เขียนเปลี่ยนโลก 2023 จดหมายจากคนธรรมดา สู่ (พลัง) คนธรรมดา

28.11.23 | 14:30 น.

เขียนเปลี่ยนโลก 2023 จดหมายจากคนธรรมดา สู่ (พลัง) คนธรรมดา

คนธรรมดา

คำธรรมดาที่ยิ่งใหญ่ หากหลอมรวมไว้ซึ่งพลังเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ตะวันออก ตะวันตก ประเทศไทย และโลกทั้งใบล้วนขับเคลื่อนด้วยคนธรรมดา

ในห้วงเวลาที่สิทธิมนุษยชน ยังเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม

Advertisement

ล่าสุด แอมเนสตี้ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ Write for Rights 2023 หรือ ‘เขียนเปลี่ยนโลก’ กิจกรรมรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี
ที่ใหญ่สุดในโลก เชิญชวนคนไทยร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปกับคนทั่วโลกเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกละเมิดผ่านการเขียนจดหมาย

วาดหวังเพื่อให้กำลังใจแด่บุคคลเหล่านั้นและครอบครัวว่าไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง

นอกจากนี้ ยังสามารถเขียนจดหมายถึงผู้มีอำนาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งยังสื่อสารไปทั่วโลกว่าผู้คนพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้ไปด้วยกัน

สู่ปีที่ 22 จาก จ.ม.ฉบับแรกในโปแลนด์

เขียนมาราธอน 24 ชม.

แคมเปญที่ว่านี้ แน่นอนว่าไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยในปีนี้ จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ ลิโด้ คอนเน็คท์ กรุงเทพฯ โดยเชิญชวนศิลปินและนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม นักกิจกรรม ครอบครัวผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ และทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “Your Words Change Lives”

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้ เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มนักกิจกรรมในโปแลนด์จัดงานเขียนจดหมายมาราธอน 24 ชั่วโมง ในนามของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ และ 22 ปีต่อมาก็กลายเป็นการรณรงค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแอมเนสตี้ ที่ผู้คนจากทั่วโลกมาร่วมกันปกป้องสิทธิมนุษยชนให้กับผู้ที่เผชิญความเสี่ยง

“จากจดหมาย 2,326 ฉบับในปี 2544 กลายเป็น 5.3 ล้านแอ๊กชั่นในปี 2565 รวมทั้งการเขียนจดหมาย อีเมล์ โพสต์ทวีต เฟซบุ๊ก ส่งไปรษณียบัตรหลายล้านครั้ง ในวันนี้ผู้สนับสนุนแคมเปญ Write for Rights ได้ใช้พลังที่จะส่งเสียงของพวกเขาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยร่วมกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนมากกว่า 100 คน ปลดปล่อยพวกเขาจากการถูกทรมาน การล่วงละเมิด หรือจับกุมคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม” ปิยนุชกล่าว

ทั้งยังเผยต่อไปว่า ในปีนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ผลักดันให้ประเด็นของ อัญชัญ ปรีเลิศ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ไปพร้อมกับการช่วยเหลืออีก 3 กรณีอย่างเข้มข้น ได้แก่ อันนา มาเรีย แม่ผู้ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจากประเทศบราซิลที่ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชายที่เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงของตำรวจ ทูลานี มาเซโกะ ที่ถูกสังหารภายในบ้านจากการพูดความจริงและวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายต่างๆ ในประเทศเอสวาตินี

อีกทั้ง ลุงพาไบและลุงพอล ที่ต่อสู้เพื่อรักษาบ้านเกิดของตนที่กำลังจะจมหายไปจากน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศออสเตรเลีย

4 เคส หลากประเด็น เหตุเกิดจากทั่วโลก

สำหรับบุคคลต่างๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในแคมเปญประจำปีนี้ ได้แก่

อัญชัญ ปรีเลิศ หรือป้าอัญชัญ อดีตข้าราชการวัยเกษียณถูกตัดสินจำคุกยาวนานเป็นประวัติการณ์มากถึง 87 ปี และลดลงเหลือ 43 ปี 6 เดือน ด้วยคดีอาญา มาตรา 112 โดยถูกควบคุมตัวในปี 2558 ยุค คสช. หลังจากนั้นใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ 3 ปี 9 เดือน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในปี 2561 และถูกจับกุมอีกครั้งในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง มีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 24 กันยายน 2574 ในวันที่อายุถึง 76 ปี

อันนา มาเรีย จากประเทศบราซิล คือ แม่ผู้สูญเสียลูกชายนามว่า เปรโดร เฮนริค จากการถูกลอบสังหารภายในบ้านโดยกลุ่มชายแปลกหน้าที่แฟนของเปรโดรผู้เป็นพยานเพียงคนเดียวระบุว่า ชายทั้งสามคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปรโดร เป็นนักเคลื่อนไหวและสนับสนุนความยุติธรรมทางเชื้อชาติและสิทธิมนุษยชน หลังจากที่เปรโดรเสียชีวิต ผู้เป็นแม่ต้องเผชิญกับการถูกข่มขู่และการล่วงละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการแสวงหาความยุติธรรมให้กับลูกชาย เจ้าหน้าที่ที่ต้องสงสัยว่าสังหารเปรโดรถูกตั้งข้อหาในปี 2562 แต่เกือบ 5 ปีต่อมา พวกเขายังคงประจำการอยู่ในกองกำลังตำรวจ พร้อมกับการสืบสวนการสังหารยังไม่สิ้นสุดและการพิจารณาคดียังไม่เริ่มขึ้น

