หน้าแรก ประชาชื่น สวัสดีปีไก่ :...

สวัสดีปีไก่ : คอลัมน์ นอกลู่ในทาง

7.01.17 | 14:33 น.

ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่?

ไก่เกิดก่อน เพราะไม่มี “ไก่” ก็ไม่มี “ไข่”

ไข่เกิดก่อน เพราะไม่มี “ไข่” แล้ว “ไก่” จะมาจากไหนได้ล่ะ

สรุปว่า ไก่หรือไข่??

ไข่ หรือไก่ที่เกิดก่อนกัน???

Advertisement

ว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์ เมื่อไม่นานมานี้ ทีมวิจัยของ University of Sheffield และ Warwick University ประเทศอังกฤษ ได้ค้นพบว่าโปรตีนที่ชื่อ ovocledidin-17 หรือ OC-17 ซึ่งว่ากันว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการเริ่มต้น และเร่งขบวนการตกผลึกของเปลือกไข่ให้แข็งนั้น เป็นโปรตีนที่มีอยู่แต่ในรังไข่ของ “ไก่” เท่านั้น จึงพอที่จะได้ข้อสรุปว่า “ไก่” ต้องเกิดก่อน “ไข่”

เพราะต้องมี “แม่ไก่” ที่มี OC-17 ในรังไข่เสียก่อนจึงมีไข่ออกมาได้

“ไก่” จึงเกิดก่อน “ไข่” ด้วยเหตุนี้

แต่ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของปีใหม่นี้ ปี 2560 จะตรงกับปีไก่ (ระกา) ที่แน่นอนก็คือ (ปี) ไก่ มาทีหลังปีลิง (วอก) และมาก่อนปีจอ (หมา) เป็นประจำเช่นนี้ทุกปีไม่เคยเปลี่ยน

คำตอบข้างบนมาจากวงสังสรรค์ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ หลังจากหน้าดำหน้าแดงเถียงกันไปมาเพื่อหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายจะยอมรับได้ว่า “ไก่กับไข่” ใครเกิดก่อนกัน

วงสนทนาแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

ฝั่งที่ชนะค้นหาคำตอบจาก “อากู” มาอ้างอิง อีกฝั่งแม้จะจำนนในข้อมูลแต่ไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ จึงงัดมุข ปี “ไก่” เกิดก่อน “หมา” และมาทีหลัง “ลิง” มาปิดหัวข้อสนทนาว่าด้วยเรื่องไก่กับไข่ซะงั้น

ก่อนที่จะไปกันใหญ่ กลับมาที่ปีใหม่นี้กันอีกที

ในช่วงเริ่มต้นของปีใหม่ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักใช้ช่วงเวลานี้ทบทวนถึงสิ่งที่แล้วๆ มาในปีที่ผ่านมา ว่ามีอะไรที่ผิด อะไรที่พลาดไปบ้าง มีอะไรที่เคยตั้งใจไว้ แต่ไม่ได้ทำสักที เพื่อที่จะมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งในปีนี้

ผู้เขียนเองในปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าหมายไว้หลายสิ่งด้วยกัน แต่จำได้แค่ว่า ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ได้มากเกินกว่าห้าข้อ ยอมรับว่าทำได้จริงเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น แถมยังจำได้ไม่หมดด้วยว่า ตั้งปณิธานอะไรไว้บ้างเมื่อปีที่แล้ว

คงเพราะมีมากไป นอกจากจะทำให้ไม่โฟกัสแล้วยังทำให้ทำได้ไม่ดีที่สุดสักอย่าง

เป้าหมายที่ดีจึงไม่ควรมากสิ่งเกินไป

แต่ถึงจะจำปณิธานของตัวเองได้ไม่ครบ แต่จำกฎแห่งความสุขของนักเขียนคนโปรด “อัลแบร์ การ์มูส์” ได้ขึ้นใจ

กฎที่ว่ามีอยู่ 4 ข้อด้วยกัน

1.อยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง 2.พ้นจากความทะเยอทะยาน 3.ทำงานสร้างสรรค์ และ 4.รักใครสักคน

ไม่ว่าปีไหนๆ ก็จะพยายามทำให้ได้ครบทั้ง 4 ตามนั้น เพราะไม่ว่าเป้าหมายในแต่ละปีจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ปลายทางล้วนต้องการมีความสุข

เมื่อปีเก่าผ่านไป ปีใหม่มาถึงแล้วก็มาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่า

ปีนี้ ขอสัก 1-2 หรือ 3 เรื่องก็พอ (ไหนว่าจะไม่เยอะ)

หนึ่งในสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ คือ วิ่งฮาล์ฟมาราธอนสัก 1 รายการ

