เมื่อ 50 นักเขียนโลก เตรียมเช็กอิน หอสมุดเนียลสัน เฮส์ ปักหมุดเทศกาลวรรณกรรมนานาชาติ

28.10.23 | 12:21 น.
เมื่อ 50 นักเขียนโลก เตรียมเช็กอิน หอสมุดเนียลสัน เฮส์ ปักหมุดเทศกาลวรรณกรรมนานาชาติ
บรรยากาศเทศกาล Neilson Hays Bangkok Literature Festival 2019 ครั้งแรก

เมื่อ50นักเขียนโลก เตรียมเช็กอิน หอสมุดเนียลสัน เฮส์ ปักหมุดเทศกาลวรรณกรรมนานาชาติ

คอวรรณกรรมเตรียมตัวให้พร้อม พบกับการกลับมาสุดยิ่งใหญ่ งาน เทศกาลวรรณกรรมนานาชาติ Neilson Hays Bangkok Literature Festival 2023 (BLF2023) จัดกิจกรรมประจำปีอย่างอลังการ ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อัดแน่นความเข้มข้นมากกว่าเดิม โดยรวบรวมนักเขียนชั้นนำทั่วโลกกว่า 50 คน มาเยี่ยมเยือนแลกเปลี่ยนความคิดกัน ณ หอสมุดเนียลสัน เฮส์ ตึกทรงนีโอคลาสสิก อายุนับ 100 ปี ที่ตั้งตระหง่านบนย่านบางรัก กรุงเทพฯ งดงามด้วยการออกแบบอย่างมีมนต์ขลัง จากสถาปนิกคนสำคัญแห่งยุคโดย มารีโอ ตามัญโญ พร้อมยังมีกรุคอลเล็กชั่นหนังสือแรร์ไอเท็ม อย่างผลงานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ หนังสือที่ถูกเขียนโดย จอห์น เบาว์ริง และหนังสือภาษาอังกฤษกว่า 20,000 เล่มทั่วโลก

เรียกได้เป็นอีกแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญา และมีเรื่องราวอันชวนหลงใหล ที่สมาคมหอสมุดเนียลสัน เฮส์ ตั้งใจรักษาทำนุบำรุงพื้นที่เอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายที่จะกระตุ้นการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักการอ่าน เขียน และรักห้องสมุด ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจนักเขียนรุ่นใหม่ ชูความสำคัญงานวรรณกรรมกับบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมยุคใหม่ ที่จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 4-5 พฤศจิกายนนี้ ณ หอสมุดเนียลสัน เฮส์, บริติช คลับ, โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์, จักรพงษ์วิลล่า และ The Standard, Bangkok Mahanakhon

ไม่ยอมแพ้ให้เหลือแค่ ‘ร้านอาหาร’ เดินหน้าบิลด์คอมมูนิตี้ ‘คนรักห้องสมุด’

Advertisement

นับแต่การก่อตั้งหอสมุดเนียลสัน เฮส์ จากวันแรกถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 100 ปี

นลิน วนาสิน นายกสมาคมหอสมุดเนียลสัน เฮส์ เล่าว่า ที่นี่ถือเป็นสมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ต้องหารายได้เอง เป้าประสงค์สำคัญคือการสร้างคอมมูนิตี้ที่รักห้องสมุด รักการเขียน ไม่อยากยอมแพ้ให้คนเช่าเป็นร้านอาหาร

นลิน วนาสิน

“เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องโกยเงิน เอาแค่เราอยู่ได้ ไม่ขาดทุน จึงต้องหันไปหาเงินเพิ่มจากกิจกรรมที่จัด อย่างงานวรรณกรรมนานาชาติ พอมีคนเข้ามาดูคอนเสิร์ต กลายเป็นคนที่รู้จักและคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ก็จะสามารถเอารายได้มาบำรุงตึกนี้ ซึ่งเป็นโบราณสถาน ถือว่ามันเป็นสมบัติของชาติอันหนึ่ง ที่เราจะต้องช่วยกันดูแล ยิ่งถ้าเกิดนักท่องเที่ยวสนใจก็จะดี”

เราพยายามทำให้งานหนังสือมีความสนุก คือ เดินเข้ามาไม่ต้องจ่ายตังค์ นั่งฟังเวทีเสวนาที่มีการแปล 2 ภาษา เราพยายามทำให้มันเข้าถึงง่ายที่สุด มีการเพิ่มสีสันที่มีร้านค้าต่างๆ ร้านขายสินค้างานฝีมือ คราฟต์ งานศิลปะ รวมถึงโซนร้านอาหาร ที่เปิดพื้นที่ให้มานั่งกิน นั่งชิลคุยกันกับเพื่อน” นลินเล่าถึงรูปแบบงาน

