ท่องจักรวาล (มหัศจรรย์) ข้าวไทย แกรนด์โอเพนนิ่ง 4 สายพันธุ์ใหม่ สองแคว เจ้าพระยา รังสิต
จบลงอย่างงดงาม อิ่มอร่อย และมากมายด้วยความรู้ใหม่ๆ ทางธุรกิจ
สำหรับ Upskill Thailand 2023 จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ในเครือมติชนระหว่างวันที่ 6-9 กันยายนที่ผ่านมา ณ สามย่านมิตรทาวน์
นอกจากเวทีเสวนา เวิร์กช็อป แฟรนไชส์ และร้านรวงให้ชิมช้อปอย่างจุใจ
ยังมีมุมน่าสนใจอย่าง นิทรรศการ ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย’ โดย กองพัฒนา ผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวบรวมสายพันธุ์ข้าว GI ที่เป็นสายพันธุ์ข้าวเฉพาะถิ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมานำเสนอให้ตื่นตะลึงไปกับข้อมูลแน่นๆ เรื่องราวเข้มข้น และประเด็นอัพเดต
รวบรวมพันธุ์ข้าว GI มาได้มากที่สุด ครบถ้วนไม่ตกหล่นทั้ง 21 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์
ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร ข้าวก่ำล้านนา ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี ข้าวหอมมะลิพะเยา ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ข้าวเหนียวแดงเมืองเลย ข้าวเหนียวซิวเกลี้ยงเมืองเลย ข้าวไร่ดอกข่าพังงา ข้าวหอมขาวเจ๊กชัยนาท ข้าวขาวกอเดียวพิจิตร ข้าวหอมปทุมธานี และข้าวหอมกระดังงานราธิวาส
เรียกได้ว่า แค่ชื่อพันธุ์ก็ สะดุดหู จนอยากรู้เบื้องลึก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการนำข้าวไทย 4 สายพันธุ์ใหม่มาจัดแสดงอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
‘พุ่มพวงเมืองสองแคว’
เนื้อสัมผัสนุ่ม คุณภาพการสีดีมาก
เริ่มที่ ข้าวพันธุ์ กข93 หรือข้าวพุ่มพวงเมืองสองแคว โดยศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง อายุวันออกดอก (ร้อยละ 50) ช่วงวันที่ 25-30 ตุลาคม อายุวันเก็บเกี่ยว ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
ทรงกอตั้ง ความสูง 131 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียวรวงยาว 29.6 เซนติเมตร คอรวงโผล่พ้นพอดี รวงแน่นปานกลางถึงค่อนข้างกระจาย จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 184 เมล็ด (ปลูกโดยวิธีปักดำ)
เมล็ดร่วงปานกลาง ให้ผลผลิตในนาเกษตรกรเฉลี่ย 767 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวเปลือกสีฟาง ระยะพักตัวของเมล็ด 6-7 สัปดาห์ ข้าวกล้องสีขาว รูปร่างเรียว ท้องไข่น้อย (0.43)
คุณภาพการสีดีมาก สีได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 56.30 สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ได้ เป็นข้าวอมิโลสปานกลาง (ร้อยละ 22.82) ความคงตัวของแป้งสุกอ่อน (การไหลของแป้ง 85 มิลลิเมตร) อุณหภูมิแป้งสุกปานกลาง การยืดตัวของข้าวสุกปกติ (1.59 เท่า) ข้าวหุงสุกมีสีขาวนวล เลื่อมมันเล็กน้อย การเกาะตัวค่อนข้างเหนียว เนื้อสัมผัสนุ่ม
สำหรับลักษณะเด่น คือ ต้านทานต่อโรคไหม้ และค่อนข้างต้านทานต่อโรคขอบใบแห้ง ต้นเตี้ย ทนทานต่อการหักล้ม มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง (934 กิโลกรัมต่อไร่) แนะนำปลูกในพื้นที่นาน้ำฝนเขตภาคเหนือตอนล่างที่เกษตรกรต้องการปลูกข้าวอายุปานกลาง
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง คือ อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
‘ดกเจ้าพระยา’ สุกแล้วขาวนวล
ต้านทานโรคไหม้ ศักยภาพผลผลิตต่อไร่สูงมาก
ต่อมาคือ ข้าวพันธุ์ กข95 หรือดกเจ้าพระยา ลักษณะประจำพันธุ์ ได้แก่ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อแสง อายุเก็บเกี่ยว 95-100 วัน ลำต้นค่อนข้างแข็ง รวงแน่นปานกลาง ข้าวสุกมีสีขาวนวล ค่อนข้างนุ่มและเกาะตัวปานกลาง ไม่เหนียว ไม่ร่วน อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตสูงเฉลี่ย 885 กิโลกรัมต่อไร่ โดยมีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งยังต้านทานโรคไหม้และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ระบุว่า ข้าวพันธุ์นี้มาจากการผสมพันธุ์ระหว่าง PSBRc54 ซึ่งต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพันธุ์แม่ กับ PSL00526-21-1-1-5 ซึ่งต้านทานโรคไหม้เป็นพันธุ์พ่อ และปลูกคัดเลือกแบบสืบประวัติ ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท จนได้สายพันธุ์ที่มีความคงตัวทางพันธุกรรม
พื้นที่แนะนำ เหมาะสำหรับพื้นที่นาชลประทาน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง
ส่วนข้อควรระวัง หรือข้อจำกัด คืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว
‘หอมรังสิต’ กรุ่นกลิ่นบางๆ
คุณภาพเมล็ดตรงสเปกผู้บริโภค
อีก 1 สายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการประกาศรับรองโดยกรมการข้าวล่าสุดคือ ข้าวพันธุ์ กข97 หรือหอมรังสิต ที่เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ปทุมธานี 1 กับพันธุ์ กข43 ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อแสง ลำต้นแข็งปานกลาง ทรงกอแบะ เมล็ดข้าวเปลือกสีฟางไม่มีหาง ลักษณะข้าวสุกนุ่ม ค่อนข้างเหนียว และมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้
ข้อมูลจาก วารสารวิชาการข้าว ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 (2565): กรกฎาคม-ธันวาคม 2565 ระบุว่า จุดประสงค์ของการพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าว เกิดจากความพยายามในการพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมไม่ไวต่อช่วงแสง ให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพคุณภาพการหุงต้มและรับประทาน ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และผู้ประกอบการ จึงดำเนินการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 กับพันธุ์ กข43 ปลูกคัดเลือกแบบสืบตระกูลชั่วที่ 2 ถึง 8 ได้สายพันธุ์ PTT13038-15-1-1-2-5-1 ศึกษาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ตามขั้นตอน คือการศึกษาพันธุ์ การเปรียบเทียบผลผลิต ทดสอบความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว การตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน คุณภาพเมล็ดทางกายภาพ คุณภาพการสี คุณภาพเมล็ดทางเคมี คุณภาพการหุงต้มและรับประทาน และการยอมรับของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกข้าว
กระทั่งได้ข้าวหอมรังสิต เป็นข้าวเจ้า ผลผลิตเฉลี่ย 727 กิโลกรัมต่อไร่ มีอายุเก็บเกี่ยว 111-114 วัน (ปลูกโดยวิธีปักดำ) และ 106 วัน (ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม) ความสูง 116-117 เซนติเมตร ทรงกอแบะ แผ่นใบสีเขียว คอรวงยาว ความยาวรวง 25.5 เซนติเมตร รวงค่อนข้างแน่น ระแง้ถี่ จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 153 เมล็ด เมล็ดร่วงน้อย นวดง่าย ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดยาว 10.99 มิลลิเมตร กว้าง 2.86 มิลลิเมตร หนา 2.08 มิลลิเมตร
ข้าวกล้องสีขาว รูปร่างเมล็ดเรียว ความยาวเมล็ด 7.74 มิลลิเมตร กว้าง 2.32 มิลลิเมตร หนา 1.78 มิลลิเมตร เมล็ดข้าวสารยาว 7.57 มิลลิเมตร กว้าง 2.23 มิลลิเมตร หนา 1.73 มิลลิเมตร ท้องไข่น้อย (0.58) น้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด 29.52 กรัม น้ำหนักข้าวเปลือกต่อถัง 9.8 กิโลกรัม คุณภาพการสีดี ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 46.4 ปริมาณอมิโลสต่ำ (15.25 เปอร์เซ็นต์)
อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ความคงตัวแป้งสุกอ่อน การยืดตัวของข้าวสุกปกติ
ลักษณะข้าวสุกนุ่ม ค่อนข้างเหนียว และมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ลักษณะเด่น คือเป็นข้าวเจ้าหอมไม่ไวต่อช่วงแสง มีปริมาณอมิโลสต่ำ ผลผลิตสูงใกล้เคียงกับพันธุ์ปทุมธานี 1 แต่อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าประมาณ 7-10 วัน มีศักยภาพการให้ผลผลิต 976 กิโลกรัมต่อไร่ ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทาน
สำหรับข้อควรระวัง คืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สุกนุ่ม ไม่เหนียว ไม่ร่วน กข101 ‘ทุ่งหลวงรังสิต’
สำหรับข้าวพันธุ์ใหม่สายพันธุ์สุดท้าย คือ กข101 หรือทุ่งหลวงรังสิต ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อแสง ข้าวสุกค่อนข้างนิ่ม ไม่เหนียว ไม่ร่วน และไม่มีกลิ่นหอม ผลผลิตสูงเฉลี่ย 779 กิโลกรัมต่อไร่ ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ ค่อนข้างต้านทานต่อโรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
เกิดจากการผสมพันธุ์ข้าวระหว่างพันธุ์ กข7 กับ พันธุ์ NP847 ปลูกคัดเลือกแบบสืบตระกูลประชากร ชั่วที่ 2 ถึง 10 ได้สายพันธุ์ PTT11236-37-3-1-2-2-1-1-1 และศึกษาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ตามขั้นตอน คือการศึกษาพันธุ์ การเปรียบเทียบผลผลิต ความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว การตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน คุณภาพเมล็ดทางกายภาพ คุณภาพการสี คุณภาพเมล็ดทางเคมี คุณภาพการหุงต้มและรับประทาน และการยอมรับของเกษตรกร ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2550-2564 กระทั่งคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ กรมการข้าวได้มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง
ผลผลิตเฉลี่ยในนาเกษตรกร 758 กิโลกรัมต่อไร่ มีอายุเก็บเกี่ยว 118 วัน (ปลูกโดยวิธีปักดำ) และ 110 วัน (ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม) ความสูง 117 เซนติเมตร ทรงกอตั้งตรง แผ่นใบสีเขียว มุมใบและใบธงตั้งตรง คอรวงยาว รวงยาว 26.6 เซนติเมตร รวงค่อนข้างแน่น ระแง้ถี่ จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 175 เมล็ด เมล็ดร่วงน้อย นวดง่าย เป็นข้าวเจ้าเปลือกเมล็ดสีฟาง ข้าวเปลือกมีความยาว 10.31 มิลลิเมตร กว้าง 2.73 มิลลิเมตรหนา 2.10 มิลลิเมตร ข้าวกล้องสีขาว ความยาวข้าวกล้อง 7.51 มิลลิเมตร กว้าง 2.30 มิลลิเมตร หนา 1.90 มิลลิเมตร รูปร่างเมล็ดเรียว (อัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง 3.27) ความยาวข้าวสาร 7.34 มิลลิเมตร กว้าง 2.23 มิลลิเมตร หนา 1.85 มิลลิเมตร ท้องไข่น้อย (0.52) น้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด 28.77 กรัม
น้ำหนักข้าวเปลือกต่อถัง 10.79 กิโลกรัม คุณภาพการสีดีมาก ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวร้อยละ 55.2 มีปริมาณอมิโลสปานกลาง ร้อยละ 21.67 อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ความคงตัวแป้งสุกปานกลาง การยืดตัวของข้าวสุกปกติ ลักษณะข้าวสุก ค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว ไม่ร่วน และไม่มีกลิ่นหอม ลักษณะเด่น คือเป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปริมาณอมิโลสปานกลาง ลักษณะข้าวสุก ค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว ไม่ร่วน ผลผลิตสูง และมีศักยภาพการให้ผลผลิต 1,070 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานต่อโรคไหม้เชื้อสาเหตุจังหวัดปราจีนบุรี เหมาะสำหรับพื้นที่นาชลประทาน ข้อควรระวัง คืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
ชญานินทร์ ภูษาทอง

