
การสร้างสรรค์ดนตรีเครื่องจังหวะอีสาน ผลงานทยารัตน์ โสภณพงษ์
ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เพื่อนๆ จะเรียกชื่อกันว่า “ทอมมี่” เธอเป็นนักดนตรีในวงซิมโฟนีออร์เคสตราที่มีความสามารถสูง เป็นนักศึกษาปริญญาเอกดนตรี สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยแสดงเพื่อสอบจบเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2566 เวลา 13.00-15.00 น. แสดงที่บ้านเอื้อมอารีย์ พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 33 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ฟังเต็มห้องและเปิดให้ชมออนไลน์ด้วย
ทยารัตน์ โสภณพงษ์ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรี (เกียรตินิยม) และปริญญาโท ดนตรีปฏิบัติ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นอาจารย์หัวหน้าเครื่องจังหวะในโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ (Shrewsbury International School, Bangkok) เธอยังเป็นนักดนตรีเครื่องจังหวะประจำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา วงจันทร์แรม ทยารัตน์เป็นศิลปินตัวแทนของบริษัททำเครื่องดนตรี (Meinl Stick & Brush) เป็นศิลปินบริษัทสยามดนตรียามาฮ่า ประเทศไทย
ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เข้าเรียนหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในปีการศึกษา 2563 มีเครื่องมือเอกเป็นเครื่องจังหวะ (Percussion) เธอมีประสบการณ์การเล่นเครื่องจังหวะที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องจังหวะที่มีทำนอง (มาริมบา/ไซโลโฟน/ระนาด/โปงลาง/ฆ้องวง) เครื่องเคาะที่เป็นเครื่องประกอบจังหวะทั้งหลาย เธอมีประสบการณ์แสดงดนตรีทั้งในและต่างประเทศ แสดงกับวงแชมเบอร์ วงขนาดเล็ก วงดนตรีประกอบละครเพลง วงเครื่องเคาะ (Percussion Ensemble) วงโยธวาทิต วงดนตรีสมัยนิยม และวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ทยารัตน์เคยได้รับเชิญให้เดี่ยวมาริมบากับวงดุริยางค์เครื่องเป่า ค่ายวงดุริยางค์เยาวชนนานาชาติแห่งภาคพื้นอุษาคเนย์ (SAYOWE) พ.ศ.2542
ทยารัตน์ โสภณพงษ์ ได้มีโอกาสศึกษาและร่วมงานกับนักเล่นเครื่องจังหวะที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายท่าน ที่ผ่านมาเธอได้รับรางวัลทั้งในด้านการศึกษา การเรียนการสอน และการแข่งขันดนตรีต่างๆ หลายครั้ง ทยารัตน์ยังได้ทำหน้าที่บริหารโครงการวิจัยโดยเฉพาะงานภาคสนาม ร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา โครงการบันทึกเสียงชุด “เดียงสา” และชุด “อมตะสยาม” ออกไปแสดงในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ผ่านรายการโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ระหว่างปี พ.ศ.2563-2566 อาทิ บ้านราชทูตวิชาเยนทร์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี, วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, วัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี, กระบี่, ตรัง, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช, อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บุรีรัมย์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง อุดรธานี, อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล สกลนคร, วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่, วัดพระธาตุลำปางหลวง ลำปาง, วัดป่าสัก เชียงแสน, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นต้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสั่งสมประสบการณ์ทั้งด้านฝีมือ การแก้ปัญหา และประสบการณ์ภาคสนามในการวิจัยดนตรี
