‘หัวใจสัญจร’ 1,864 โค้ง ปักหมุดโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน

14.11.23 | 12:00 น.

‘หัวใจสัญจร’ 1,864 โค้ง ปักหมุดโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน

1,864 คือจำนวนโค้งบนเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ แม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีความโดดเด่นทางสภาพภูมิประเทศอย่างมากทางด้านการท่องเที่ยว มีภูเขาที่เต็มไปด้วยความสูงอันสลับซับซ้อน แต่สิ่งที่ยังห่างไกลนั้นก็คือ การเข้ารับการรักษากับบุคลากรทางการแพทย์ที่เฉพาะด้าน อันเนื่องด้วยพื้นที่ซึ่งยังเข้าถึงได้ไม่ง่ายหรือรวดเร็วฉับไวเท่าใจคิด

เครื่องคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูง (Echocardiography) สัญจรไปยังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน

ยากที่จะหาแพทย์เข้ามาประจำการอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่พร้อม บุคลากรทางการแพทย์ก็ขาดแคลน ทำให้ผู้ป่วยในจังหวัดแห่งนี้ ยากลำบากต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่แท้จริง หากต้องการหาแพทย์เฉพาะทาง ต้องเดินทางไปรักษาตัวในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมา

ข้อมูลใน พ.ศ.2565 แม่ฮ่องสอนมีแพทย์ประจำในจังหวัดเพียง 78 คน ในขณะที่มีประชากรกว่า 286,075 คน คิดเป็นสัดส่วนแพทย์ 1 คนต่อประชากรถึง 3,643 คน พุ่งเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

ด้วยเหตุนี้ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หากแต่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูงที่ชื่อว่า Echocardiography เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย จึงร่วมกับ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์* ผนึกกำลังจัดการประชุมวิชาการ ‘หัวใจสัญจร ครั้งที่ 23 และการตรวจหัวใจด้วยเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูง’ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของคนไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จัดหน่วยตรวจผู้ป่วยโรคหัวใจกว่า 50 ราย ณ
โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยแนวคิด ‘Healthy Heart for Healthy Life’

Advertisement

(โรค) หัวใจ ‘รอไม่ได้’ คร่าชีวิตคนไทย ชั่วโมงละ 8 คน

ก่อนอื่น มาดูข้อมูลที่ชวนหัวใจเต้นรัว นั่นคืออัตราการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งมากกว่า 20 ล้านคนต่อปี โดย 80% ของการเสียชีวิตสามารถป้องกันได้ ส่วนในประเทศไทย จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 การเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีมากถึง 7 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สถิตินี้ได้กลายเป็นความท้าทายของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับภาระในการดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้นทุกปี

พ.อ.รศ.นพ.ธรณิศ จันทรารัตน์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตัวแทนจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า ทางสมาคมมีจุดประสงค์ในการส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัวใจ รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคหัวใจอย่างถูกต้อง เพราะจุดกำเนิดของโรคหัวใจมาจากหลากหลายสาเหตุ อาจมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน, พันธุกรรม, ความเครียด, การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ หรืออาจเกิดจากผลของโรคอื่น เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง และการใช้ยาบางชนิด เป็นต้น

สำหรับปีนี้ ทางสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯและมูลนิธิหัวใจฯ มีแนวทางในการต่อยอดโครงการที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจโดยการร่วมมือกับ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดหน่วยออกตรวจผู้ป่วยโรคหัวใจที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาของการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในภาคเหนือ

“โครงการนี้ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสที่ทำให้ประชาชนและผู้ป่วยโรคหัวใจในจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ” พ.อ.รศ.นพ.ธรณิศกล่าว

พญ.ณกมล ปัญโญเหียง ตัวแทนโรงพยาบาลศรีสังวาลย์, ผศ.พญ.สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง, พ.อ.รศ.นพ.ธรณิศ จันทรารัตน์

‘การเดินทาง’ อุปสรรคสำคัญ

แพทย์เฉพาะทาง ‘หัวใจ’ ไม่ได้ครบทุกจังหวัด

เมื่อถามถึงการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินโครงการ พ.อ.รศ.นพ.ธรณิศ เผยว่า คัดสรรจากโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่ขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์โรคหัวใจ หรือมีแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจเพียง 1 ท่าน ซึ่งไม่เพียงพอ กรณีโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจเลย

“แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจในประเทศไทยมีเพียง 700 คน และส่วนมากก็จะอยู่ในจังหวัดใหญ่ๆ เมื่อเทียบกับประชากรในประเทศไทย 66 ล้านคน อยากจะให้มีแพทย์เฉพาะทาง 1 : 1000 คน หรือเพียงขอให้มีครบทุกจังหวัดก็อาจจะเพียงพอบ้างแล้ว อยากให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ รวมถึงโรงพยาบาลในจังหวัดห่างไกล ซึ่งไม่ใช่แค่บุคลากรทางการแพทย์น้อย แต่การเดินทางก็ยังเป็นอุปสรรคต่อคนไข้ เราพยายามบริหารจัดการให้ได้ตรวจเพิ่มเติม เรื่องการรักษาต่อในโรคบางโรคไม่สามารถจบได้เพียงแค่ 1 ครั้ง แต่พอจะนัดครั้งที่ 2 และ 3 คนไข้ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดก็จะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามมา ดังนั้น แม้จะได้รับการวินิจฉัยที่ดีแล้ว แต่หากผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางไปพบแพทย์ต่อเนื่องได้ ก็จะมีข้อจำกัดในการรักษา แม้ค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่ได้เป็นปัญหา เพราะทุกสิทธิการรักษาคนไข้ที่มีบัตรประชาชนสามารถครอบคลุมหมดก็ตาม แต่ส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากกว่า การได้มาออกหน่วยในวันนี้ เป็นการช่วยลดขั้นตอนของคนไข้” พ.อ.รศ.นพ.ธรณิศอธิบาย

เสียงจาก รพ.ศรีสังวาลย์ ‘บุคลากรสำคัญที่สุด’

ด้าน พญ.ณกมล ปัญโญเหียง แพทย์ชำนาญการ อายุรแพทย์สาขาโรคไต ตัวแทนโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ เล่าว่า ชาวแม่ฮ่องสอน มีอัตราการเป็นโรคหัวใจ ‘ค่อนข้างเยอะ’ ทั้งส่วนที่สามารถเข้าถึงและไม่สามารถเข้าถึงได้ เหตุเป็นพื้นที่ห่างไกลและเป็นจังหวัดชายแดน ปัจจุบันทางโรงพยาบาลยังไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ จึงต้องส่งต่อคนไข้ไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่

“โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ยังไม่มีหมอเฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ไม่มีอุปกรณ์ที่เข้าถึงการรักษาโรคหัวใจได้ จึงจำเป็นต้องส่งต่อคนไข้ไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ แม้เราจะออกใบส่งตัวแล้วแต่คนไข้ก็ยังติดปัญหาทางด้านการเดินทาง คนไข้บางส่วนก็ไม่ไป เขาเลือกขอรับยาที่นี่แทน” พญ.ณกมลเผยสถานการณ์

เมื่อถามถึงปมปัญหาความคาดหวังและปมปัญหาอมตะนิรันดร์กาลอย่างการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ พญ.ณกมลเปิดใจว่า โรงพยาบาลศรีสังวาลย์มีแพทย์เพียง 29 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อประชากรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่นเดียวกับพยาบาล เทคนิคการแพทย์ เภสัชกร ก็ขาดแคลนเช่นกัน

“ฝากถึงหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คนต้องมาก่อน บุคลากรสำคัญที่สุด อยากให้ระบบทางด้านสวัสดิการ การดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ทุนในการสนับสนุนก็เป็นอีกปัจจัย แม่ฮ่องสอนมีความพิเศษตรงที่เป็นชายแดน ชายขอบประเทศ เราไม่ได้ดูแลเพียงแค่คนไทยที่ดูแล เรามีทั้งแรงงานจากประเทศข้างเคียงที่เข้ามา ซึ่งส่วนนี้หากไม่มีทุนในการสนับสนุน ทาง
โรงพยาบาลก็ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ หากเป็นไปได้ อยากให้ภาครัฐ หรือเอกชนมีนโยบาย หรือโครงการเข้ามาเพื่อพัฒนาทั้งบุคลากร ทุนทรัพย์ และสวัสดิการ

