชน

⦁อลังการพลังศรัทธาวัดป่าวังน้ำเย็น มหาอุโบสถตะเคียนทอง
จากโคราช มุ่งหน้าปักหมุดยัง มหาสารคาม สัมผัสพลังศรัทธาพุทธศาสนิกชน สายธารบุญที่หลั่งไหลจากทั่วสารทิศ ณ อุโบสถไม้ตะเคียนใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดพุทธวนาราม หรือวัดป่าวังน้ำเย็น อ.เมือง จ.มหาสารคาม ตามแนวคิดของ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ เจ้าอาวาสวัดพุทธวนาราม ลูกศิษย์เอกของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ เกจิดังแห่งลุ่มแม่น้ำโขง

พระอุโบสถหลังนี้ สร้างจากไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ ประกอบเสาเรียงรายถึง 32 ต้น ขนาดเท่ากับ 4 คนโอบ สูงกว่า 20 เมตร ภายในมีองค์พระประธานปางนาคปรก นามว่า หลวงพ่อเทพประทานพร แกะสลักจากไม้สักทองท่อนยักษ์ ออกแบบและถ่ายทอดโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเจดีย์ศรีมหาสารคามสีทองสะดุดตา และศาลาขนาดใหญ่ที่มีเสาไม้ถึง 112 ต้น ภายในตกแต่งด้วยไม้สักทอง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ 3 องค์ น้ำหนักรวมกว่า 12 กิโลกรัม กลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะเวียนเยี่ยมเยียนชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ชีวิต

สุกัญญา ว่องไวทิพประเสิรฐ นักท่องเที่ยววัย 54 ปี เผยความรู้สึกว่า มหาสารคามเป็นเมืองรองที่ไม่เคยนึกจะมาเที่ยว แต่เมื่อมาถึงวัดวังน้ำเย็น จึงรู้สึกว่า ‘อะเมซิ่ง’ ดลใจให้จัดหาผ้าไหมพื้นเมืองเข้าธีมมาสวมใส่เพื่อบันทึกภาพความทรงจำแสนประทับใจ

“รู้สึกภูมิใจว่าวัดไทยทำไมสวยขนาดนี้ ซึ่งสมควรเป็นหมุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวจริงๆ”

⦁วิถีชุมชนโกสุมพิสัย ซอฟต์เพาเวอร์พื้นบ้าน สู่ความยั่งยืน
ปิดท้ายทริปด้วยการเยี่ยมชม ศูนย์เรียนรู้ไร่แสนดี เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านหนองยาง ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม พื้นที่ทำการเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยขยายถ่ายทอดความรู้ให้กับคนในชุมชนของตน อีกทั้งชุมชนใกล้เคียง

นอกจากนี้ ยังมีโฮมสเตย์วิถีท้องถิ่นไว้รองรับนักท่องเที่ยว เปิดด้วยฉากเซอร์ไพรส์จากชาวบ้านที่พร้อมใจออกมาฟ้อนรำต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เป่าแคน ขับลำ บรรเลงเครื่องดนตรีพื้นบ้านให้ยลยินสุ้มเสียงแห่งอีสาน พร้อมพาทำกิจกรรมตามวิถีชาวบ้านอย่างหลากหลาย อาทิ การทำขนมจีนเส้นด้องแด้ง ก่อนลองลิ้มชิมรสความเหนียวนุ่มของเส้นที่มีลักษณะพิเศษคือ ใหญ่ป้อม นิยมรับประทานให้แซ่บนัวกับส้มตำรสจัดจ้าน ในเมนู ‘ตำซั่วเส้นด้องแด้ง’, ทำขนมถั่วตัดสดหอมอร่อย รวมถึงเรียนรู้การสปาเท้าด้วยสมุนไพรท้องถิ่น

ปริญญา มหาโชติ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม เปิดใจว่า อีสาน ไม่มีภูเขา ไม่มีทะเล แต่มากมายด้วยซอฟต์เพาเวอร์ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส เชื่อมโยงวิถีชีวิตของชุมชนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

จึงมุ่งสร้างความยั่งยืนและเข้มแข็ง จากกิจกรรมพื้นบ้านที่ทำกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน กระจายให้เกิดรายได้สู่ชุมชน แล้วมาพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน