อาศรมมิวสิก : การขยายตัวของวงปล่อยแก่
จากโครงการเล็กๆ โดยเริ่มจัดตั้งวงขับร้องประสานเสียง “ปล่อยแก่” ที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นชมรมของผู้สูงอายุที่เป็นชาวบ้าน เมื่ออายุมากแล้วชาวบ้านก็ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ ไม่ต้องถอดเทริด ไม่ต้องลงจากเก้าอี้ ไม่ต้องปลดเหรียญตรา ไม่ต้องถอดเสื้อนอก เมื่อเป็นชีวิตชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือในการจัดตั้งวงขับร้องประสานเสียงเป็นอย่างดี เมื่อตั้งวงขับร้องประสานเสียงได้แล้ว ชาวบ้านก็ต้องฝึกซ้อมกับสิ่งที่ไม่เคยทำมาเลยในชีวิต ทุกคนตั้งใจร้องเพลงและตื่นเต้นมาก
ตื่นเต้นเพราะไม่เคยร้องเพลงประสานเสียงมาก่อน ตื่นเต้นเพราะมีครูสอนร้องเพลงที่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีพลัง เดินทางไปจากกรุงเทพฯ ตื่นเต้นเพราะเป็นกิจกรรมที่เพื่อนๆ ชาวบ้านได้ทำกิจกรรมร้องเพลงพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของทุกคน ตื่นเต้นเพราะมีขนมกินที่แปลกแตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน ตื่นเต้นเพราะจะได้แต่งตัวสวยงาม ได้ขึ้นเวทีแสดงและมีคนดู มีเสียงปรบมือ มีช่อดอกไม้ มีคำขอบคุณ ล้วนเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับชาวบ้านที่อยู่บ้านนอก โดยเฉพาะชาวบ้านที่มีอาชีพทำนาทำสวน ไม่ได้รับราชการและไม่ได้เป็นนักธุรกิจ
เวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว วงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ ได้ร่วมแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราในพื้นที่ต่างๆ ที่สำคัญก็คือ หน่วยงานแรกที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนก็คือ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อผู้แทนจากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เห็นกิจกรรมของวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่บ้านคา ราชบุรี ซึ่งเห็นว่าทุกคนจากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าคนแก่เสียอีก เพราะความเข้าใจของคนรุ่นใหม่นั้น คนแก่คือบุคลากรที่ไม่สามารถจะสร้างรายได้อีกต่อไป คนแก่ตกเป็นภาระและเป็นปัญหาของสังคม เพราะคนรุ่นใหม่หันไปพึ่งพาเทคโนโลยี พึ่งศาสตราจารย์ ดร.ยูทูบ หาศาสตราจารย์ ดร.วิกิพีเดีย และศาสตราจารย์ ดร.กูเกิล กันหมดแล้ว ไม่มีใครพึ่งคนแก่อีกต่อไป

สภาพของคนแก่ในปัจจุบันมีอยู่ราวๆ 13 ล้านคน คนแก่มีชีวิตอยู่อย่างว้าเหว่ ดำรงชีวิตอยู่อย่างเหว่ว้า อยู่อย่างไร้ค่า ไร้คนมาเหลียวแล ไม่มีรายได้ ไม่ได้สร้างงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ สร้างปัญหา เป็นภาระ เป็นอุปสรรคในการพัฒนาชีวิต ชีวิตคนแก่เหมือนตอไม้ ยืนตายทั้งเป็น ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
เมื่อคนแก่ที่บ้านคาได้พบกับวงปล่อยแก่ ชีวิตเริ่มกลับมาใหม่ ได้อ้าปากร้องเพลง ได้พบเพื่อนพ้อง รู้จักผู้คนใหม่ๆ ได้รู้จักพรรคพวกที่อยู่ในวัยเดียวกัน ชีวิตเริ่มกระชุ่มกระชวยขึ้น มีความกระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีพลังเหมือนคนหนุ่มสาว สดชื่นแจ่มใส แม้หัวใจจะเก่าๆ ครั้นเมื่อได้ปัดกวาดหัวใจ เปลี่ยนความรู้สึกเสียใหม่ โดยทำความสะอาดรอยหยักของเส้นสมอง หัวใจเริ่มกลับมาทำงานลองเครื่องใหม่ ที่สำคัญคือ ทำให้คนแก่มีความสุข
เมื่อวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่กลายเป็นเรื่องที่แปลก เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง และเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นสำหรับผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะลูกหลานและคนใกล้ชิด รวมทั้งผู้มีจิตใจสาธารณะให้การสนับสนุนโครงการ ซึ่งในเวลานี้ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนวงปล่อยแก่ที่จังหวัดเชียงราย บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต
องค์กรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งก็คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนโครงการวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ ที่มีความยั่งยืนขึ้นและเป็นงานวิชาการที่ต่อเนื่อง โดยสนับสนุนวงปล่อยแก่ที่อำเภอบ้านคา อำเภอเกาะลอย จังหวัดราชบุรี ยะลา เชียงใหม่ ลำปาง อุดรธานี และวงปล่อยแก่ชมรมสายใยที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำให้โครงการวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ขยายออกไปกว้างมากขึ้น มีทั้งหมด 13 วงในปัจจุบัน

