เมื่อเอ่ยนาม จิม ทอมป์สัน แน่นอนว่าผู้คนทั่วโลกต่างนึกถึงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมงดงามของไทยที่ผ่านการถักทอด้วยฝีมือช่างอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักโด่งดังไกลในระดับสากล อีกทั้งแบรนด์แฟชั่นและสินค้าตกแต่งบ้านที่แข็งแกร่ง
รวมถึงร้านอาหารไทยที่เปิดให้บริการมานานถึง 15 ปี ก่อนปรับโฉมล่าสุด เปิดตำนานบทใหม่ สร้างความหลากหลาย ‘Beyond Silk’ ย้ำชัดถึงการเป็นแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ของ จิม ทอมป์สัน ด้วยธุรกิจอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์
นำเสนอเมนูโปรเกรสซีฟไทย Afternoon Tea และค็อกเทลบาร์ในบรรยากาศสวนร่มรื่นกลางกรุง
นำเสนอทั้งอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม อาหารไทยสไตล์โมเดิร์น และเมนูเพื่อการลิ้มลอง ที่เชฟภูมิใจรังสรรค์เป็นพิเศษ ทุกจานล้วนเปิดประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเป็นแขกร่วมโต๊ะกับ จิม ทอมป์สัน
เพลิดเพลินกับค็อกเทลหลากหลายรสชาติได้ในบาร์ใหม่สุดฮิปในชื่อ ‘The OSS Bar’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากหน่วยสืบราชการของสหรัฐ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
แต่ละแก้วสร้างสรรค์โดยมิกซ์โซโลจิสต์ชั้นนำ ให้ทุกคนได้เอ็นจอยท่ามกลางบรรยากาศงดงามแสนสงบบนระเบียงริมคลอง

จิมทอมป์สัน ไทย เรสเตอร์รองต์
ปักหมุด 5 ปีจ่อขยายสู่ สิงคโปร์ ปารีส ลอนดอน
Frank Cancelloni ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) กล่าวว่า จิม ทอมป์สัน มุ่งมั่นสร้างผลผลิตแห่งความสร้างสรรค์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากฝีมือคนไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไทยหลากหลายอย่าง ซึ่งเราถูกจัดให้เป็น ‘Iconic Global Lifestyle Brand’ จากประเทศไทย โดยหัวใจในทำงานด้านอาหารไทย คือ การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และปลูกแบบออร์แกนิคของท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างวิธีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการเสาะแสวงหาวัตถุดิบได้อย่างลงตัว จนเปรียบเสมือนกับการผสมผสานของรสหวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบ
“จิม ทอมป์สัน ไทย เรสเตอรองต์ เป็นชื่อที่เรียบง่ายแต่สำคัญกับพวกเราอย่างมาก ก่อนที่เรามีแพลนขยายไปสู่ระดับนานาชาติ เช่น สิงคโปร์ ปารีส ลอนดอน อาจจะได้เห็นภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ ร้านอาหารแห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ ด้าน Hospitality ของ จิม ทอมป์สัน” Frank Cancelloni กล่าว
ด้าน จวน ทานา ดอท ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม เล่าถึงความพร้อมในการเปิดให้บริการว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทุกคนพร้อมร่วมยกระดับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของจิม ทอมป์สัน สร้างความแตกต่างด้วยการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานรสชาติจัดจ้านแบบไทยต้นตำรับ เข้ากับวิธีการปรุงอาหารแบบโมเดิร์น
“เราตั้งใจให้ร้านอาหารแฟล็กชิปสะท้อนคุณค่าที่จิม ทอมป์สัน ยึดมั่น ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่ซัพพอร์ตความยั่งยืนของชุมชน วิสัยทัศน์ในการรังสรรค์เมนูของเราจะดึงดูดทั้งลูกค้าทั้งคนไทย และต่างชาติได้อย่างแน่นอน” ผอ.ฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มการันตี

