ท่ามกลางสภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา สยามค่อยๆ พัฒนาประเทศสู่ความเป็นสมัยใหม่แบบตะวันตกเพื่อแสดงออกถึงความทันสมัยของราชสำนักสยาม และลบข้อท้าทายเรื่อง ‘ความไม่ศิวิไลซ์’ ทั้งในแง่เทคโนโลยี การศึกษา การขยายตัวของเศรษฐกิจแบบเงินตรา รวมไปถึงการพัฒนาระบบสาธารณสุข
นำมาซึ่งสตรีผู้ศิวิไลซ์ ‘ไม่อยู่เหย้า ไม่เฝ้าเรือน’ หากแต่เปิดประตูออกสู่พื้นที่สาธารณะในฐานะ ‘นางผดุงครรภ์’ และ ‘พยาบาล’ ในยุคแรกๆ ที่ผู้หญิงมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาแผนตะวันตกและออกสู่โลกกว้างผ่านวิชาชีพดังกล่าว
ปรากฏรายละเอียดใน ‘สยามโมเดิร์นเกิร์ล’ หนังสือขายดี ท็อป 10 อันดับ ประจำบูธ ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เพิ่งจบลงไปหมาดๆ
ว่าแล้ว ต้องขอเปิดบทสนทนากับ ผศ.ดร.ภาวิณี บุนนาค อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เจ้าของผลงานการค้นคว้าอย่างละเอียดลึกซึ้ง เปิดเผยพื้นที่ชีวิตจริงของผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงเวลา ‘เปลี่ยนผ่าน’ จากสังคมจารีตสู่สังคมสมัยใหม่ หลังเคยเผยแพร่ผลงานคุณภาพ ‘รักนวลสงวนสิทธิ์’ กรุยทางมาก่อนแล้วเมื่อปลายปี 2563
•เนื้อหาหลักที่ต้องการสื่อสารผ่าน‘สยามโมเดิร์นเกิร์ล’ คืออะไร?
หนังสือสยามโมเดิร์นเกิร์ลพูดถึงกลุ่มผู้หญิงตามจารีตประเพณีในประวัติศาสตร์ โดยศึกษาจากวิชาชีพนางพยาบาลและนางผดุงครรภ์ เพราะเป็นผู้หญิงที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านทางสังคมจารีตประเพณี สู่ในสังคมสมัยใหม่ ผ่านมุมมองในฐานะตัวแทนผู้หญิงกลุ่มแรกที่ออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ออกมาเรียนหนังสือข้างนอก ออกมารับการศึกษาแบบใหม่ และออกมาทำงานในพื้นที่นอกบ้าน ทั้งในโรงพยาบาล รวมถึงเป็นนางพยาบาลตามบ้าน
หลักๆ แล้ว ต้องการเปิดเผยพื้นที่ของคนที่มีชีวิตอยู่จริงในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน จากสังคมจารีตมาสู่สังคมสมัยใหม่ เพื่อให้เห็นว่าคนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่อย่างไร
ในประวัติศาสตร์มีการพูดถึงผู้หญิงในเชิงของนโยบายการปฏิรูปให้ทันสมัย และการศึกษาของผู้หญิงในบริบทกว้างๆ แต่ยังไม่เห็นตัวตนของผู้หญิงเหล่านั้นจริงๆ ยังไม่ได้ให้ภาพที่มันเป็นตัวบุคคลขึ้นมา ในหนังสือเล่มนี้ตั้งใจที่จะทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตผู้หญิง เป็นตัวเป็นตนว่าใช้ชีวิตอย่างไรกันบ้าง เขาทำอะไรกันบ้างในระยะเวลาดังกล่าว
นอกจากเหตุผลที่ว่า ‘พยาบาล’ และ ‘นางผดุงครรภ์’ คือกลุ่มแรกๆ ของผู้หญิงที่มีบทบาทในสาธารณะแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกหรือไม่ ยังมีอาชีพอื่นๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เปิดให้สตรีมีพื้นที่อีกไหม?
โจทย์แรกเลย คือตั้งใจศึกษาเรื่องกลุ่มผู้หญิง ในช่วงเวลานั้นกลุ่มอาชีพผู้หญิงที่ออกมาสู่โลกสาธารณะมี 2 อาชีพให้เลือก คือ นางพยาบาล นางผดุงครรภ์ และครู อาจารย์ แต่เมื่อศึกษาข้อมูลลึกๆ แล้วอาชีพนางพยาบาล และนางผดุงครรภ์นั้นเกิดขึ้นก่อนอาชีพครู จึงตัดสินใจเริ่มศึกษาผู้หญิงในอาชีพกลุ่มนี้ก่อน
นอกจากนี้ อาชีพนางพยาบาลมีลักษณะการทำงานที่น่าสนใจกว่า เช่น ต้องออกมาทำงานที่โรงพยาบาล ต้องจับเนื้อต้องตัวคนไข้ และสมัยก่อนก็มีการออกไปดูแลคนไข้ถึงต่างจังหวัด จึงเห็นถึงการออกมาสู่พื้นที่สาธารณะที่ชัดเจนกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มของครู ซึ่งในช่วงเวลานั้นอาชีพครูยังมีการแยกครูโรงเรียนชาย–โรงเรียนหญิงกันอยู่
•ทำไมสังคมไทยในอดีตจึงไม่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงในแง่การทำงานนอกบ้าน
เพราะผู้หญิงถูกคาดหวังในบทบาทของการเป็นเมียและแม่ ในส่วนของบทบาทในพื้นที่สาธารณะจะถูกจำกัดไว้ให้กับผู้ชาย เช่น พวกงานราชการต่างๆ
•ความท้าทายและสิ่งที่ยากที่สุดของการเรียบเรียง ‘สยามโมเดิร์นเกิร์ล’คืออะไร?
