
ชวนเดินชมตึกสวย ที่เมืองจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง
โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลกและมรดกสถาปัตยกรรม
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแหล่งมรดกโลกสำคัญที่มีบริบทแวดล้อมคล้ายคลึงและแสดงออกถึงความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เมืองท่าต่างๆ ของไทยอย่างแนบแน่น คือ เมืองมะละกา และ จอร์จทาวน์ เกาะปีนัง ซึ่งประสบความสำเร็จในการยกย่องเป็นแหล่งมรดกโลก ทำให้การทิศทางการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในเมืองท่าต่างๆ ของไทยได้กำหนดให้เป็นเป้าหมายในการอนุรักษ์และการพัฒนา เช่น เมืองสงขลา เมืองภูเก็ต เมืองตะกั่วป่า เป็นต้น
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ทาง ศูนย์ข้อมูลมติชน สำนักพิมพ์มติชน มติชนอคาเดมี ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยแบบบูรณาการด้านมรดกโลก เมืองสร้างสรรค์ และภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดทริปสถาปัตยกรรมสัญจร MIC INTER TRIP#04 จอร์จทาวน์ เกาะปีนัง: จากเมืองท่าประวัติศาสตร์สู่เมืองมรดกโลก ในวันเสาร์ที่ 25-วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566

โดยผู้พาเที่ยวในทริปนี้คือ รศ.ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลกและมรดกสถาปัตยกรรม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พาชมตึกสวยๆ หลายรูปแบบ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับมรดกสถาปัตยกรรมของจอร์จทาวน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการมองย้อนกลับมาพินิจพิเคราะห์ตัวตนของเมืองเก่า และเมืองท่าต่างๆ ของประเทศไทยต่อไป
ก่อนที่จะถึงทริปดังกล่าว ทางศูนย์ข้อมูลมติชนได้คัดข้อมูลเบื้องต้น [จากหนังสือเรื่อง จอร์จทาวน์ เกาะปีนัง: จากเมืองท่าประวัติศาสตร์สู่เมืองมรดกโลก เกรียงไกร เกิดศิริ และคณะ. ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยแบบบูรณาการด้านมรดกโลก เมืองสร้างสรรค์ และภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. 2564] มานำเสนอ ก่อนที่จะเจาะลึกเดินชมแบบละเอียดในทริปดังกล่าว
ฟรานซิส ไลท์ กับการเริ่มพัฒนาเกาะปีนัง
การสร้างชุมชนเมืองเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมืองท่าการค้านานาชาติเกาะปีนังนั้นได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1786 (พ.ศ.2329) นับตั้งแต่ นาวาเอก ฟรานซิส ไลท์ ประสบความสำเร็จในการเจรจาขอเช่าเกาะปีนัง และขอพระราชทานนามเกาะว่าปรินซ์ออฟเวล สร้างชุมชนเมือง และตั้งชื่อ “เมืองจอร์จทาวน์ (George Town)”
ในช่วงแรกของการสร้างบ้านแปงเมือง ได้มีการสร้างอาคารต่างๆ เพื่อเป็นอาคารที่ทำการของรัฐ และการก่อสร้างอาคารสำหรับการอยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริติชอินเดียตะวันออกโดยใช้รูปแบบบ้านที่ปลูกสร้างกันตามเมืองท่าต่างๆ ในชายฝั่งทะเลอ่าวเบงกอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอังกฤษ ถือว่าเป็น “เรือนบังกะโลแบบอาณานิคม (Colonial Bungalow)”
คำว่า บังกะโล มาจากไหน?
