เริงโลกด้วยจิตรื่น : ลึกซึ้งของ‘ความเงียบ’

เริงโลกด้วยจิตรื่น : ลึกซึ้งของ‘ความเงียบ’

เมื่อถามว่าอะไรคือ “สิ่งสำคัญของชีวิต” ก็ดูไม่ง่ายเลยที่จะให้คำตอบ แต่เมื่อยกอะไรสักอย่างขึ้นมาครุ่นคิด กลับกลาย “สิ่งสำคัญของชีวิต” ขึ้นอยู่กับการให้ความหมาย

เมื่อเกิดความคิด “เป็นสิ่งมีความหมาย” จากสิ่งธรรมดาๆ กลายเป็น “สิ่งสำคัญของชีวิต” ขึ้นมาได้

ความสำคัญของ “ความเงียบ” ที่หยิบยกมาพูดถึงในวันนี้ มีความเป็นมาเช่นนั้น

Advertisement

ในวงสนทนา เราจะรู้สึกเสมอว่าคนสำคัญมักเป็นคนที่พูดเยอะๆ มีความรู้ ความคิด ความเห็นมากๆ มาแสดงออก ส่วนคนที่นั่งนิ่งๆ เงียบๆ ในความรู้สึกของคนทั่วไปมักไม่มีความหมายอะไร

เมื่อจบการเสวนาลาจากกันไป จากนั้นคนที่เอาแต่เงียบก็ถูกลืม

ผู้คนจะจดจำได้คือคนที่พูดเยอะๆ

คำถามคือว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

การหาคำตอบนี้ด้วยการคิดถึงว่าจดจำใครได้บ้าง อาจจะสรุปได้เช่นนั้น แต่หากมองถึงวงเสวนานั้นอยู่ได้เพราะใคร จะพบว่า “คนที่ฟังอยู่เงียบๆ มีความสำคัญไม่น้อย” เพราะหากมีแต่คนพูด ไม่มีคนฟัง วงสนทนาจะกลายเป็นวงถกเถียง ซึ่งไม่ได้อะไรขึ้นมา

ที่คนพูดได้ เพราะมีคนฟัง ดังนั้น คนที่เงียบฟังจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของวงสนทนาอยู่เหมือนกัน

และหากจะว่าไปแล้ว “คนที่เงียบฟัง” ต่างหากที่เป็นคนได้ความรู้ ความคิดใหม่ๆ ที่จะเอาไปใคร่ครวญใช้ประโยชน์

แม้กระทั่งไม่ใช่วงสนทนา แต่เป็นการพูดคุยกันธรรมดาๆ หากลองคิดดูให้ดีระหว่างคนฟังกับคนพูด คนที่พร้อมจะรับฟังเพื่อนย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความสำคัญ

ใครก็อยากเล่าแล้วมีคนรับฟัง

นั่นเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม การพูดกับการฟังจะต้องพอเหมาะกัน

และที่สำคัญคือ “คนฟัง” คือคนสำคัญของคนพูดเสมอ

แต่มีอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ เมื่อมนุษย์อยู่คนเดียว ปุถุชนคนทั่วไปมักอยู่ “เงียบๆ คนเดียวไม่ได้” จะต้องหาอะไรทำ หรือดูหนัง ฟังเพลงไปตามเรื่อง

หรือไม่ได้ทำอะไร ก็จะต้องมีเรื่องคิด เรื่องใคร่ครวญ ทบทวน หรือเพ้อฝันมากมายผุดขึ้นมาเป็นเสียงในหัว จนแทบไม่มีทางเลยที่จะอยู่กับ “ความเงียบ” ชนิดที่ไม่มีคำอะไรมาอยู่ในหัว ในความคิด

ชีวิตของคนปกติเป็นเช่นนั้น

แต่หากใครสักคนเรียนรู้ในทางสร้างความเข้าใจในชีวิตอย่างลึกซึ้ง ย่อมรับรู้ว่าการทำให้ “จิตเกิดความเงียบที่แท้จริง” คือไม่มีถ้อยคำอะไรผุดขึ้นมาในความคิด

เป็น “ภาวะจิต” ที่ว่างจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอดีตให้ต้องทบทวนนึกถึง และไม่มีอนาคตให้ต้องวาดหวัง ฝันใฝ่

เป็น “ความว่างอย่างแท้จริง”

“ความเงียบอย่างลึกซึ้ง” เป็นภาวะที่ปรารถนาของผู้ฝึกฝนปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิต

เพียงแต่การเข้าถึงภาวะเช่นนี้ได้เป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง ด้วยความเป็นธรรมดาของมนุษย์คือหากไม่อยู่กับเสียงอย่างอื่น ก็ต้องอยู่กับเสียงของความคิดตัวเอง

สัญชาตญาณของมนุษย์ปกติหวาดหวั่นเกินกว่าจะหลุดไปอยู่ใน “ความเงียบอย่างแท้จริง”

แม้ในสายของผู้ปฏิบัติธรรม จะพยายามชี้ชวนให้กล้าหาญพอที่จะฝึกจิตให้หลุดจากความกลัวนั้น โดยชี้ให้เห็นว่า “ความเงียบที่แท้จริง” อันหมายถึงภาวะที่ไม่มีเสียงอะไรเลยในความคิดนั้น เป็นภาวะที่เป็นประโยชน์สูงยิ่ง เพราะเป็นโอกาสได้สัมผัส “ความจริงที่แท้หรือสัจธรรม” เพราะเป็นภาวะจิตที่ไม่ถูกบดบังด้วยความคิดปรุงแต่ง ซึ่งง่ายต่อการถูกครอบงำด้วยม่านหมอกด้วยอคติ หรือมายาภาพที่ทำให้ไม่พบกับ “ความจริงที่แท้”

ด้วยเหตุเหล่านี้ “ความเงียบ” จึงเป็น “ความลึกซึ้งของชีวิต”

ทั้ง “เงียบ” เพื่อเป็น “ผู้ฟัง” และ “เงียบจากเสียงในความคิดของตัวเอง” ที่เป็นภาระแห่งปัญญาที่แท้จริง

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image