เริงโลกด้วยจิตรื่น : ก่อนจะถึงความคิด
ในโหมด “สิ่งสำคัญของชีวิต” นี้ การสื่อหรือสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัว หรือกระทั่งการส่งกระแสให้สัมผัสสัมพันธ์กับชีวิตที่ไกลออกไป มนุษย์เรามีเครื่องมืออยู่ 3 อย่างคือ “คิด พูด ทำ” หรือที่เรียกว่า “มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม”
ในเครื่องมือ 3 อย่างนี้ “ความคิด” มีความสำคัญมาก เพราะคิดอย่างไร โดยปกติคำพูดและการกระทำจะเป็นไปตามความคิดนั้นเสียเป็นส่วนใหญ่
คำพูดและการกระทำจะส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งต่อชีวิตเสมอ
ใครคิดในทางที่ดี จะพูดในด้วยคำที่ดี และกระทำในสิ่งที่ดี และผลที่ตามมาจะเป็นเรื่องที่สร้างความรู้สึกที่ดีกับคนผู้นั้น
“คิดดี พูดดี ทำดี” จึงเป็นสิ่งที่ผู้หวังดีต่อเรามักแนะนำให้หยิบขึ้นมาใช้ หากต้องการชีวิตที่มีความสุข
แต่ก็นั่นแหละ! ความเป็นจริงอย่างหนึ่งของชีวิตคือ “คิดดี” ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เกิดขึ้นได้ตามความปรารถนาเสียทุกครั้ง ไม่ว่าอยากจะเป็นคนที่คิดดีสักแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงของชีวิตแล้ว กระทั่งความคิดบ่อยครั้งไม่เป็นไปตามที่อยากให้เป็น
คิดอย่างไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตแต่ละครั้ง บ่อยครั้งเป็นไปในทางเลวร้ายโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวความยุ่งยากต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ล้วนแล้วแต่เป็นการคิดในทางที่ไม่ควรคิดและพูด หรือทำไปตามความคิดนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าก่อความยุ่งยาก นำชีวิตสู่ปัญหาโดยไม่จำเป็นก็สายไปเสียแล้ว
ทั้งที่เหมือนกับง่ายมาก เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นและมากระทบกับชีวิต เราจะเริ่มจาก “ความคิดที่ดี” เพื่อให้เกิดการจัดการที่เหมาะสม
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น การจัดการที่ผิดพลาด กลายเป็นการสร้างปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอด
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะหากพิจารณาให้เห็นที่มาที่ไปของพฤติกรรมการแสดงออกของคนเรา จะพบว่า “ไม่ได้เริ่มต้นที่ความคิด” มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เราจะเกิดความคิด และสิ่งนั้นเป็นตัวกำหนดว่าความคิดเราจะเป็นเช่นไร
“ทัศนคติ” ที่เรามีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นตัวกำหนดว่าเราจะคิดอย่างไรต่อเรื่องนั้น
“ทัศนคติ” มาจากประสบการณ์และการจัดการในอดีตของเราต่อเรื่องเช่นนี้ หรือคล้ายคลึงกับเรื่องเช่นนี้
ประสบการณ์กำหนดทัศนคติ และทัศนคติกำหนดความคิด
เมื่อความเข้าใจมาถึงตรงนี้ เหมือนกับว่าคนเราจัดการอะไรไม่ได้ เพราะเมื่อการกระทำที่เรียกว่าประสบการณ์เป็นตัวกำหนดทัศนคติเสียแล้ว จะคิดอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น
เหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
“ทัศนคติ” นั้นเป็นผลจากการกระทำในอดีต แต่การคิดเป็นการกระทำในปัจจุบัน คุณสมบัติอย่างหนึ่งของมนุษย์เราคือสามารถสอดแทรกเจตนาใหม่ๆ เข้าไปในกระบวนการของความคิดได้ และเจตนาที่ใส่เข้าไปนั้นจะไปก่อให้ทัศนคติเปลี่ยนไป ก่อให้เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาตามพลังของเจตนานั้น
เพียงแค่จะเป็นเช่นนี้ได้ คนคนนั้นจะต้องฝึกจิตให้เห็นว่า “ทัศนคติ” ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นเป็นอย่างไร เราเห็นเรื่องนั้นเป็นแบบไหน เพื่อประเมินว่าเราต้องการเปลี่ยนให้เป็นทัศนคติแบบใด และใส่เจตนาตามที่ต้องการเปลี่ยนเข้าไป ทำให้กระบวนการทางความคิดมีเจตนานั้นเข้าไปผสม
เป็นการจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะเกิดความคิด
เป็นการทำให้ “กระบวนการทางความคิด” ไม่ถูกครอบงำด้วยผลของการกระทำในอดีตอย่างทื่อๆ แต่มีความตื่นรู้ก่อนที่ความคิดจะเกิดขึ้น เพื่อหาวิธีจัดการให้ไปสู่การ “คิดดี” อันส่งผลต่อ “พูดดี” และ “ทำดี” ซึ่งจะสะสมเป็นประสบการณ์สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกำหนดความเป็นไปของความคิดในอนาคต
การจัดการด้วยความตื่นรู้ก่อนเกิดความคิด จึงเป็นเรื่องการจัดการกับปัจจุบันให้ดี เพื่อเกิดสิ่งที่ดีกับอนาคตอย่างที่ว่า
ทำอย่างไรให้เห็น “สิ่งที่มีอยู่ก่อนที่จะเกิดความคิด”
จึงเป็น “เรื่องสำคัญของชีวิต”

