หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ เดินไ...

คอลัมน์ เดินไปในเงาฝัน: ดอกไม้กับกองขยะ

8.01.17 | 16:14 น.

ตลอดเวลาหลายปีผ่านมาหนังสือที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการดูทำท่าว่าจะออกมาค่อนข้างมาก มากเสียจนทำให้คิดว่าเทรนด์ของหนังสือจะไปทางนี้แล้วล่ะหรือ

เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่หนังสือประเภทนี้ทั้งสิ้น

ประเภทสู้แล้วรวย

พ่อรวยสอนลูก

หรืออื่นๆ

Advertisement

ที่มักจะบอกผู้อ่านว่าหากคุณซื้อหนังสือของผม,ฉัน คุณจะประสบความสำเร็จในการบริหาร คุณจะร่ำรวยเงินทอง หรือบางทีคุณอาจประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นเศรษฐี อภิมหาเศรษฐี หรือเจ้าสัวเหมือนอย่างผมได้

จริงๆ ผมก็แอบไปเปิดอ่านอยู่เหมือนกัน

เพราะลึกๆ อยากจะรวยแบบเขาบ้าง

แต่พออ่าน กลับพบว่าหลายเล่มไม่ได้ให้สาระที่แท้จริงกับผู้อ่านเลย เพราะมัวแต่พุ่งเป้าไปที่บันไดแห่งความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว

เขาไม่ได้ปูพื้นฐานเรื่องความยากลำบากในชีวิต

ความรักในอาชีพ

ความขยัน อดทน ซื่อสัตย์

คุณธรรมน้ำมิตร

รวมไปถึงความจริงใจเรื่องต่างๆ จนทำให้เพื่อนร่วมงานยุคก่อตั้ง ต่างยังยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อๆ กันมาในยุคปัจจุบัน

เพราะอย่าลืมว่าความสำเร็จของคนคนหนึ่งย่อมมีคนอีกมากมายซ่อนอยู่ในสำเร็จเหล่านั้นเสมอ

ตรงนี้จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องฮาวทูของคนบางคน

จนเมื่อ “พี่กู๋” เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน อดีตหัวหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ปัจจุบันเธอไปเป็นผู้บริหารในการจัดรายการวิทยุ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทางคลื่น 97.0 เมกะเฮิรตซ์ส่งหนังสือ “คัมภีร์การเงินฉบับเจ้าสัว” ที่มี “ลี ลิป เซ็ง” เป็นผู้เขียนมาให้อ่าน

เธอสำทับว่า “รุ่นน้อง” เป็นคนเขียน

ฝากช่วยแนะนำหน่อย

ผมเองไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะหนังสือเล่มนี้วางจำหน่ายในร้านลายแทงของมติชน กรุ๊ปด้วย แต่กระนั้น ผมก็บอกเธอเบาๆ ว่า…ขออ่านก่อนนะ

ถ้าดีจริงไม่มีปัญหาเลย

จนกระทั่งผมเริ่มลงมืออ่านจึงพบว่าแบล๊กกราวด์ของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เกิด และเติบโตอยู่ในแหล่งธุรกิจย่านสำเพ็งมาก่อน เขาศึกษาประวัติทำการค้าจากอากง อาม่า กระทั่งมาเรียนหนังสือทางด้านเอ็มบีเอ ไฟแนนซ์ และลีโอ โปรแกรม ซึ่งเป็นมินิเอ็มบีเอของซิตี้แบงก์

ผลเช่นนี้ จึงทำให้เขาตั้งใจที่จะถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจต่างๆ ที่เขาประสบมาให้กับผู้อ่าน โดยเขาบอกว่าสิ่งที่ร้อยเรียงอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ส่วนใหญ่เรียนรู้มาจากชาวจีนแต้จิ๋วที่ทำมาค้าขายย่านสำเพ็ง

ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย การเก็บออม การลงทุน การขยายธุรกิจ การส่งต่อธุรกิจ รวมไปถึงการส่งต่อทรัพย์สินให้กับลูกหลานในรุ่นต่อๆ ไป

เพราะฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับพนักงานบริษัท, ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ, นักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา และกำลังจะเริ่มต้นทำงาน

