ส่งต่อโอกาส เพื่อการมองเห็น‘ภาพ’ที่ดีขึ้น ‘รพ.จักษุบ้านแพ้ว’ รพ.แห่งแรกที่ประชาชนร่วมกันสร้าง

30.08.23 | 14:04 น.

คงไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คงมีอีกหลายเหตุผลที่โรงพยาบาลอำเภอเล็กๆ อย่างโรงพยาบาลบ้านแพ้ว.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จะกลายเป็นโรงพยาบาลระดับประเทศ และมีการพัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็วภายใน 2 ทศวรรษ หลังการก้าวเข้าสู่โรงพยาบาลของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว โดยมี นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการ นำชมความก้าวหน้า

ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เหตุผลสำคัญของการเปลี่ยนความธรรมดา ให้กลายเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของทั้งประชาชนในพื้นที่ หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีจิตศรัทธาในการร่วมสร้าง เมื่อประกอบกับความมุ่งมั่นของผู้นำในทุกยุคสมัย ส่งผลให้โรงพยาบาลแห่งนี้มีการพัฒนาพร้อมๆ ไปกับความศรัทธาของผู้คน 

โรงพยาบาลคือความภาคภูมิใจของชาวบ้านแพ้ว นี่คือเสียงสะท้อนที่สื่อให้เห็นความผูกพันของชาวบ้านกับโรงพยาบาลที่เขารัก ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังได้กลายเป็นความหวัง สามารถสร้างพลังและสร้างรอยยิ้มให้กับคนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ นำโดย นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการ

จากโรงพยาบาลชุมชนสู่องค์การมหาชน 

เดิมทีโรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นเพียงโรงพยาบาลเล็กๆ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ..2508 โดยชาวบ้านได้รวมตัวกันบริจาคที่ดิน จำนวน 9 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา พร้อมสนับสนุนด้านกำลังทรัพย์ กำลังกาย และกำลังใจในการก่อสร้าง จนกระทั่งเกิดวิกฤตในการรักษาพยาบาล ทำให้มีการดึงประชาชนเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลในรูปแบบโรงพยาบาลกึ่งรัฐกึ่งเอกชน จากนั้นได้เปลี่ยนผ่านไปเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐเมื่อวันที่ 22 มิ..2543 ทำให้มีการแก้ไขชื่อเป็นโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ในเวลาต่อมา  

Advertisement

โรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลของรัฐที่เป็นรูปแบบองค์การมหาชน โดยมุ่งหวังที่จะให้บริการการรักษาที่มีมาตรฐานสูง รวมถึงลดการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ ปัจจุบันด้วยศักยภาพและทีมแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) เราไม่เพียงแต่ดูแลประชาชนในพื้นที่ แต่ยังเป็นโรงพยาบาลที่ช่วยดูแลผู้ป่วยที่ส่งต่อจาก 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5 อีกด้วย ช่วยลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ซึ่งเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีผู้ป่วยที่ศรัทธาและไว้วางใจในการบริการของโรงพยาบาล และเรายังขยายบริการในการดูแลโรคที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร เป็นผู้อำนวยการ บอกเล่าถึงที่มากว่าจะถึงวันนี้    

