50 ปี 14 ตุลา
ประเวศ เอมอมร ทวงคืนเงินเยียวยา 7 พัน
ในวันที่กระสุน 2 นัดยังอยู่ในร่าง
50 ปีในไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์
อาจไม่ใช่ช่วงเวลายาวนานเกินจินตนาการ
ย้อนไปในเดือนตุลาคม พ.ศ.2516
ย้อนปฏิทินไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมในปีนั้น
เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของไทย
ได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อคนหนุ่มสาว นิสิต นักศึกษา ประชาชนนับหมื่น นับแสน ร่วมกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปลดปล่อยนิสิตนักศึกษา อาจารย์ และนักการเมือง 13 คนที่ถูกจับกุม ฐานเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่กลับโดนตั้งข้อหาหนักว่ากระทำการผิดกฎหมาย บ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ เป็นกบฏภายในพระราชอาณาจักรและมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
หนึ่งในคลื่นประชาชนที่ออกมาเรียกร้อง คือ ประเวศ เอมอมร วัย 17 ปีในวันนั้น ที่ตั้งใจดั้นด้นเดินทางมุ่งหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไปไม่ถึง เพราะถูกลูกตะกั่วร้อนๆ จากปืนเอ็ม 16 ยิงเข้า 2 นัด
ถูกหามขึ้นรถไปยังโรงพยาบาลวชิระ พร้อมคนอื่นๆ อีกหลายคน หนึ่งในนั้น ไม่รอด
ขณะที่ ประเวศต้องรักษาตัวนานนับเดือน ผ่าตัดถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สามารถนำหัวกระสุนออกจากร่างได้
กลายเป็นวัตถุพยานเตือนใจจากจุดเกิดเหตุ
เวลาผ่านไป 50 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในความทรงจำไม่เคยลืมเลือน
สวนทางกับ ‘การเยียวยา’ จากภาครัฐ ที่เคยได้รับในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 7,000 บาทต่อเดือน ก่อนถูกปรับลดในยุค คสช. เหลือเพียงเดือนละ 3,000 บาท
คนเดือนตุลาอย่างประเวศ ในวัย 68 ปี จึงเตรียมเรียกร้อง ทวงคืนสิทธิที่ควรได้ หลังรัฐบาล ‘เพื่อไทย’ ได้เป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้งในวันนี้
⦁ย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?
ตอนนั้นรู้ข่าวจากโทรทัศน์ว่ามีนักศึกษาชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผมอยู่แถวสนามบินน้ำ เตรียมจะสอบเข้าโรงเรียนพาณิชย์ช่างกล นนทบุรี เลยไปขึ้นรถที่วัดชมภูเวก พอถึงศรีย่าน ไม่ให้รถวิ่งแล้ว ก็ต้องลงเดินบนถนน มีคนเดินด้วยกันเยอะมาก ทั้งนักศึกษา ประชาชน ผ่านหอสมุดแห่งชาติ ตั้งใจจะไปให้ถึงธรรมศาสตร์ อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในนั้น รู้แค่ว่ามีการเรียกร้องทางการเมือง มีทหารอาวุธครบมือ
แต่พอถึงสะพานบางลำพู มีทหารประมาณ 10 คนยืนขวางไม่ให้ผ่าน พอเขาขึ้นลำปืน ผมเลยถอยออกมา ทหารเดินขึ้นไปบนสะพาน ยิงปืนขึ้นฟ้า และยิงลงไปที่พื้นด้วย ผมและเพื่อนๆ รวมถึงคนที่อยู่บนถนนก็หลบ สุดท้ายมีทั้งคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ผมโดนเอ็ม 16 ยิงที่ต้นขาซ้าย 2 นัด นักศึกษาเข้ามาช่วย พาขึ้นรถโรงพยาบาลวชิระที่จอดอยู่ บนรถมี 5 คน เสียชีวิต 1 คน
เขาบอกผมว่าอย่าหลับนะๆ จนถึง รพ. เข้าห้องฉุกเฉิน ตำรวจมาจดชื่อว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบ แต่คุณหมอเขาก็ดี ไล่ตำรวจออกไป รักษาตัวอยู่ที่นั่นเกือบ 1 สัปดาห์กว่าจะได้ผ่าตัดเอากระสุนออก แต่ผ่าถึง 3 รอบ สุดท้ายหาไม่เจอ นอนอยู่อย่างนั้น 1 เดือน 20 วัน ทุกวันนี้กระสุนก็ยังฝังอยู่ที่ขา ไม่ได้เอาออก ถือว่าเป็นสัญลักษณ์เตือนใจในเหตุการณ์ครั้งนั้น
⦁ที่ผ่านมา ภาครัฐเยียวยาอย่างไรบ้าง?