เนื่องจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนี้แสดงความคิดเห็นทางการเงินทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการวางแผนทางการเงิน อันเป็นจุดแข็งของการเริ่มต้นทำธุรกิจ

เพราะหากเริ่มต้นในการวางแผนทางการเงินดี ก็จะทำให้คนคนนั้นประสบความสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกัน หากผิดพลาดในการวางแผนทางการเงินนับแต่เริ่มต้น ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นสูงตามมาเช่นเดียวกัน

“ลี ลิป เซ็ง” หรือ “ซินแสทางการเงิน” จึงพยายามโฟกัสจุดนี้ให้ผู้อ่านเข้าใจในเบื้องต้นเสียก่อน ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่หนังสือเล่มนี้จึงมีทั้งหมด 10 บทด้วยกัน

อาทิ สร้างความคิดทางการเงินสไตล์เจ้าสัว, เทคนิคการบริหารการเงินอย่างหนือชั้น, ความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้, บริหารเงินเป็น จะเห็นเงินล้าน, เป็นหนี้อย่างเศรษฐี

เทคนิคการลงทุนสไตล์เจ้าสัว, ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งรวย, เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเจ้าสัว, ความมั่งคั่ง ส่งต่อกันได้ และเจ้าสัวที่แท้จจริง ต้องทำแบบนี้

แต่ในที่นี้ผมขออนุญาตหยิบแทคติคมุมมอง และประสบการณ์ของ “ลี ลิป เซ็ง” บางบทมาบอกเล่าแต่พอสังเขป โดยเฉพาะเรื่อง “เทคนิคการบริหารการเงินอย่างเหนือชั้น” ที่เขาเขียนบอกว่า…หากมีเงินเพิ่มมากขึ้นระดับหนึ่ง อาจทำให้มีความสุขเพิ่ม

แต่เมื่อมีเงินเพิ่มไปเรื่อยๆ ความสุขอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม

เพราะว่าความสุขจะเพิ่มในระดับหนึ่งที่พอใจแล้ว การมีเงินมากกว่านั้นจะไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มมากขึ้นอีก ดังนั้น เงิน และความสุขทางการใช้จ่าย จึงขึ้นอยู่กับความต้องการที่แท้จริง และคำว่ารู้จักพอ

เช่นเดียวกับเรื่อง “เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเจ้าสัว” ที่เขาเขียนบอกว่า…คนประสบความสำเร็จระดับโลก ล้วนแล้วแต่มีคู่คิดที่ดีคอยช่วยเหลือเสมอ

เพราะคนสำเร็จ หรือคนเป็นดั่งความคิดนั้นสำคัญมากๆ ใครคิดได้เก่งกว่า เร็วกว่า ดีกว่า ย่อมประสบความสำเร็จ ดังนั้น แหล่งกำเนิดของความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งกว่านั่นคือสิ่งที่เราได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา

จนมีคนกล่าวว่าคนที่คุณคบหา สำคัญมากยิ่งกว่าสิ่งที่คุณคิด ถ้าลูกคบเพื่อนดี จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดของความสุข ทั้งในทางโลก และทางธรรม

เพราะดอกไม้ เมื่ออยู่ในกองขยะ จะส่งกลิ่นเหม็นเน่า แต่เศษขยะ เมื่ออยู่ในดงดอกไม้ ย่อมส่งกลิ่นหอม ฉะนั้น พ่อแม่ควรสอนลูกในเรื่องคบเพื่อน ปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

เพราะเพื่อนแท้คือคนที่คอยช่วยเหลือเราในยามที่กำลังเดือดร้อน ดังนั้น เราจึงต้องเลือกคบเพื่อน เพราะเพื่อนจะมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของเราในวันข้างหน้า

ขณะเดียวกัน เราจะต้องรู้คุณของเพื่อนคนคนนั้นด้วย เพราะคำว่ารู้คุณเป็นหนึ่งของคุณงามความดี ดังนั้น เราจึงต้องจดจำทุกอย่าง จากคนที่เคยช่วยเหลือเรา

นี่คือสิ่งที่ “ลี ลิป เซ็ง” กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้

ลองไปอ่านดูครับ

กุญแจความสำเร็จอยู่ในมือทุกคนแล้ว ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าจะไขไปเจอเรื่องอะไรก็เท่านั้นเอง ?