จากไซซ์ S ถึง XXL คำต่อคำ จานต่อจาน
ผสานไทย–เทศ สุดนัว
เปเป้ แดซี คีเมเนส เอ็กเซ็กคิวทิฟเชฟของร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน เปี่ยมด้วยทักษะและประสบการณ์การทำอาหารอันยาวนานที่ร้านระดับมิชลิน 3 ดาว และ 2 ดาวในประเทศสเปน ก่อนจะออกเดินทางไปลับคมฝีมือเพิ่มที่นอร์เวย์และออสเตรเลีย ทว่า ด้วยความหลงใหลในอาหารไทย จึงเดินทางมาทำงานร่วมกับเชฟชื่อดังของเมืองไทย
“เราตั้งใจเสิร์ฟอาหารจานไซซ์ไทยแบบจัดเต็ม สไตล์ Sharing style family เนื่องจากวัตถุดิบไทย และรสชาติอาหารไทย มีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่มาก มองดูที่จานอาหารของเราหน้าตาและรสชาติอาหารไทยแบบเข้มข้นเลย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมต้องตามหาวัตถุดิบจากท้องถิ่นต่างๆ ของไทย เช่น เมนูเรียกน้ำย่อยคำแรก บริออช โทสต์ ปลาแมคเคอเรล ซึ่งมีการใช้ปลาร้าจากอุดรธานี ซึ่งอาหารอีสานเป็น 1 ในจานโปรดของผม หวังว่าพวกคุณจะมีความสุขกับการลิ้มลองอาหารของเรากับครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษของคุณ” เชฟเปเป้เผยความรู้สึก

เริ่มต้นคอร์สอาหารรูปแบบไฟน์ ไดนิ่ง เปิดต่อมรับรสชาติหมวด ‘เรียกน้ำย่อย’ คำเล็กพอดีคำแต่อบอวลไปด้วยความนัวที่พร้อมปะทุ อย่าง ‘บริออช โทสต์ ปลาแมคเคอเรล ซอสปลาร้า’ ขนมปังกรอบชิ้นพอดีคำ ท็อปด้านบนด้วยเนื้อปลาแมคเคอเรลสุดเฟรช ที่ถูกส่งตรงมาจากตลาดมหาชัย
ความพิเศษของคำนี้ คือ การสอดไส้ซอส ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำพริกมะเขือเทศรสจัดจ้าน คลุกเคล้าผสมเข้ากับความนัวปลาร้าจากอุดรธานี เติมความหอมมันด้วยมะพร้าวครีมชีส ทิ้งทวนด้วยกลิ่นสโมคหอมไหม้อ่อนๆ ขึ้นจมูก
ตามด้วย ‘คานเนลโลนีปูเกาะลันตา’ เมนูอาหารสัญชาติอิตาเลียน แต่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่นจานไทย ด้วยการใช้เส้นพาสต้าสอดไส้เนื้อปูจากเกาะลันตา เคี่ยวน้ำกะทิจนได้ซอสสุดเข้มข้น ปรุงด้วยเครื่องเทศ–สมุนไพรจากฟาร์มออร์แกนิค กรีน การ์เดนเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานรสชาติของอาหารไทย และความเป็นตะวันตกอย่างลงตัว
จานสุดท้ายของเมนูเรียกน้ำย่อย ‘เมี่ยงคำหมูไอเบริโก’ หนึ่งคำหลากรสชาติ โดยการย่างชิ้นหมูไอเบริโกสุดพิเศษ ชูโรงรสชาติอันโดดเด่นด้วยกะปิกุ้งจากเกาะปันหยี เพิ่มความเผ็ดพริกดอง ผสมความหอมหวานด้วยเชอร์รีไวน์ ปิดท้ายห่อด้วยใบพลู พร้อมระเบิดรสชาติหลากมิติอย่างเต็มปากเต็มคำ