หลังเริ่มต้นวิ่งมาหลายปี โดยมีเป้าหมายแค่ว่าจะพยายามวิ่งให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน แม้ทำได้เกินครึ่งของที่ตั้งใจ แต่ไม่เคยวิ่งเกินครั้งละสิบกิโลเมตรเลยสักครั้ง (ระยะปกติอยู่ที่ 5-6 กิโลเมตร)

ทำให้การลงสมัครวิ่งในแต่ละรายการมีระยะทางอยู่ที่ระยะฟันรัน (Fun Run) 5 กิโลเมตรบ้าง 6 กิโลเมตรบ้างเป็นส่วนใหญ่ มีไต่ไปถึงมินิมาราธอน (10 กิโลเมตร) และ 11-12 กิโลเมตรบ้าง แต่ไม่เคยกล้าคิดไปถึงระยะฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร)

ปีไก่นี้ตั้งเป้าแบบท้าทายตนเองว่า ขอสัก “ฮาล์ฟ” ละกัน ถ้าทำได้แล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะขยับไปถึงมาราธอนไหม

พูดถึงเรื่องปณิธานปีใหม่ทีไร นึกถึงพี่มาร์กทุกที

ปีก่อน “มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก” เจ้าพ่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก “เฟซบุ๊ก” ตั้งเป้าหมายส่วนตัวแต่ประกาศให้โลกรู้โดยทั่วกันผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเองว่าจะอ่านหนังสือให้ได้เดือนละสองเล่ม

ปีที่ผ่านมา พี่มาร์กตั้งเป้าหมายใหม่ว่าจะให้เป็น “ปีแห่งการวิ่ง” โดยตั้งใจว่าจะวิ่งให้ได้อย่างน้อย 365 ไมล์ เท่ากับต้องวิ่งอย่างน้อยวันละ 1 ไมล์

พี่มาร์กไม่ได้วิ่งคนเดียว แต่ตั้งกรุ๊ปเพจ A Year of Running ขึ้นมา และประกาศเชิญชวนให้คนลุกขึ้นมาวิ่งด้วยกัน พร้อมทั้งให้แชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันในกรุ๊ปเพจแห่งนี้ด้วย

ปีที่ผ่านมา กรุ๊ปเพจ A Year of Running ของพี่มาร์กมีสมาชิกร่วมวิ่งจากทั่วโลก มากกว่า 1.3 แสนคน

หนึ่งในเรื่องราวเกี่ยวกับการ “วิ่ง” ของสมาชิกในกรุ๊ปเพจที่พี่มาร์กประทับใจ เป็นเรื่องของหนุ่มฝรั่งเศส ชื่อ “นิโคลาส”

“นิโคลาส”ไม่ได้แค่ลุกขึ้นมาวิ่งเฉยๆ แต่ยังตั้งกลุ่มของตนเองขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “Run Eco Team”

“Run Eco Team” มีสมาชิกมากกว่า 1,500 คน

นักวิ่งทีมนี้ไม่ได้แค่วิ่งธรรมดา แต่มีเป้าหมายเดียวกันที่จะทำให้ชุมชนรอบๆ เส้นทางวิ่งของพวกเขาสะอาดจึงวิ่งไปเก็บขยะไปด้วย

เมื่อไรที่ใครสักคนลุกขึ้นมาวิ่งเก็บขยะอาจไม่ได้ทำให้ถนนทั้งเส้นที่เขาวิ่งผ่านเปลี่ยน

แปลงไปจากเดิมมากนัก แต่เมื่อไรที่คนนับสิบ นับร้อย หรือพันคนออกวิ่งพร้อมกับเก็บขยะไปด้วยกัน เชื่อว่า วิ่งผ่านไปที่ไหนที่นั่นจะสะอาดขึ้นแน่นอน

“ก้าวคนละก้าว” โครงการวิ่งการกุศลของ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ต้องการหาเงินเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบางสะพาน และอยากจุดประกายให้คนหันมาออกกำลังกาย ก็คงไม่ต่างกัน

ถ้าการเริ่มต้น “วิ่ง” เป็นการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อตนเอง การวิ่งของนิโคลาสและเพื่อน รวมถึง “ตูน บอดี้สแลม” ก็น่าจะเป็นวิธีแสดงความรักต่อคนรอบข้าง

เมื่อรักตัวเองเป็น ก็จะรักคนอื่นเป็น”Run Eco Team” และ “ก้าวคนละก้าว” จึงใหญ่กว่าการรักใครสักคนตามกฎแห่งความสุขของอัลแบร์ กามูส์ แต่เผื่อแผ่ไปยังคนอื่นๆ ไม่รู้จบ เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งสุขภาพที่ดี และความสุข

คุณล่ะ คิดออกหรือยังว่า อะไรคือเป้าหมายใหม่เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรักในปีใหม่ 2560 นี้