นอกจากนี้ เรื่องแรงบันดาลใจก็สำคัญ ปัจจุบันอาสาสมัครค่อนข้างน้อย ท้อถอยกันเยอะมาก อยากให้กำลังใจว่า เรามีผู้ช่วยสนับสนุน มีเครือข่ายที่ดี ที่ทำให้ไม่โดดเดี่ยว แต่ยังมีอาจารย์ที่คอยช่วยคอยซัพพอร์ตในการสร้างระบบต่างๆ เราหวังว่าจะเห็นความไปได้ในประเด็นเหล่านี้อย่างอย่างราบรื่น ไปได้ไกลและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี” พญ.ณกมลทิ้งท้าย

Echo ฟิลิปส์ แม่นยำ ได้มาตรฐาน แสดงผล ‘เรียลไทม์’

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง เลขาธิการสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อาจารย์พิเศษประจำศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคหัวใจควรให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน งดสูบบุหรี่ หากมีโรคประจำตัวที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ ควรรับประทานยาและพบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัด และต้องตระหนักถึงสัญญาณเตือนโรคที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น อาการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก หน้ามืด มีอาการใจสั่น หอบหรือเหนื่อยง่าย และมีอาการขาบวมผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจ เพื่อนำไปสู่การดูแลรักษาให้เหมาะสมและตรงจุด

สำหรับเครื่อง Echocardiography หรือ Echo สำหรับการตรวจคลื่นความถี่หัวใจ ที่นำมา ‘สัญจร’ ตรวจในครั้งนี้มีศักยภาพเท่ากันกับเครื่องที่อยู่ในโรงเรียนแพทย์ มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานในการตรวจ สามารถดูห้องหัวใจ และการบีบตัวของหัวใจห้องต่างๆ การตรวจความผิดปกติของลิ้นหัวใจและประเมินความรุนแรงถ้าตรวจพบการรั่วหรือตีบ เป็นต้น โดยใช้เวลาตรวจราว 30 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายว่าคนไข้มีโรคแทรกซ้อนหรือไม่

“หลักการทำงาน เครื่อง Echocardiography จะใช้ตัวหัวตรวจคลื่นความถี่หัวใจ ส่งอัลตราซาวด์เข้าไต ผ่านผนังทรวงอก และจะสะท้อนกลับมาจะเห็นภาพการเคลื่อนไหนของหัวใจแสดงบนจอเป็นแบบเรียลไทม์ และสามารถดูเรื่องของการไหลเวียนของเลือดภายในห้องหัวใจ และภายในหลอดเลือดใหญ่ได้ ต้องเป็นแพทย์ที่มีความคุ้นเคยกับเครื่อง และมีความชำนาญในการตรวจและแปลผล โดยราคาเครื่องตรวจ Echocardiography อยู่ที่ 600,000-10,000,000 ล้านบาท” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง
สมนพรกล่าว

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ปิดท้ายที่ วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการบริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งกล่าวว่า ฟิลิปส์ ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น โดยเราได้มุ่งเน้นการสนับสนุนด้านการเข้าถึงระบบสาธารณสุข รวมไปถึงส่งเสริมการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ที่ทางฟิลิปส์ดำเนินกิจกรรมด้านการช่วยเหลือสังคมตามวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ด้านโรคหัวใจจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ และมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจความถี่สูง (Echocardiography) และระบบการจัดการข้อมูลภาพและรายงานผลสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจ (ISCV) จากฟิลิปส์ ลงพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

“ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของเครื่องมือทางการแพทย์จากฟิลิปส์ทำให้การตรวจวินิจฉัยของแพทย์ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นไปจนถึงการติดตามผลเป็นไปได้อย่างแม่นยำ เป็นการช่วยลดเวลาการทำงานและแบ่งเบาภาระของแพทย์โรคหัวใจ อีกทั้งยังทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้มีสิทธิเข้าถึงการวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น” วิโรจน์กล่าว

นับเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกรวดเร็ว เป็นประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยร่วมกันระหว่างแพทย์ภายในและระหว่างโรงพยาบาล ยกระดับความสามารถในการรักษาและการให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจให้ดียิ่งขึ้น

ชญานินทร์ ภูษาทอง