ออกหน่วยผ่าตัด สู่ความเชี่ยวชาญระดับประเทศ

หนึ่งในความเชี่ยวชาญในการดูแลโรคที่ซับซ้อนที่ได้รับการยอมรับในอันดับต้นๆ ก็คือโรคตา จากแผนกจักษุเล็กๆ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 มีจักษุแพทย์จากที่อื่นมาตรวจเพียงเดือนละครั้ง เมื่อมีผู้ป่วยมากขึ้นจึงมีจักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาล ต่อมาในปี 2546 แผนกจักษุได้ทำการออกหน่วยผ่าตัดแก่ผู้ยากไร้ในชนบทจนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากหน่วยที่มีกล้องผ่าตัดเพียง 1 ตัว เครื่องสลายต้อกระจกเพียง 1 เครื่อง ออกหน่วยผ่าตัดไปทั่วประเทศจากเหนือจรดใต้ แม้จะเป็นเพียงโรงพยาบาลอำเภอในถิ่นทุรกันดารขนาดเล็กบ้านแพ้วก็ไป เริ่มจากเล็ก กลายเป็นใหญ่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยตาบอดมากกว่า 100,000 ดวงตา ได้กลับมามองเห็นแสงสว่างได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย จนสามารถดูแลรักษาโรคทางตาที่ซับซ้อนได้เกือบทุกโรค จากความเชี่ยวชาญในการให้บริการและคุณภาพในการรักษาด้านจักษุ ทำให้มีผู้ป่วยเดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยกว่า 500 คนต่อวัน จากการพัฒนาศักยภาพทางจักษุแบบครบวงจร ทำให้ในปี พ..2558 ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นศูนย์รับส่งต่อโรคซับซ้อนทางตาของกระทรวงสาธารณสุข ให้การดูแลผู้ป่วยที่ส่งต่อจาก 8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5 และเป็นศูนย์รับส่งต่อการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (Cornea transplantation) ร่วมกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ตลอดจนช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ด้วยการออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี 

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่กับปริมาณคนไข้ทำให้ต้องรอคอยการรักษาที่ยาวนาน และแออัดเป็นอย่างมาก

การออกหน่วยที่เริ่มจากหน่วยเล็กๆ มุ่งมั่น ทุ่มเท จนกลายเป็นหน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

พัฒนาสู่ รพ.จักษุบ้านแพ้ว โรงพยาบาลที่สร้างโดยประชาชน

แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว และช่วยชะลอ หรือแก้ไขไม่ให้เกิดภาวะตาบอดได้อย่างทันท่วงที ในปี พ..2558 ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วขึ้นด้วยเงินบริจาคของประชาชนทั้งหมด โดยก่อสร้างเป็นอาคาร 9 ชั้น และเมื่อเสร็จสมบูรณ์สามารถรองรับบริการผู้ป่วยได้กว่า 600 คนต่อวัน

การก่อสร้างในระยะแรกโรงพยาบาลสามารถระดมทุนรับบริจาคได้ 280 ล้านบาท จึงทำพิธีวางศิลาฤกษ์ตอกเสาเข็มขึ้น เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 แต่เนื่องจากยังคงขาดงบประมาณอีกถึง 120 ล้านบาท ต่อมาในวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ทางโรงพยาบาลได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระเมตตารับเป็นองค์อุปถัมภ์ จึงมีการจัดทอดผ้าป่ามหากุศลในพระสังฆราชูปถัมภ์ขึ้น ด้วยพระบารมีตลอดจนแรงศรัทธาจากผู้มีจิตอันเป็นกุศลทั้งในและต่างประเทศ ทำให้การจัดสร้างอาคารส่วนที่ 1 แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤษภาคม พ..2564 

ในเดือนกรกฎาคม พ..2566 ได้จัดสร้างอาคารส่วนที่ 2 ต่อจนแล้วเสร็จ ถือเป็นการจัดสร้างอาคารทุกส่วนสำเร็จอย่างสมบูรณ์และพร้อมให้บริการอย่างครบวงจรในเดือนสิงหาคม พ..2566 ซึ่งภายในอาคารประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นแผนกผู้ป่วยนอก ที่มีห้องตรวจ 23 ห้อง พร้อมศูนย์เลเซอร์และเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงครบวงจร ส่วนที่สอง ประกอบด้วย หอผู้ป่วย จำนวน 84 เตียง, ห้องประชุมวิชาการ, ศูนย์วิจัยโรงพยาบาลบ้านแพ้วที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ อีกส่วนที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาโรคทางตา คือ ศูนย์ผ่าตัด โดยมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยาที่มีห้องผ่าตัดที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน จำนวน 9 ห้อง สามารถรองรับการผ่าตัดผู้ป่วยได้กว่า 4,000 ดวงตาต่อปี

นับเป็นโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญโรคตาที่มีความทันสมัย สามารถให้บริการด้านจักษุได้แบบครบวงจร เพื่อส่งต่อโอกาสเพื่อการมองเห็นภาพ ที่ดีขึ้น 

อาคาร ‘รพ.จักษุบ้านแพ้ว’ รพ.แห่งแรกที่ประชาชนร่วมกันสร้าง

  