เรียบง่าย แต่น่าสนใจ
แปลกตา แต่จัดจ้าน‘อย่างไทย’
ขยับเข้าสู่ไซซ์ที่ใหญ่ขึ้น อาหารจาน ‘ไซซ์ M’ สำหรับการแบ่งปันประสบการณ์รับประทานสุดเลิศ เปิดมาด้วยเมนูสุดเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดความน่าสนใจ อย่างเมนู ‘ไข่เจียวสบายสบาย’ เจียวด้วยน้ำมันมะกอกที่ให้กลิ่นอโรมาติดขึ้นมา พร้อมอัดแน่นเติมหน้าด้วยเนื้อปู แฮมแก้มหมูกวนชาเล หัวหอม พริก โรยมันฝรั่งกรอบ เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสอันหลากหลาย กลายเป็นเมนูแสนสบายสุดประทับใจ
เสิร์ฟพร้อม “ผัดไทยเส้นหมึกดำ” เมนูรูปร่างแปลกตาแต่รสชาติจัดจ้านอย่างไทย ประณีตทำเส้นหมึกดำหนึบหนับสูตรพิเศษ เคลือบด้วยซอสมะขามฉบับผัดไทยสุดเข้มข้น เพิ่มเทกเจอร์ด้วยปลาหมึกทอดกรอบ และไส้กรอกแกะโชรีโซ เต้าหู้ คลุกเคล้าเข้ากันได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์ ทานผัดไทยอย่างไม่รู้ลืม
ไฮไลต์จานใหญ่สุดพิเศษ ‘XXL’ แบ่งปันอาหารจากจานที่คุณรัก “กระเบนย่างจิ้มซอสมัสมั่น” แรงบันดาลใจจากช่างทอผ้าชาวมุสลิม ของจิม ทอมป์สัน มักใช้ปลากระเบนจากสตูลมาห่อใบตอง ย่างด้วยเตาถ่าน รสความมันนวลจากซอสครีมมะพร้าว และตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวจากซอสครีมหัวหอม เพิ่มรสชาติความเผ็ดหอมจัดจ้าน ด้วยน้ำจิ้มมัสมั่นแน่นด้วยเครื่องเทศ
เสิร์ฟแบบจุใจไม่ยั้ง เต็มชิ้นเต็มคำด้วย ‘ไก่ย่างโคราช’ หอมกลิ่นการย่างไก่อ่อนด้วยเตาถ่าน ทานคู่กับ ‘ส้มตำทอด’ เผ็ด เค็ม เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด คลุกกับน้ำส้มตำจนซึมเข้าเส้นมะละกอชุบแป้งทอดกรุบกรอบ ที่ยังคงรสชาติและความหลงใหลในอาหารอีสานได้อย่างครบเครื่อง
เผด็จศึกมัดใจอิ่มเอมพุงทั้งครอบครัว ด้วยอาหารคาวจานสุดท้าย ‘หมูย่างตรัง’ อาหารสุดคลาสสิกจากทางใต้ของไทย แต่รังสรรค์ขึ้นด้วยการทำแบบสเปน ทำส่วนของเนื้อหมูได้นุ่มละมุน แต่มีเทกเจอร์ความกรอบของหนัง ที่เคลือบซอสตอนถูกเอาไปย่าง ทานคู่กับซอสหวานดึงรสชาติเนื้อหมักออกมาได้อย่างกลมกล่อม