คำว่า “บังกะโล (Bungalow)” เริ่มปรากฏใช้กันในราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยมีรากศัพท์มาจากคำเรียกชื่อ “กระท่อมแบบชาวเบงกอล (Bangala Hut)” มีลักษณะเป็นเรือนที่มีระเบียงล้อมรอบ สร้างอยู่ในแถบภูมิภาคเบงกอล อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ซึ่งเรือนที่ก่อสร้างในปีนังมีลักษณะเป็นอาคารเครื่องไม้ยกใต้ถุนสูงมีระเบียงล้อมรอบ มุงหลังคาด้วยวัสดุธรรมชาติ เรียกเรือนที่ก่อสร้างในห้วงเวลานี้ว่า “บังกะโลแบบปีนังระยะต้น (Early Penang Bungalow)” ซึ่งความนิยมในการก่อสร้างนั้นทอดอายุลงมาจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 20 หรือราว ค.ศ.1910 (พ.ศ.2453)
รูปแบบสถาปัตยกรรมที่จอร์จทาวน์
เมื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองด้านต่างๆ ทำให้จอร์จทาวน์มีสถานะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสและมากด้วยความท้าทาย ที่ดึงดูดให้ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะชาวอินเดีย และชาวจีน ซึ่งในระยะต้นๆ ของการสร้างบ้านแปงเมืองนั้น ชาวอินเดียดูจะมีบทบาทสูงเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเครืออาณานิคม การปลูกสร้างบ้านร้านค้าที่จัดสรรพื้นที่ภายในตอบโจทย์ทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่พาณิชยกรรมจึงเริ่มเกิดขึ้น โดยปลูกสร้างเป็นอาคารชั้นเดียว หรือสองชั้น และมุงหลังคาด้วยวัสดุธรรมชาติ และยังสะท้อนกลิ่นอายสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของภูมิภาคมรสุมอยู่ ทั้งนี้ เรียกบ้านร้านค้าที่ปลูกสร้างในระยะต้นนี้ว่า “รูปแบบพื้นถิ่นปีนังระยะต้น (Early Penang Style)” ซึ่งนิยมก่อสร้างในราว ค.ศ.1790s-1850s (พ.ศ.2333-2393)
ต่อมาการพัฒนาจอร์จทาวน์มีพลวัตมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อชาวจีนโพ้นทะเลที่เดินทางออกมาจากมาตุภูมิเพื่อแสวงหาโอกาสและที่ทำกินใหม่ ก็ได้นำพาแบบแผนการปลูกสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์ติดตัวมาด้วย นำพาให้เกิดรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “รูปแบบสรรค์ผสานนิยมนิคมแบบจีนตอนใต้ (Southern Chinese Eclectic Style)” ซึ่งเกิดขึ้นในราว ค.ศ.1840s-1910s (พ.ศ.2383-2453) ซึ่งตัวแบบแผนทางสถาปัตยกรรม เทคนิคเชิงช่าง และการประดับตกแต่งแสดงออกถึงความสัมพันธ์กับบ้านร้านค้าแถบจีนตอนใต้ แถบกวางตุ้ง, เซียะเหมิน ซึ่งเป็นดินแดนมาตุภูมิที่ตนจากมา

แบบแผนทางสถาปัตยกรรมแบบสรรค์ผสานนิยมจีนตอนใต้นี้ไม่ปรากฏว่าได้ส่งบทบาทไปยังการออกแบบสร้างสรรค์เรือนบังกะโล สันนิษฐานได้ว่าอาคารรูปแบบบังกะโลดังกล่าวนั้นเป็นอาคารที่อยู่อาศัยของบรรดาเจ้าหน้าที่ และคหบดีชาวตะวันตก ซึ่งชาวจีนโพ้นทะเลนั้นเพิ่งอพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาใหม่จึงยังไม่ได้สั่งสมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมมากนัก จึงยังไม่มีการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของตนเป็นอาคารแบบคฤหาสน์หรือบังกะโล
ในเวลาต่อมาเกิดการผสมผสานบูรณาการทางวัฒนธรรมของผู้คนที่หลากหลาย ตลอดจนสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ดังแสดงออกผ่านผลงานสร้างสรรค์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารที่พักอาศัยประเภทบังกะโลและบ้านร้านค้า ที่แสดงออกถึงความนิยมในรูปแบบทางศิลปะสถาปัตยกรรมตะวันตกหลากหลายยุคสมัย รวมทั้งบริบทความเป็นพื้นถิ่น และความเป็นจีนถูกออกแบบผสานกันจนเป็นเอกลักษณ์และตัวตนของพื้นที่ เรียกว่า “รูปแบบสรรค์ผสานนิยมนิคมช่องแคบระยะต้น (Early Straits Eclectic Style)” ที่มีความนิยมก่อสร้างในราว ค.ศ.1890s-1920s (พ.ศ.2433-2463) ซึ่งมีความนิยมในการก่อสร้างทั้งอาคารบังกะโล และบ้านร้านค้า