ผมได้รับเงินเยียวยาตั้งแต่ยุครัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่พอถึงรัฐบาล คสช. นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เงินเยียวยาถูกปรับลดลง ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การเมือง และครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิต ได้รับผลกระทบอย่างมากในการดำรงชีวิต
ย้อนไปในรัฐบาลทักษิณ ผมและผู้ได้รับผลกระทบได้เข้าเรียกร้องการเยียวยา ซึ่งรัฐบาลก็อนุมัติให้เป็นเงินขั้นต่ำ 6,000 บาท ย้อนหลัง 30 ปีจากวันที่เกิดเหตุ แต่มันเกิดการล่าช้า 2-3 ปี ถึงจะได้เงิน
พอเข้าสู่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เลยขอปรับเปลี่ยนเป็นการรับเงินเดือน 10,000 บาทตลอดชีวิตแทน การต่อรองกันไปมา จนเหลือ 7,000 บาท ครม.ก็อนุมัติให้ และหากใครเสียชีวิตหลังจากปี 2557 จะได้รับค่าทำศพ 20,000 บาท
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ยุบสภา คสช.เข้ามา เงินจำนวนนี้ถูกยุติ ผมพยายามต่อสู้ เขียนจดหมายถึงคุณวิษณุ เครืองาม ซึ่งเคยช่วยเหลือประเด็นนี้ในรัฐบาลทักษิณ สุดท้ายก็ได้เงิน แต่ช่วยได้ 3,000 บาท ตามผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในช่วงพฤษภาทมิฬเท่านั้น
สรุปคือ ตั้งแต่ พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบัน รวม 9 ปี ได้เดือนละ 3,000 บาท ลดจากตัวเลขเดิมซึ่งเคยได้ 7,000 บาทในยุคทักษิณ
⦁ได้รับความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง หลังถูกปรับลดเงินเยียวยา?
คนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ 17 ตุลา แต่ละคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็อายุมาก ตาบอดบ้าง ขาขาดบ้าง สภาพแต่ละคนแย่ๆ กันแล้ว อย่างผม เวลาหน้าหนาวจะเสียวๆ ที่ขา ซึ่งเป็นจุดที่กระสุนยังฝังอยู่ลึกมาก เราก็ต้องทน จะผ่าออกตอนนี้ก็กลัวจะเดินไม่ได้ เพราะสภาพร่างกายไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
เงิน 3,000 บาท ไม่พอใช้ในการดำรงชีวิตต่อเดือน ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายอะไรได้มาก บางคนไม่มีงานทำ ทุกวันนี้ก็เดือดร้อนกันทั้งนั้น บางคนมีลูก แต่ลูกก็ไม่ได้อยู่ด้วย บางคนตาบอด ทำงานไม่ได้จริงๆ อยากให้ทุกคนได้รู้จริงๆ ว่าคนที่ถูกยิงในวันนั้นสภาพเป็นอย่างไรในวันนี้
⦁ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล จึงต้องการเรียกร้องเงินเยียวยาจำนวนเดิมในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์?
หากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลในครั้งนี้ ผมก็ไม่กล้าไปขอเหมือนกัน คิดว่าอย่างไรพรรคเพื่อไทยก็ไม่ทิ้งพวกเรา เขาเคยช่วยมาก่อน พวกเราอายุมากแล้ว ไปไหนก็ลำบาก ทนมา 9 ปีแล้ว ตอนนี้พรรคเพื่อไทยกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ผมเลยอยากเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเยียวยาตามจำนวนเดิม 7,000 บาทต่อเดือน ตามที่ ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์อนุมัติ ก็เตรียมทำหนังสือถึงคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันให้ช่วยเหลือ จะได้หรือไม่ได้ก็ถือว่าเป็นสิทธิ เป็นเงินจำนวนที่เราควรได้รับ เราไม่อยากต้องไปนั่งเรียกร้องหน้ารัฐสภาเป็นเดือน กิ่งไม้ตกใส่หัวบ้าง นกขี้ใส่หัวบ้าง ไม่อยากประท้วงอย่างนั้นแล้ว
⦁ ปัจจุบันมีผู้ได้รับเงินเยียวยาประมาณกี่คน คาดหวังต่อรัฐบาลใหม่อย่างไรในกรณีนี้?
69 คน ส่วนมากมีแต่ผู้สูงอายุ จะอยู่ได้ใช้อีกสักกี่ปี มีทั้งคนตาบอด ขาขาด คนพิการ เขาก็ใช้เงินที่จะรักษาเยียวยาชีวิตทั้งนั้น ลูกหลานบางคนก็ไม่ได้มาสนใจแล้ว เงินจำนวน 7,000 บาทไม่ได้มาก แต่สามารถนำมาใช้ชีวิตพออยู่ได้ในยามแก่ชรา ยังพออยู่กินกันได้
ผมไม่ได้ไปขอร้องในกรณีขอใหม่ แต่ขอร้องในสิ่งที่ ครม.เคยอนุมัติมาแล้ว ไม่ได้มีการยกเลิก ในคราวได้เงิน 3,000 บาท ผมก็เป็นคนวิ่งเรื่องเอง หากไม่วิ่งก็ไม่ได้เงินอีก
เพราะฉะนั้น เมื่อรัฐบาลในยุคนี้มาจากประชาธิปไตย เราก็ต้องเรียกร้องเหมือนเดิม เราเป็นผู้ถูกกระทำจากเหตุการณ์ที่สังคมยอมรับเป็นหนึ่งในวันสำคัญของประเทศ ทุกปีก็มีการจัดงานรำลึกถึง
เราต้องทำให้เขารู้ว่า เรายังมีชีวิตอยู่ พาญาติๆ ผู้บาดเจ็บมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้อง ให้เห็นว่าพวกเราอยู่กันในสภาพอย่างไร อยากขอความเป็นธรรม ขอให้เห็นแก่ผู้สูงอายุ ไม่มีใครอยากโดนยิง ไม่มีใครอยากบาดเจ็บอย่างนี้
⦁ ปีนี้ครบรอบ 50 ปี 14 ตุลา ในงานครั้งนี้ นอกจากการรำลึก อยากสื่อสารกับสังคมรวมถึงรัฐบาลอย่างไร?
สิ่งที่ต้องการพูดถึงคือเหตุการณ์การต่อสู้ของประชาชน ซึ่งจะมีการนำภาพขาวดำและจัดแสดงเนื้อหาในประเด็นต่างๆ นอกจากนี้ จะเชิญนายกฯเศรษฐา ทวีสิน มาด้วย แล้วจะยื่นหนังสือให้ช่วยจัดการเรื่องเงินเยียวยา
อีกประเด็นหนึ่งคือ การค้นหาความจริง ไม่ใช่แค่ 14 ตุลา 16 แต่รวมถึง 6 ตุลา 19 ซึ่งผมก็อยู่ในเหตุการณ์ ตอนนั้นทำงานแล้ว เห็นคนเต็มสนามหลวง ผมอยู่ข้างนอก เห็นคนวิ่งกันออกมาจากธรรมศาสตร์ เห็นการเผาศพ เห็นหมดทุกอย่าง แต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ยังจำได้ดี
งานนี้จะมีเสวนาในหัวข้อต่างๆ ถึงทุนจะไม่มี แต่อย่างไรก็ต้องจัดงาน คนเดือนตุลาจัดกันเอง ที่อนุสรณ์สถานแยกคอกวัว จะมีคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไปร่วมงาน
เราต้องการให้สังคมรู้ว่ามีคนต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
ชญานินทร์ ภูษาทอง-เรื่อง
ศุภโชค สอนแจ้ง-ภาพ