ขนมหวาน จานยูนีค รสไทย เทคนิคฝรั่ง
หอม หวาน มัน จนวางช้อนไม่ลง
เข้าสู่พาร์ต เมนูของหวานมาในไซซ์จานยูนีค สูตรขนมที่อาจคาดไม่ถึง ซึ่งพลาดไม่ได้กับจานซิกเนเจอร์ อย่าง ‘วาฟเฟิลไอศรีมหม้อแกง’ ที่คัดเลือกส่วนผสมอย่างพิถีพิถัน ทั้งไข่เป็ดออร์แกนิค มาทำเนื้อไอศรีมหม้อแกงเนียนนุ่ม หวานกำลังดี ประกบด้วยแซนวิชแป้งวาฟเฟิลสุดกรอบ ผสมผสานความหวาน หอม มัน จนวางช้อนไม่ลง
‘ขนมบ้านจิม’ ขนมทรงเรือนไทยสุดน่ารักที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของบ้านหลังนี้ ถูกนำเสนอผ่านวัตถุดิบหลักอย่างช็อกโกแลต เพิ่มมิติความเผ็ดปลายลิ้นของรสชาติ ด้วยช็อกโกแลตชิลลีซอส เคล้ากับความหอมมันจากซอสน้ำมะพร้าวจากจันทบุรี จัดวางเรียงเป็นแลนด์สเคปพื้นที่บ้านจิม ทอมป์สัน พื้นที่แห่งความจำและความประทับใจต่อแขกมากมายที่มาเยือน
จบคอร์สด้วย ‘ชีสเค้กหน้าไหม้ไส้ชาไทยลาวา’ เมนูสุดคลาสสิก เค้กเนื้อทองเนียนนุ่ม สอดเครื่องดื่มขึ้นชื่อ ‘ชาไทย’ ไหลออกมาในรูปแบบครีมลาวา พร้อมเทกเจอร์กรุบกรอบจากถั่วพิตาชิโอ จบมื้ออย่างสวยงาม ดื่มด่ำความสุขได้อย่างแท้จริง
มิ่งขวัญ หวังเกียรติกำจร เพลสตรี้เชฟ เล่าถึงเรื่องราวการคัดเลือกวัถตุดิบในการทำเมนูของหวานจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับความเป็นจิม ทอมป์สัน

“โดยพื้นฐานเป็นคนไทย แต่เรียนจบด้านขนมตะวันตก (Baking & Pastry) ซึ่งเราก็จะได้ไกด์ไลน์รสชาติจากเชฟเปเป้ ที่เป็นฝรั่งแต่รู้รสชาติไทยเป็นอย่างดี เราจึงสลับกันเพราะเปเป้จะทำอาหารที่เป็นรสชาติไทยแท้ๆ แต่เอาวัตถุดิบสเปน หรือฝรั่งมาใส่บ้าง แต่กลับกัน เราใช้เทคนิคการทำขนมแบบฝรั่ง แต่เอาวัตถุดิบไทยมาใส่ ก็จะเป็นการสลับกันระหว่างอาหารคาวกับอาหารหวาน เช่น เมนูวาฟเฟิล
ไฮศกรีมหม้อแกง โดยพื้นฐานอาจจะเป็นรสไทย ชื่อไทย แต่ถ้าเข้าไปดูในรายละเอียดแล้ว จะเป็นการปั่นไอศกรีมด้วยเทคนิคแบบตะวันตกให้มันนวลขึ้น”
เวลาได้โจทย์มา บางอย่างที่ต้องใช้ เราไปหาเกษตรกรโดยตรง เพราะความตั้งใจของจิม ทอมป์สัน ที่อยากจะให้อุดหนุนของไทยก่อน อย่างช็อกโกแลต เราใช้กากโกโก้ซึ่งใช้แบรนด์คนไทย เป็นสายพันธุ์ชุมพรมาผลิต หรือน้ำโกโก้มาจากจันทบุรี เราก็เลือกฟาร์มที่เขาปลูกผลโกโก้ และทำตัวน้ำที่ผ่านการพาสเจอไรซ์มาแล้ว รวมถึงหม้อแกงเราก็ใช้ไข่เป็ดจากฟาร์มที่ออร์แกนิคซึ่งเป็นการใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบทุกขั้นตอน” มิ่งขวัญเผยความพิถีพิถัน

มาขึ้นหน้าขึ้นผม แต่งตัวเรียบโก้แบบลักซ์ชัวรี ลิ้มรสชาติอาหารไทย ดื่มด่ำบรรยากาศ เรือนไทย ริมคลอง ณ ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน โฉมใหม่ได้แล้ววันนี้ 12.00-22.30 น. ซอยเกษมสันต์ 2 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ติดตามข่าวสารทางเพจเฟซบุ๊ก Jim Thompson, A Thai Restaurant และ www.jimthompsonrestaurant.com โทร 0-2612-3601
ภูษิต ภูมีคำ