จึงมีการขอเรียกร้องให้ใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อประกันว่ามีการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง และละเอียดถี่ถ้วนในคดีฆาตกรรม เปโดร เฮนริค และนำผู้รับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังต้องใช้มาตรการที่จําเป็นทั้งหมด เพื่อประกันว่าจะมีการยุติการเลือกปฏิบัติ การข่มขู่ต่อ อันนา มาเรีย อีกด้วย

ทูลานี มาเซโกะ จากประเทศเอสวาตินี เป็นพ่อและสามีที่ทุ่มเทชีวิตของเขาให้กับผู้คนในเอสวาตินี ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มั่งคั่งแต่ประชาชนกว่า 60% ใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน เขาได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายปราบปรามของประเทศตนเองอย่างเปิดเผย รวมถึงการใช้ความรุนแรงของรัฐที่มากเกินไป เพื่อปิดปากการชุมนุมประท้วงโดยสงบ ในวันที่ 21 มกราคม 2566ทูลานีถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าทาเลเน ภรรยาของเขา จนถึงปัจจุบันไม่มีใครรับผิดชอบต่อการสังหารของทูลานี

จึงมีการเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพต่อการสังหาร ทูลานี มาเซโกะ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนรับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การพิจารณาคดีต้องมีความเป็นธรรมและครอบครัวของทูลานีสามารถเข้าถึงการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพและรอบด้าน

ลุงพาไบและลุงพอล จากประเทศออสเตรเลีย ทั้งสองคนอาศัยอยู่ในช่องแคบทอร์เรสทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้มานับพันปี ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขา น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้ทำลายสุสานบรรพบุรุษ พื้นที่เพาะปลูก และโครงสร้างของเกาะกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
หากยังไม่มีมาตรการที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง พวกเขารวมถึงคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานับพันปี จะต้องถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่ทำกินบ้านเกิดของตน

จึงมีการเรียกร้องไปยังรัฐบาลออสเตรเลียให้มีมาตรการป้องกันจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโดยเร่งด่วนให้แก่ชุมชนซึ่งเป็นชนชาติแรก (First Nations) ในช่องแคบทอร์เรสให้ได้รับการปกป้อง โดยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างรวดเร็วตามพันธสัญญาของโลกในการจำกัดภาวะโลกร้อนให้เหลือ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อให้สอดคล้องกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่

แคมเปญเพื่อความหวัง

กำลังใจจาก ‘คนแปลกหน้า’

ที่ผ่านมาแคมเปญ Write for Rights มีส่วนนำข้อความจากคนทุกมุมโลกส่งเสียงไปยังรัฐบาลในประเทศต่างๆ ให้ไม่อาจเพิกเฉยต่อปัญหาสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันข้อความเหล่านั้นยังทำให้คนที่ถูกละเมิดสิทธิยังคงมีความหวังในการต่อสู้ กรณีตัวอย่าง อาทิ ฮาคีม อัล อาราบี นักฟุตบอลเชื้อสายบาห์เรน ที่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกทางการไทยควบคุมตัวนานกว่า 2 เดือน ตามหมายแดงของตำรวจสากล ซึ่งรัฐบาลบาห์เรนตั้งข้อหาทำลายทรัพย์สินสถานีตำรวจในเหตุการณ์อาหรับสปริง เมื่อได้รับการปล่อยตัว รุ่งขึ้นจึงเดินทางไปถึงออสเตรเลีย และได้รับสัญชาติออสเตรเลียในเวลาต่อมา

ตัดภาพมายังประเทศไทย กรณีของ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อดีตเด็กขี้อายและเงียบขรึมได้กลายมาเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยอาจถูกจำคุกตลอดชีวิตเพียงเพราะใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ

รุ้ง คือคนไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการ Write for Rights หรือเขียน เปลี่ยน โลก เมื่อปี 2564 โดยในปีดังกล่าวมีผู้คนจากทั่วโลกส่งจดหมาย ทวีตข้อความ ร่วมลงชื่อและปฏิบัติการอื่นๆรวมกว่าสามแสนครั้ง

ต่อมารุ้งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยเล่าว่าได้อ่านจดหมายจากแคมเปญนี้ตอนออกมาจากคุกซึ่งถือเป็นช่วงที่มืดมนที่สุดในชีวิต

“ข้อความที่เขียนให้มานั้นส่วนใหญ่เป็นข้อความให้กำลังใจ บอกว่ายังมีคนที่อยู่เคียงข้างเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกัน ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้ทำอะไรร่วมกันก็ตาม เป็นคนแปลกหน้าที่เขียนให้กำลังใจ และบอกเราว่า เราเชื่อมั่นในตัวคุณ เราเชื่อว่าคุณต่อสู้ได้ และย้ำว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ข้อความเหล่านั้นสร้างกำลังใจให้เป็นอย่างมาก ทำให้ช่วงเวลามืดมิดตรงนั้นสว่างขึ้นทันที จากการที่ได้รับความรักจากคนแปลกหน้า” รุ้งเผย

ร่วมโครงการ Write for Rights ไปพร้อมกับคนทั่วโลกได้ที่ https://www.aith.or.th