เมื่อวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราลงพื้นที่จัดแสดงที่ไหน อาทิ ตรัง ลำปาง อุดรธานี ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ก็เปิดโอกาสชักชวนให้วงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ที่อยู่ใกล้เข้าร่วมการแสดงด้วย ทุกครั้งที่แสดงก็มีรายการโทรทัศน์ (ไทยพีบีเอส) มาบันทึกการแสดง การได้ร่วมร้องเพลงบนเวทีทำให้คนแก่คนเฒ่าผู้สูงอายุทั้งหลายมีความสุข ได้แต่งตัวใส่ชุดเสื้อผ้าสวยงาม ประแป้งแต่งหน้าทาปากกันตั้งแต่เช้า ความตื่นเต้นไม่ได้มีเฉพาะคนแก่คนเฒ่าผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คนหนุ่มสาวที่ช่วยจัดการ คนดู ต่างก็ตื่นเต้น และรู้สึกว่า “ความสุขเป็นรูปธรรม ความสุขมีจริง และความสุขสามารถสร้างได้”
การขยายตัวของวงปล่อยแก่ไปยังพื้นที่ต่างๆ เป็นการสะท้อนสภาพของคนแก่คนเฒ่าหรือผู้สูงอายุของสังคมไทยว่า มีประชากรของคนแก่ที่ไม่มีกิจกรรมและต้องการกิจกรรมมากขึ้น แต่ละพื้นที่ก็ติดต่อมาที่มูลนิธิ เพื่อให้ช่วยพัฒนากิจกรรมของวงปล่อยแก่

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2566 ได้ยินข่าวว่า กระทรวงมหาดไทยโดยคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ มีปัญหาเรื่องการตัดเบี้ยสนับสนุนผู้สูงอายุ ยิ่งทำให้คนแก่ฟังแล้วหดหู่ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คนแก่คนเฒ่าผู้สูงอายุที่เป็นชาวบ้านก็มีวิถีชีวิตที่รันทดอยู่แล้ว สวัสดิการจากรัฐมีเงินเล็กๆ น้อยๆ และไม่ได้มีกิจกรรมอื่นใดสนับสนุน ทำให้วิถีชีวิตของคนแก่คนเฒ่าผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างลำบาก
ปัญหาของการขยายตัวของวงปล่อยแก่ไปยังพื้นที่ต่างๆ นั้น ต้องการปัจจัยพื้นฐาน อาทิ มีพื้นที่ฝึกซ้อม เป็นห้องกว้างขนาดกลาง (10×12 เมตร) พร้อมเปียโน มีครูดนตรีและครูสอนร้องเพลงในพื้นที่ มีงบประมาณค่าเดินทางและค่าตอบแทนของครูดนตรีที่จะออกไปจากส่วนกลาง เพื่อช่วยฝึกซ้อมและเป็นพี่เลี้ยงให้ครูดนตรีในพื้นที่ก่อน นอกจากนี้ก็มีค่าขนมน้ำชากาแฟให้คนแก่หรือผู้สูงอายุที่มาซ้อมร้องเพลงแล้วมีน้ำมีขนมกิน
ถ้าหากรัฐบาลใหม่ (ซึ่งจะมีขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) เป็นรัฐบาลแล้วเกิดฟิตขึ้นมา ต้องการอุดหนุนกิจกรรมคนแก่หรือผู้สูงอายุ โดยใช้กิจกรรมของวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่เป็นต้นแบบ นำไปขยายผลในพื้นที่แต่ละตำบล ในอำเภอหรือในจังหวัด โดยทำกิจกรรมผ่านเทศบาลตำบล เทศบาลอำเภอ และผ่านเทศบาลนครซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ พัฒนาให้เกิดกิจกรรมขึ้น โดยสนับสนุนส่งเสริมการขับร้องเพลงประสานเสียงสำหรับคนแก่

ในทุกๆ ปี หากได้จัดงานมหกรรมขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับชาติ จัดการประกวดหรือจัดเป็นเทศกาล เป็นมหกรรมวงปล่อยแก่ของผู้สูงอายุ จัดให้วงปล่อยแก่ร่วมแสดงกับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา จะทำให้คนแก่หรือผู้สูงอายุมีชีวิตชีวาและมีความสุขมาก ที่สำคัญก็คือ เป็นการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งลงทุนน้อยและสามารถลดค่ายาค่ารักษาพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอ ลดค่าใช้จ่ายสำหรับโรงพยาบาลด้วย ขณะเดียวกันคนแก่ก็มีความสุขมากขึ้น
สิ่งที่จำเป็นระยะสั้นคือ การเปิดเป็นอาศรมปล่อยแก่ (Music Academy) ขึ้น เพื่อจะพัฒนาครูพิเศษให้สามารถสอนขับร้องเพลงให้คนแก่ สร้างนักเปียโนสำหรับการเล่นประกอบวงขับร้องประสานเสียงปล่อยแก่ ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมบุคลากรเหล่านี้ไว้รองรับกับความต้องการ ซึ่งขณะนี้สังคมไทยมีบุคลากรอยู่บ้าง แต่ไม่มีงานทำที่ชัดเจน จึงพัฒนางานและพัฒนาคนไปพร้อมๆ กัน ถ้าหากมีปริมาณงานมารองรับกิจกรรมวงปล่อยแก่จริง การพัฒนาบุคลากรก็ต้องเกิดขึ้น
คนแก่หรือผู้สูงอายุ แม้จะมีอดีตและประสบการณ์ที่ยาวนาน แต่คนแก่หรือผู้สูงอายุเหล่านี้มีอนาคตสั้น จำเป็นต้องลงมือพัฒนาเดี๋ยวนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คนแก่หรือผู้สูงอายุก็อาจไม่อยู่แล้ว