ที่น่าสนใจก็คือ ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เป็นนักดนตรีสากล เล่นดนตรีเครื่องสากล อยู่ในวงดนตรีสากลมาตลอด แต่เธอกลับไปสนใจเรื่องเครื่องดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน โดยเฉพาะเครื่องจังหวะอีสาน เพราะแม่ของเธอเป็นคนร้อยเอ็ด เธอจึงอยากศึกษาดนตรีของท้องถิ่นว่ามีความเป็นมา มีความเป็นอยู่ และมีความเป็นไปอย่างไร เธอเลือกที่จะศึกษาปริญญาเอกที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพราะเธอเชื่อว่าเป็นสถาบันที่รักษาขนบระเบียบแบบแผนและประเพณีดนตรีเอาไว้อย่างมั่นคง เธอมุ่งมั่นจะเรียนให้สำเร็จโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้จังหวะดั้งเดิม ทั้งเครื่องจังหวะเพลงอีสาน เครื่องจังหวะไทย เครื่องดนตรี หน้าทับและจังหวะที่ใช้ในการแสดงดนตรี
การสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ เธอต้องจัดแสดงบทเพลงที่สร้างสรรค์ใหม่ เพื่อใช้ประกอบหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต นำเสนอเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ 3 เพลงด้วยกัน คือ เพลงสารคาม (มหาสารคาม) เพลงสาเกตนคร (ร้อยเอ็ด) และเพลงสุระอินทร์ (สุรินทร์) โดยทยารัตน์ได้อธิบายการสร้างสรรค์ดนตรีเครื่องกระทบอีสานร่วมสมัย การนำเครื่องจังหวะอีสานมีโปงลาง ไหปลาร้า การตีเกราะเคาะไม้ โทน ทับ กลอง โส้ทั่งบั้ง มาสร้างสรรค์ใหม่ให้ร่วมสมัยกับเครื่องจังหวะสากล
ในเพลงสารคาม (มหาสารคาม) หมายถึงบ้านเมืองที่เป็นแหล่งความรู้อันยิ่งใหญ่ โดยนำทำนองพิณอีสานมาเล่น ใช้เครื่องกีตาร์คลาสสิกแทน มีชินวัฒน์ เต็มคำขวัญ เป็นผู้เล่นกีตาร์คลาสสิก ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เป็นคนเคาะจังหวะด้วยเครื่องคาฮอง (Cajon) เป็นกลองสมัยใหม่นิยมใช้ทั่วไป ซึ่งทยารัตน์ โสภณพงษ์ ได้รับความร่วมมือและได้รับการสนับสนุนจากบริษัททำเครื่องกลองคาฮองในเยอรมันที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ เสียงที่ออกมาเป็นเสียงของเพลงสารคามที่น่าสนใจมาก
เพลงสาเกตนคร (ร้อยเอ็ด) จุดเด่นของเพลงนี้ก็คือการใช้โหวดเป็นเสียงนำแล้วเคาะด้วยไหเป็นจังหวะ สำหรับไหนั้นได้รับการพัฒนาใหม่ จากไหปลาร้าที่ใช้ดินเผา ขึงด้วยยางในล้อจักรยาน ดีดให้เป็นเสียง (เครื่องดนตรีใช้เทคโนโลยีชาวบ้าน) ซึ่งเป็นภาพปรากฏการณ์มากกว่าทำเสียง โดยอาศัยนางไหเต้นประกอบดูเป็นความสวยงาม แต่ไม่ได้คุณสมบัติของเสียงดนตรีแต่อย่างใด

การพัฒนาไหให้เป็นไหสำหรับใช้เป็นเสียงดนตรี ได้เจาะรูเพิ่มที่ด้านข้างของไห เมื่อตีเสียงไหใหม่ก็จะมีความดังทุ้มกังวาน สามารถปรับระดับเสียงได้ตามที่ต้องการโดยการเติมน้ำลงไปในไห ซึ่งทำให้เสียงของไหสามารถอุ้มเสียงเพลงและคุมจังหวะได้อย่างไพเราะ เสียงไหใหม่ให้คุณค่าด้านดนตรีที่ดีมาก
เพลงสุระอินทร์ (สุรินทร์) หมายถึงพระอินทร์ผู้กล้าหาญ เป็นเครื่องหมายของตราประจำจังหวัดสุรินทร์ เมืองสุรินทร์มีดนตรีเจรียงกันตรึมซึ่งเป็นเพลงดั้งเดิมของวัฒนธรรมขะแมร์ เพลงสุระอินทร์เป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่ มีผู้ร่วมแสดงถึง 11 คน นำโดยหมอลำ โส้ทั่งบั้ง ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวโส้เพื่อขับไล่ผีหรือสิ่งชั่วร้าย การกระทุ้งกระแทกลำไม้ไผ่เป็นจังหวะดังๆ มีช่างฟ้อน นักแสดง มีเปียโน เชลโล กลองทั้งของอีสานและเครื่องจังหวะของสากล เพลงนี้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมและคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์มาก เสียงปรบมือดังสนั่น
คำถามของคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์เรื่องพื้นที่ทางวัฒนธรรมและพื้นที่เขตปกครอง เมื่อเขตการปกครองถูกแบ่งออกเป็นจังหวัดๆ อาทิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อุบลราชธานี แต่วัฒนธรรมดนตรีอีสานไม่ได้แบ่งตามเขตการปกครองแต่อย่างใด วัฒนธรรมดนตรีอีสานได้แพร่หลายออกไปโดยไม่จำกัดพื้นที่ ทำให้นักวิจัยมักเข้าใจว่าเขตการปกครองมีผลเหมือนแบ่งเขตเอกลักษณ์วัฒนธรรมดนตรีด้วย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่แตกต่างออกไป เพราะวัฒนธรรมดนตรีอีสานสามารถแพร่ออกไปทั่วโลกได้ ทั้งในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของเมืองอีสานอีกต่อไป

คำถามถึงวิธีการสร้างสรรค์เพลงใหม่นั้นทำอย่างไร ได้รับคำตอบว่า การสร้างสรรค์คือการเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน สามารถที่จะต่อเติมเสียง ทำนอง สีของเสียง จังหวะ รูปแบบการนำเสนอในเพลงใหม่ ทำเพลงใหม่ไม่ให้เหมือนเดิม ซึ่งนักดนตรีหรือศิลปินที่มีความสามารถทำงานออกมาใหม่หรือสร้างสรรค์ได้ไม่ยาก ต้องผ่านการฝึกฝนด้วยฝีมือที่สูงและแม่นยำ โดยเริ่มจากการเลียนแบบครู การฝึกซ้อมทำซ้ำๆ จนชำนาญ ความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้เพลงมีความแตกต่างออกไปจากเดิม เป็นวิธีการด้นหรือสร้างทางเปลี่ยนใหม่ ที่ยังอยู่บนรากฐานของเก่า กระทั่งกลายเป็นที่ยอมรับโดยเสียงปรบมือ
ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เพิ่งจะเริ่มต้นวิธีการสร้างสรรค์เพลงใหม่ เป็นการทดลองโดยอาศัยความรู้จากวิธีวิจัย ค้นคว้าหาความรู้จากครูสุดยอดฝีมือ ที่สำคัญก็คือ ทยารัตน์ โสภณพงษ์ เป็นนักดนตรีที่มีพื้นฐานฝีมือสูงอยู่แล้ว ประกอบกับเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ รู้จักครูผู้ใหญ่ ครูมีความเมตตาและให้คำแนะนำ เธอจึงสร้างงานเพลงออกมาได้อย่างสวยงาม ที่สำคัญก็คือ เธอได้รับความร่วมมือจากเพื่อนนักดนตรีและนักแสดงที่มีฝีมือสูง งานจึงออกมาเป็นงานที่ดีเยี่ยม

กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ วิทยากรที่ให้ความรู้ในการวิจัยและสร้างสรรค์งานใหม่ รวมทั้งนักดนตรีที่มีความสามารถสูงมาร่วมแสดง ประกอบกับการจัดการอย่างงานแสดงอาชีพ เป็นการลงทุนทำงานที่มีมาตรฐานสูง สามารถถ่ายทอดการแสดงออกสู่สาธารณะได้ทันที มิตรรักแฟนเพลงที่ติดตามสามารถดูผ่านสื่อออนไลน์ได้
ปัจจุบันยุคของเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสอบวิทยานิพนธ์ของทยารัตน์ โสภณพงษ์ ใช้การถ่ายทอดสด เป็นการแสดงสดและถ่ายทอดการสอบวิทยานิพนธ์ออกไปด้วย โดยผู้สนใจสามารถติดตามการสอบเหมือนกับการนั่งดูในห้องแสดง ทั้งยังสามารถกลับไปดูย้อนหลังได้อีก
ผลงานการสอบวิทยานิพนธ์ของทยารัตน์ โสภณพงษ์ เป็นหน้าตาและโฉมหน้าใหม่ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ความจริงแล้วดนตรีสร้างสรรค์เป็นสินค้าของชาติที่ทุกคนแสวงหา เพราะดนตรีเป็นพลังละมุนละไมที่เป็นสมบัติชาติ เป็นการนำอดีตมารับใช้ปัจจุบันและสร้างสรรค์เป็นผลงานใหม่ การสร้างความประทับใจ ความพึงพอใจเป็นความสุขของผู้ฟัง เมื่อความสุขถูกเปลี่ยนให้เป็นสินค้าก็เป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น