โจทย์ในการเขียนหนังสือเล่มนี้ คือต้องการเขียนถึงชีวิตจริงๆ ของผู้หญิง จึงต้องรวบรวมเรื่องราวของชีวิตให้ได้มากที่สุด ซึ่งค่อนข้างยาก ไม่ใช่ว่าไม่มีหลักฐาน แต่เพราะงานของผู้หญิงค่อนข้างไม่ได้รับความสำคัญกับบทบาทในพื้นที่สาธารณะ ไม่ถูกจดบันทึกหรือเก็บหลักฐานเอาไว้มากนัก
การเขียนไม่ได้ยากเท่าการไปสืบหาประเด็นตามสิ่งที่คิด เพราะมันเป็นเรื่องของบุคคล หลักๆ จึงใช้หลักฐานจาก ‘หนังสืออนุสรณ์งานศพ’ รวมถึง ‘จดหมายเหตุ’ ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนพยาบาล มีรายชื่อของผู้หญิง มีกฎระเบียบและนโยบายต่างๆ เราก็มีวิธีการอ่าน และสกัดออกมา ว่าภายใต้เงื่อนไขที่ผู้หญิงมาสมัครเรียนนั้นเขามีชีวิตอย่างไร
หนังสืองานศพให้ข้อมูลพื้นฐานถึงภูมิหลังว่าผู้หญิงท่านนั้นเป็นใคร มาจากครอบครัวแบบไหน พื้นเพ และพื้นฐานการศึกษาเป็นอย่างไร ก่อนที่จะได้รับการศึกษาในโรงเรียนพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดถึงการทำงาน มีเพื่อนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เชื่อมไปถึงเรื่องอื่นได้ เพราะรายชื่อผู้หญิงไม่ได้ถูกบันทึกแบบเป็นระบบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ‘คำไว้อาลัย’ ในช่วงนั้นนิยมเขียนคำไว้อาลัยจากเพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าถึงความประทับใจในช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ตั้งแต่สมัยเรียน หรือเคยไปเที่ยว ทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นชีวิตจริงในเรื่องส่วนตัว
อีกประเด็นที่ยากคือผู้หญิงเมื่อแต่งงานก็เปลี่ยนนามสกุล ในอนุสรณ์งานศพ เราได้ชื่อของนักเรียนพยาบาลศิริราชทั้งหมด แต่ยากมากที่จะตามหา เพราะมีทั้งการเปลี่ยนชื่อและนามสกุล ส่วนใหญ่คนที่ถูกบันทึก คือผู้หญิงที่ลูกหรือสามีทำหนังสืองานศพให้ ก็ใช้วิธีการสืบต่อเอา อย่างเช่นผู้หญิงคนนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นคนไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ก็สืบค้นไปเรื่อยๆ ความยากของมันคือการค่อยๆ ปะติดปะต่อต่อเรื่องราวนั่นเอง
•ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเป็นผลงานคุณภาพติดท็อป 10?
ในการปะติดปะต่อเรื่องราวกว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ใช้เวลาถึง 2 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างนานพอสมควร ขั้นตอนที่ใช้เวลามาก คือการค้นหาและเรียบเรียงข้อมูลที่ต้องเก็บมาให้ได้เยอะพอสมควร แล้วนำมาปะติดปะต่อให้เป็นเรื่องราว ในจำนวนข้อมูลที่หามาแล้วยังกระจัดกระจายอยู่ มันไม่ได้ตอบโจทย์เราทันที โจทย์ของเราต้องร้อยเรียงเรื่องราวออกมาให้ได้ จึงจะมองเห็นชีวิต เข้าใจเรื่องราวของผู้หญิงเหล่านั้น ซึ่งเราต้องอยู่กับข้อมูลให้เยอะๆ จริงๆ พอได้ข้อมูลในระดับหนึ่งก็จะเห็นทิศทางของผู้หญิงกลุ่มนี้ว่าพอเรียนจบแล้ว จะมีกี่เส้นทางที่เขาเลือกใช้ชีวิต เส้นทางหนึ่งไปแต่งงาน เส้นทางหนึ่งเป็นนางพยาบาลในโรงพยาบาล อีกเส้นทางหนึ่งคือไปเป็นนางพยาบาลส่วนตัว เมื่อเก็บข้อมูลได้ระดับหนึ่งแล้วก็มาแบ่งกลุ่มจำแนกในแต่ละสมัย แต่ละบุคคล แล้วร้อยเรียงออกมา
•บทสรุปและบทเรียนจากสยามโมเดิร์นเกิร์ลที่ส่งผ่านถึงสังคมปัจจุบันคืออะไรบ้าง?
หนังสือสยามโมเดิร์นเกิร์ลมีความโดดเด่นในเรื่องของตัวข้อมูลระดับหนึ่ง ในวิธีการหาข้อมูล ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และเรียบเรียงออกมา ในแง่ประโยชน์ของวิธีวิจัยในทางประวัติศาสตร์ สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้ ในแง่สังคมหนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นว่าในการเปลี่ยนผ่าน ย่อมมีการเลือกรับและปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้เหมาะสม
ขณะที่ชนชั้นปกครองมีการสงวนรักษาอำนาจต่างๆ ทั้งโครงสร้าง จารีตประเพณี สู่สังคมจารีตสมัยใหม่ ซึ่งในการเคลื่อนผ่านนี้ก็จะสามารถตอบโจทย์สังคมไทยในปัจจุบันไทยได้ในระดับหนึ่ง
สั่งซื้อ สยามโมเดิร์นเกิร์ล ทางออนไลน์ได้ที่ www.matichonbook.com สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360 (จันทร์–ศุกร์ 08.30-17.30 น.)
ชญานินทร์ ภูษาทอง