สำหรับไฮไลต์ในครั้งนี้ มีการเปิดบ้าน เชิญเหล่านักคิด นักเขียน นักประพันธ์มือรางวัลระดับโลกมาร่วมพูดคุยถ่ายทอดมุมมอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบใกล้ชิดเกี่ยวกับบทบาทของวรรณกรรมและประเด็นทางสังคม อาทิ การเมือง สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน ฯลฯ หวังใช้เป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจนักเขียนรุ่นใหม่และส่งเสริมผลักดันวรรณกรรมไทยสู่ระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น เวิร์กช็อปการวาดภาพประกอบหนังสือ การวาดภาพเหมือนสำหรับเยาวชน และการเขียนวรรณกรรม รวมถึงกิจกรรมตลาดนัดงานคราฟต์อีกด้วย

ดร.โธมัส เฮย์เวิร์ด เฮส์ อาจารย์แพทย์คนแรกของ รพ.ศิริราช สร้างหอสมุดเป็นอนุสรณ์สถานความรัก หลังภรรยา เจนนี เนียลสัน เฮส์ เสียชีวิต ซึ่งอุทิศตนทำงานให้สมาคมหอสมุดกว่า 25 ปี

ล้อมวงดีเบตหลากประเด็นสังคม ผลักดันวรรณกรรมอาเซียน

นลิน ยังเล่าถึงแรงบันดาลใจอีกว่า ตั้งใจอยากจะให้นักเขียนต่างๆ ที่มางานเสวนาและคนทั่วไปได้มาฟัง แล้วเกิดแรงบันดาลใจ ให้กับคนไทยและคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยรักการอ่านการเขียน

“แน่นอนว่าเรายังให้ความสำคัญกับหนังสืออยู่ ถึงแม้เราเชื่อว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับหนังสืออย่างเดียว แต่มันเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวรูปแบบต่างๆ ที่สามารถต่อยอดได้จากการอ่าน เขียนหนังสือ เราอยากจะสนับสนุนในด้านนี้

นอกจากนี้ การเสวนาจะไม่ได้มีแค่เรื่องของวรรณกรรม หรือสารคดี แต่ว่าเราอยากจะดึงความสนใจแง่ของประเด็นทางสังคมต่างๆ ซึ่งตอนนี้ทุกคนในสังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ไม่ว่าจะเป็น สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ หรือสิทธิสตรี สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

เชื่อมั่นว่าการที่เอานักเขียนจากหลายๆ ประเทศ ที่ทำงานหลากหลายด้าน มาแลกเปลี่ยนกัน ไม่ว่าจะเป็นบนเวทีหรือนอกเวที ซึ่งนอกจากการขับเคลื่อนในเชิงสาธารณะแล้ว เรายังมีความมุ่งมั่นที่อยากจะสนับสนุนพื้นที่ของวรรณกรรมไทยอีกด้วย” นลินเผยความมุ่งมั่น

นอกจากนี้ ช่วงเย็นของงาน จะมีการเปิดวงสังสรรค์ให้ผู้คนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เหมือนกับการจุดประกายกันและกัน ที่คนไทยก็สามารถจุดประกายนักเขียนอเมริกันได้ นักเขียนเวียดนามก็จุดประกายนักเขียนไทยได้ แลกเปลี่ยนมุมมองการเขียน การคิด โปรโมตให้วรรณกรรมไทยได้เป็นที่รู้จัก

“เราหวังว่ากิจกรรมที่เราทำอยู่อาจจะเล็กๆ จะทำให้คนเกิดความสนใจอยากเอาหนังสือไปแปล อาจจะซื้อลิขสิทธิ์เอาไปทำเป็นหนังสือ ภาพยนตร์ เราก็เปิดกว้าง

อีกความตั้งใจหนึ่ง คือ การสนับสนุนนักเขียนในอาเซียน ที่เราเชิญมาค่อนข้างครบครันหลากหลาย ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ การจัดงานครั้งที่แล้วเมื่อปี 2019 อาจจะไม่ได้มีนักเขียนจากทุกประเทศในอาเซียน และต้องหยุดไปเพราะสถานการณ์โควิด แต่ปีนี้เรามีเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน

รวมทั้งมีกิจกรรมเวิร์กช็อปที่จะจัดขึ้นที่โรงแรมแมริออท ซึ่งกิจกรรมมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเขียน ภาพ 4D เกี่ยวกับสถาปัตยกรรม หรือกิจกรรมการเขียนภาษาสเปน เราพยายามที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้คนที่มีความสนใจอย่างหลากหลาย ให้เข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมศิลปะที่ให้เยาวชนเข้ามาทำ

