เริงโลกด้วยจิตรื่น : ประโยชน์‘บทสวด’
มีการถกเถียงกันอยู่บ่อยๆ ว่า การเรียนรู้หรือกระทั่งการปฏิบัติธรรม ต้อง “สวดมนต์แค่ไหน”
ลองติดตามกันดูเถอะ จะพบว่าถกเถียงกันไม่จบทุกยุคทุกสมัย
ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าบทสวดเป็นความจำเป็น ด้วยเหตุผลว่าอย่างน้อยเป็นการสร้างสมาธิ หรือเป็นการร่วมกิจกรรมในทางธรรมกับกัลยาณมิตร ซึ่งจะทำให้เป็นพลังส่งเสริมกันและกัน เวลาที่ใช้ไประหว่างสวดเป็นการบังคับให้เดินอยู่ในทางธรรม
แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นความจำเป็น จะมองว่า การส่งเสียงสวดที่ไม่รู้ความหมายนั้นเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มีน้อย สู้เอาเวลาไปใช้กับการอ่าน การฟัง หรือการฝึกปฏิบัติย่อมยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นมากกว่าที่จะใช้ไปอย่างนกแก้ว นกขุนทอง
ความเห็นต่างเช่นนี้ อย่างที่บอกมีมาตลอดทุกยุคทุกสมัย และจะมีต่อไป
ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากจริตของคนเราไม่เหมือนกัน ความรู้ที่แตกต่างทำให้เกิดความคิดที่แตกต่าง ส่งผลให้ต่างคนต่างแสดงออกไปตามความคิดนั้น
แต่ ณ ที่นี้ จะเสนอความเห็นว่า “บทสวด” คือ “สิ่งสำคัญของชีวิต”
เป็นการนำเสนอในมุมที่ว่า หากเราทำความเข้าใจความหมายของคำในบทสวดได้ “พุทธมนต์” นั้นจะส่งผลต่อความเข้าใจในธรรมเป็นอย่างมาก
หากเราเริ่มจากการได้เรียนรู้ว่าการปฏิบัติธรรมคือ “การปรับจูนจิตสำนึกอันหมายถึงความรู้ตัวให้ข้ามพ้นภาพสมมุติอันเกิดจากความคิดหรือที่เรียกว่ากระบวนการปรุงแต่ง ไปสู่สัจธรรมคือความจริงแท้”
เราจะพบว่า “ความจริงแท้ที่พ้นจากการปรุงแต่ง หรือที่เรียกว่าสิ่งที่เป็นไปตามกฎธรรมชาตินั้น ชี้แนะให้เห็นได้ด้วยบทสวดมนต์”
จะว่าไป ทุกบทสวดมนต์ล้วนเป็นไปเพื่อเข้าถึงความเป็นจริงที่ไม่แปรเปลี่ยน หรือที่เรียกว่า “อมตธรรม” เป็น “อสังขารธรรม”
เพียงแต่บางบทสวดมนต์ชี้ให้เดินตามพระศาสดา คำสอน และสาวก ทั้งด้วยศรัทธาและด้วยปัญญา บางบทเป็นไปเพื่ออธิบายทางและนำทางพาเดินสู่อมตธรรมนั้น, และมีไม่น้อยที่อธิบายเพื่อให้เห็นภาพเมื่อบรรลุถึงภาวะที่เป็นอมตธรรมนั้น
บทสวดเหล่านี้เป็นเหมือนคลื่นโทรทัศน์ หรือวิทยุ ที่ปล่อยเนื้อหาแตกต่างกันมาสู่จิตของแต่ละคนที่จะเลือกรับเอาตามคลื่นที่เข้ากับความต้องการของคนคนนั้น แตกต่างกันไปตามความรู้ ความเข้าใจ ความชื่นชอบประทับใจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น การรู้ความหมายของ “บทสวด” มีความสำคัญยิ่ง เพราะจะนำไปสู่การชื่นชอบอย่างเห็นประโยชน์ อย่างน้อยเป็นศรัทธาอย่างผู้รู้ คือ รู้ว่าชื่นชอบเพราะอะไร ไม่ใช้ศรัทธาอย่างหวังผลไปโดยไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
การรู้ความหมายของ “บทสวด” จะทำให้การสวดมนต์เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง คือรู้ว่าวิถีชีวิตและการปฏิบัติของศาสดา หรือครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร การจะเดินตามหรือเดินร่วมในวิถีเช่นนี้จะต้องทำอย่างไร มีเครื่องไม้เครื่องมืออย่างไร และการเดินไปในวิถีนั้นจะเป็นเหตุให้ไปถึงที่ใด ที่นั่นเป็นอย่างไร หล่อหลอมภาวะจิตแบบไหนให้เกิดขึ้น
หากเข้าใจถึงความหมายของบทสวด พร้อมๆ กับเห็นประโยชน์จากความหมายนั้น จะรับรู้ว่าบทสวดคือ “สิ่งสำคัญของชีวิตที่เดินทางในสายนักปฏิบัติธรรม”
เพราะการเข้าถึงธรรมะ แม้อธิบายให้คนอื่นฟังไม่ได้ หรือทำให้ใครเข้าใจตามได้ลำบาก แต่จะต้องอธิบายให้ตัวเองเข้าใจได้
ความรู้และเข้าใจความหมายของบทสวด คือเครื่องมือที่ทรงคุณภาพในการอธิบายกับตัวเองเพื่อเป้าหมายดังกล่าว

