เรื่องหนุมานเผากรุงลงกา เป็นเรื่องที่ชาวกรุงลงกาตื่นตระหนกตกใจกันมาก คงจะเล่ากันไม่รู้จบ มีเรื่องที่เพิ่งนึกได้ว่ารามายนะอินโดนีเซียกล่าวแปลกออกไปคือหนุมานไม่ได้ใช้หางจุดไฟเผ่ากรุงลงกา แต่ใช้คบเพลิง
อนึ่ง มีเรื่องเกร็ดเล่ากันว่า วันหนึ่งหนุมานกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาดเมืองอโยธยา มีพ่อค้าผ้าจอมโง่คนหนึ่งมาพบเข้าจึงร้องถามหนุมานว่า
“เฮ้ วายุบุตร! ท่านเผาลงกาได้อย่างไรนะ?”
“กันก็อธิบายไม่ถูกแฮะ” หนุมานตอบ “แต่ก็พอจะแสดงให้ดูได้”
พ่อค้าจอมโง่ก็อยากเห็น หนุมานจึงให้พ่อค้าเอาผ้ามาพันที่หางเป็นก้อนโต แล้วเอาน้ำมันมาราดที่ผ้าจุดไฟ เมื่อไฟติดดีแล้วหนุมานก็เข้าไปในร้านของพ่อค้าผ้า ไฟก็ไหม้ร้านพังราบกับพื้นดิน หนุมานได้บอกกับพ่อค้าผ้าว่า
“ลงกาก็ถูกเผาด้วยวิธีนี้แหละ” พูดแล้วก็ไปดับไฟที่หางในบ่อน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
วันรุ่งขึ้นพ่อค้าผ้าไปปรากฏตัวที่ศาลร้องทุกข์ต่อพระรามว่า
“วานรของพระองค์ทำลายธุรกิจเผาร้านของหม่อมฉันพระเจ้าข้า!”
พระรามได้ตรัสถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับหนุมานว่าเรื่องเป็นอย่างไร หนุมานก็เล่าเรื่องให้ฟังตามจริง พระรามจึงตรัสถามพ่อค้าว่า
“เมื่ออยากรู้ เขาก็ทำให้ดูแล้ว จะมาฟ้องอะไรอีก”
“ก็จริงอยู่ แต่หม่อมฉันไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะเผาร้านของหม่อมฉัน!”
“อ้อ” พระรามอุทาน “ท่านต้องการเห็นร้านของคนอื่นถูกเผาเช่นนั้นซิ”
พ่อค้าโคลงศีรษะยอมรับด้วยความละอาย พระรามจึงทรงตักเตือนให้เลิกละความเห็นแก่ตัวเช่นนั้นเสีย และเลิกนิสัยอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์อย่าทำต่อไปแล้วโปรดให้เบิกเงินจากท้องพระคลังมาชดใช้ค่าเสียหายแก่พ่อค้า ทั้งพ่อค้าและหนุมานก้มลงกราบที่พระบาทของพระราม ด้วยความปลื้มปีติในพระกรุณา
ตามเรื่องของอินโดนีเซียหนุมานบอกกับตัวเองว่า การเผากรุงลงกาครั้งนี้เท่ากับทุกสงครามเสร็จไปครึ่งหนึ่ง ฝ่ายพระรามเมื่อได้ทราบว่านางสีดาหรือสินตายังมีชีวิตอยู่และเป็นสุขสบายดี ก็มีความปีติโสมนัส ด้วยมีความหวังว่าได้รีบกลับมาอยู่ด้วยกันอีก ทรงระลึกถึงความดีของหนุมาน จึงตัดสินพระทัยยกย่องหนุมานให้เป็นราชบุตร ทั้งยังประทานนามให้ว่า “รามทายปติ” (Ranadayapali) นับเป็นเกียรติอย่างสูงแก่หนุมาน
เรื่องหนุมานเผาลงกาหรือเรื่องหนุมานถวายแหวนแก่นางสีดาตามที่เล่ามาจะเห็นว่ามีข้อแตกต่างที่น่าสนใจ ผู้เขียนเห็นเป็นเรื่องแปลกๆ จึงเก็บมาเล่ารวมไว้ แต่อาจจะมีหลงหูหลงตาหรือยังไม่พบอีกบ้างก็ได้ เพราะรามายณะมีหลายฉบับ แต่ละถิ่นแต่ละประเทศก็เล่าแปลกกันออกไปในที่นี้เล่าเฉพาะที่รู้ก่อน