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเปิดเยี่ยมชม รพ.จักษุครบวงจร

15 สิงหาคม 2566 โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ที่ร่วมสนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้เข้าเฝ้าฯ และทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมศูนย์ผ่าตัด ซึ่งโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ประกอบด้วยห้องผ่าตัดมาตรฐานสูง จำนวน 9 ห้อง และห้องพักฟื้น ภายในออกแบบให้มีพื้นที่ใหญ่เป็นพิเศษเพื่อการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพอย่างเป็นระบบ มีระบบการไหลเวียนอากาศ ซึ่งสามารถลดภาวะปนเปื้อนทำให้อากาศปราศจากเชื้อ พร้อมเทคโนโลยี เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ประสิทธิภาพสูง ทรงทอดพระเนตรการสาธิตการผ่าตัดตาโดยทีมจักษุแพทย์ ณ ห้องสอนแสดง ซึ่งเป็นห้องสำหรับนักศึกษาแพทย์ หรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการผ่าตัดได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่ผ่าตัด

นอกจากนี้ ยังทรงทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับการออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ที่สามารถให้การช่วยเหลือผู้คนที่ขาดโอกาสในการเข้าถึง การรักษาโรคทางตาในถิ่นทุรกันดารจำนวนมาก และได้ขยายความช่วยเหลือไปยังต่างประเทศ โดยร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เติมเต็มความสุขให้แก่ผู้ป่วยโรคตา ชาวภูฏาน กัมพูชา เมียนมา จนได้รับการยอมรับและชื่นชมในระดับนานาชาติ 

ในปัจจุบันโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้วยังนับเป็นหน่วยพระราชทานในโครงการราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน โดยสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และแพทย์อาสา อีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศ รพ.หัวใจบ้านแพ้ว ที่กำลังดำเนินการจัดสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571

ก้าวต่อไปกับอีกหนึ่งความเชี่ยวชาญ โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว

จากความสำเร็จของโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ก้าวต่อไปคือการขยายบริการในการดูแลโรคที่ซับซ้อนอย่างโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ของประเทศ ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจในเขตบริการสุขภาพที่ 5 สูงถึง 600 คนต่อปี มีระยะเวลารอคอยในการผ่าตัดประมาณ 1-4 เดือน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนต้องรอคอยการผ่าตัด และบางคนอาจต้องเสียชีวิตไปโดยไม่ได้รับการผ่าตัดที่ทันท่วงที 

ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว นำโดย ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ประธานกรรมการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และ นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จึงได้เตรียมจัดสร้างอาคารโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว เป็นอาคารสูง 12 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 12,500 ตารางเมตร มีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และการรักษาเกี่ยวกับโรคหัวใจ และตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการบริการครบวงจรเขตบริการสุขภาพที่ 5 คาดว่าจะพร้อมเปิดรับผู้ป่วยครั้งแรกภายในปี 2571

เป็นที่น่ายินดีว่าในขณะนี้การก่อสร้างได้รับการสนับสนุนงบประมาณมูลค่า 520 ล้านบาท จาก บริษัท โงวฮก จำกัด แต่ยังขาดครุภัณฑ์ทางการแพทย์ด้านหัวใจ ทางโรงพยาบาลจึงขอเชิญร่วมบริจาคเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ด้านหัวใจให้กับโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจได้เข้าถึงการรักษาและลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัด 

ผู้สนใจสามารถบริจาคได้ด้วยตัวเองที่ศูนย์รับบริจาค โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร หรือบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านแพ้ว (ประเภทออมทรัพย์) ชื่อบัญชีศูนย์ผ่าตัดหัวใจ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เลขที่บัญชี 745-057961-8 (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) และหากต้องการใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีในนามบุคคลอื่น โปรดใช้ช่องทางการบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-3441-9573, 08-2476-2773 หรือดูรายละเอียดข้อมูลการบริจาคเพิ่มเติมที่ https://donate.bphosp.or.th 

การร่วมบริจาคครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมต่อเติมความหวัง #ให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ

สัญญา จันนทร์เหนือ