สังคมเราก็ต้องการกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ เช่น นักเขียนชาวมาเลเซีย ที่วาดภาพประกอบปกหนังสือเกี่ยวกับพืชพันธุ์ในท้องถิ่นที่คนหลงลืมไปแล้ว ครั้งนี้เขาจะมาเปิดเวิร์กช็อปให้คนที่มาร่วมงานได้วาดภาพดอกไม้ ต้นไม้เหล่านี้” นลินกล่าว

กระทบไหล่นักเขียนอินเตอร์ จุดประกายสังคมลุ่มลึก

นลิน ยังเล่าเบื้องหลังการคัดเลือกประเด็นสำคัญในงานนี้ว่า มีทีมงานที่มองถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น ประเด็น LGBTQ+ แทนที่จะพูดถึงความหลากหลายทางเพศแบบทั่วไป แต่มองถึงว่าสถานการณ์ตอนนี้ในหลายประเทศ “ฝั่งขวาจัด” เริ่มส่งเสียงดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนขาวจากประเทศฝั่งยุโรป หรืออเมริกาก็ตาม

“มันมีคนที่เหยียดผิว ส่งเสียงดังขึ้นมา มันเป็นเรื่องปัจจุบันที่ต้องคุยให้ลึกลงไป จากนักสิทธิมนุษยชนและนักเขียนชื่อดัง ว่ามีบทเรียนอะไรที่เราต้องเรียนรู้ พยายามที่จะเจาะประเด็นให้ลงลึกลงไป มันเป็นการเอาคนที่เขียนเรื่องราวต่างๆ มาคุยกันในมิติที่ขยายเพิ่มขึ้น

ทุกช่วงของเวทีเสวนา หากภาษาอังกฤษเราก็จะมีล่ามแปล ใส่หูฟังแปลเป็นไทย และช่วงนักเขียนไทย ก็จะมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ สรุปแล้วก็จะเป็นกิจกรรมแบบ 2 ภาษา โดยไฮไลต์ปีนี้มีหลายท่าน ซึ่งเราก็รู้สึกตื่นเต้นที่หลายท่านตอบรับเรา อาทิ เบอร์นาร์ดีน เอวาริสโต (Bernardine Evaristo) เป็นเจ้าของรางวัล Booker Prize ปี 2019 เขาเขียนเกี่ยวกับผู้หญิงและมีความหลากหลายทางชนชั้นและสีผิว ความน่าสนใจของผลงาน “Girl, Woman, Other” เขาเล่าผ่านมุมมองตัวละครที่มีหลายคาแร็กเตอร์ หลากสีผิว ส่วนใหญ่ที่เราอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เราก็จะไม่ได้เห็นมุมมองของคนกลุ่มน้อย บางทีคนจะคิดว่าคนกลุ่มน้อยก็จะมีแค่คนผิวดำ แต่จริงๆ ในอเมริกาคนกลุ่มน้อยรวมไปถึงกลุ่มคนเอเชียด้วย

เราอยากจะดึงประเด็นของคนกลุ่มน้อยที่มีมุมมองความหลากหลาย อันนี้เราไม่ได้มองจากมุมมองของไทย แต่ เบอร์นาร์ดีน เขามีความสำคัญในตะวันตกเพราะเหตุนี้ เพราะเขาได้ดึงคนกลุ่มน้อยที่มีอัตลักษณ์หลากหลายขึ้นมา ซึ่งบางทีวรรณกรรมในตะวันตก อาจจะไม่ได้มีงานแบบนี้เยอะ” นลินเล่าถึงไฮไลต์

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งในผลงานที่น่าสนใจ จาก เหวียน ฟาน เกม ไม (Nguyễn Phan Quế Mai) นักเขียนชาวเวียดนาม

 

“ก่อนนี้เขาเขียนหนังสือเป็นภาษาเวียดนาม ต่อมาเริ่มมาเขียน The Mountains Sing ผลงานภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งทำให้คนต่างประเทศ ได้อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์สงครามเวียดนาม จากมุมมองของคนเวียดนาม ซึ่งมันไม่ค่อยมีเยอะสักเท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนต่างประเทศเข้ามาเขียนเรื่องราวของเขา แต่อันนี้มันมาจากภายในประเทศ

อีกหนึ่งคนที่น่าสนใจ คือ วิลล์ ชวาลบ์ (Will Schwalbe) อันนี้สำหรับคนที่ชื่นชอบวรรณกรรม บางคนเขาก็จะชอบเขียนแนว “Writing about book” ว่าหนังสือเล่มนี้สามารถช่วยให้เขาผ่านพ้นวิกฤตในชีวิตมาได้อย่างไร เขากำลังดิ้นรนในการหลุดพ้นจากปัญหาในชีวิต หนังสือเล่มนี้จะทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร มันให้มุมมองที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน

เรื่องแรกที่ดังมาก คือ The End of Your Life Book Club ตอนนั้นแม่เขาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วกลายเป็นว่าการที่เขาไปเจอแม่ ไปเฝ้าแม่ทำคีโม เขาก็จะพูดถึงหนังสือกับแม่ จนกลายเป็นเหมือนว่าเขาสร้าง book club ขึ้นมา 2 คน สำหรับแม่ ลูก เขาก็จะชวนกันอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับแม่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

ด้านประวัติศาสตร์ก็สำคัญอย่าง หนังสือ Midnight in Chernobyl ผลงานของ อดัม ฮิกกิ้นบอทแธม (Adam Higginbotham) เล่มนี้เขาไปค้นข้อมูลของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Chernobyl ซึ่งเราคนนอกก็จะคิดว่าการที่มันระเบิดเป็นอุบัติเหตุ แต่จริงๆ แล้วมันสามารถป้องกันได้ ถ้าเกิดสหภาพโซเวียต ไม่ได้มีวัฒนธรรมปกปิดความจริง ลูกน้องไม่บอกนาย ซึ่งมันเหมือนกับประเทศไทยในบางจุด มันเป็นเรื่องของการกดความจริงเอาไว้” นลินเล่าลงรายละเอียด

ไม่เพียงเท่านั้น โจแอล เกอกิส (Joëlle Gergis) นักเขียนและผู้เขียนรายงานการประเมิน ครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ยังเตรียมแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจ ที่ยังคงมีความหวังอยู่บ้าง ในการปลุกใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาปกป้องโลก โดยมี โดมินิค จักรพงษ์ (Dominic Chakrabongse) ผู้ที่พยายามแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก จาก Precious Plastics ร่วมเติมเต็มการสนทนาด้วย

ตอนนี้คนไทยอ่านอะไรกัน? จับชีพจรยุค ‘คอนเทนต์’ ครองโลก?

จากนั้นกลับมายังวงวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ซึ่ง นลินเล่าถึงคนรุ่นใหม่อย่าง พิม หวังเดชะวัฒน์ หรือ ไม้ นาร์โดน (Mai Nardone) ซึ่ง “ค่อนข้างอินเตอร์” เพราะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ไปหาเอเยนซี่ที่อังกฤษ และอเมริกาเอง แล้วได้ตีพิมพ์

“มันเหมือนเขาเป็นนักแสดงไทย ได้ไปแสดงหนังฮอลลีวู้ดแล้ว ซึ่งน่าดีใจมากที่คนรุ่นใหม่สามารถผลักดันงานของตัวเองได้

การพูดคุยในช่วงเสวนานักเขียนไทย ก็จะมาคุยกัน จับชีพจรวรรณกรรมไทย ประเด็นที่ตอนนี้คนไทยอ่านอะไรกัน วงการนักอ่านเป็นอย่างไรและไปถึงไหนแล้ว มันหมายความว่าอะไรสำหรับนักเขียน ที่พยายามสร้างงานขึ้นมาในยุคนี้ เราจะมีการถกเรื่องสื่อ ว่าในยุคนี้สื่อโซเชียลมีเดียมันมีคอนเทนต์ที่มาแข่งกับพวกสื่อ โดยเฉพาะข่าว มันแปลว่าอะไรในความรับผิดชอบของเรา ในฐานะของผู้เสพและผู้ผลิตสื่อมันมีอะไรบ้าง” นลินเผย

สำหรับเวทีสุดปังสู่การตั้งคำถามต่อวงการวรรณกรรมไทย The State of Reading: Who Is the Audience for Thai Literature จริงหรือไม่ วรรณกรรมแปลมีแฟนพันธุ์แท้มากกว่าวรรณกรรมไทย แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้อ่านมีใจให้วรรณกรรมไทยมากขึ้น ร่วมล้อมวงพูดคุยกับนักเขียนวรรณกรรมไทย ที่ชื่อเสียง อาทิ อุรุดา โควินท์ และ วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง, อาทิตย์ ศรีจันทร์ นักวิจารณ์วรรณกรรม ร่วมวงสนทนาโดย โตมร ศุขปรีชา เป็นต้น

ถือเป็นอีกเทศกาลห้ามพลาด สามารถเข้าร่วมฟังเสวนาและกิจกรรมเวิร์กช็อปฟรี โดยสงวนสิทธิให้ผู้ที่มาก่อนได้จับจองพื้นที่ก่อน หรือหากต้องการที่นั่งพิเศษตลอดงาน สามารถซื้อบัตร Day Pass เพื่อจองล่วงหน้า ได้ในราคา 600 บาทต่อวัน จากเว็บไซต์ www.bangkokliteraturefestival.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Neilson Hays Library โทร 0-2233-1731

ภูษิต ภูมีคำ