ต่อมาในราว ค.ศ.1910s-1930s (พ.ศ.2453-2473) การก่อสร้างบังกะโลและบ้านร้านค้ามีความนิยมในการประดับตกแต่งที่รุ่มรวยมากยิ่งขึ้น ด้วยมีการตกผลึกต้นทุนหลากมิติภายในพื้นที่เกิดเป็นการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมใน “รูปแบบสรรค์ผสานนิยมนิคมช่องแคบระยะปลาย (Late Straits Eclectic Style)” ซึ่งก็มีความนิยมนำรูปแบบมาใช้ในการก่อสร้างทั้งบังกะโลและบ้านร้านค้า
ต่อมาพลวัตของการออกแบบในระดับสากลมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยมีเทคโนโลยีการขนส่งที่ก้าวหน้า เทคโนโลยีการก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้ การรับรู้ต่อรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมแบบใหม่นั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการจากนิทรรศการศิลปอุตสาหกรรมและมัณฑนศิลป์สมัยใหม่ (Exposition Internationale des Arts Dcoratifs et Industriels Modernes) ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ.1925 (พ.ศ.2468) และได้ขยายแนวความคิดดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรูปแบบอาร์ตเดโค และรูปแบบสมัยใหม่ในระยะต้น ประจวบกับในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการพัฒนาเมืองท่าสำคัญของจีนและภูมิภาคเอเชีย คือ เมืองเซี่ยงไฮ้ จึงวางผังเมืองและการก่อสร้างอาคารต่างๆ จำนวนมาก และได้นำรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตเดโคมาใช้ในการออกแบบก่อสร้าง จึงสันนิษฐานว่าความนิยมรูปแบบอาร์ตเดโคในการออกแบบก่อสร้างอาคารบนเกาะปีนังนั้นได้รับอิทธิพลมาจากเซี่ยงไฮ้ ภายใต้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจการค้าและเครือญาติของชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ทำให้รูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคเข้ามาแพร่หลายในการก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรม และแหล่งบันเทิงที่ต้องการแสดงออกถึงความเป็นสมัยใหม่ เช่น ศูนย์แสดงยานพาหนะ และโรงภาพยนตร์ แล้วจึงแพร่หลายมาใช้กับบังกะโลและบ้านร้านค้าในปีนังราว ค.ศ.1930s-1960s (พ.ศ.2473-2503)

กรรมขนาดใหญ่และแพร่หลายไปยัังการสร้างคฤหาสน์หรือบังกะโล ก่อนที่รูปแบบจะแพร่หลายไปยังการออกแบบก่อสร้างบ้านร้านค้าในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ความน่าสนใจในการออกแบบบังกะโลนั้นได้แสดงออกถึงการผสมผสานกันกับรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ทำให้รูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ดังกล่าวนั้น อาจเรียกได้ว่าเป็น “บังกะโลแบบอาร์ตเดโคผสมนิคมช่องแคบ”
ตลอดจนการจัดจำแนกรูปแบบทางสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างบ้านร้านค้าต่างๆ นั้นยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการกันระหว่างรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ศูนย์ข้อมูลมติชน

MIC INTER TRIP#04 จอร์จทาวน์ เกาะปีนัง: จากเมืองท่าประวัติศาสตร์สู่เมืองมรดกโลก
HILIGHT ทอดน่องท่องเมืองชมบ้านร้านค้า (Shophouse) หลากหลายรูปแบบในเมืองจอร์จทาวน์/ Pinang Peranakan Mansion /The Blue Mansion และ “George Town World Heritage Incorporated” ศูนย์กลางบริหารจัดการเมืองมรดกโลกปีนัง เป็นต้น
นำชมโดย รศ.ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลกและมรดกสถาปัตยกรรม
วันเสาร์ที่ 25-วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 (3 วัน 2 คืน)
ราคา 27,000 บาท/ท่าน
สำรองที่นั่งทาง Online :
Add LINE โดยคลิก line.me/ti/p/zM-t9v3Y9w
หรือ LINE ID : MatichonMIC
สอบถามรายละเอียด : หญิง โทร 09-2246-4140
