หลังจากไต้หวันเปิดให้ชาวไทยและชาวประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไปพำนักและท่องเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 30 วัน จากเดิมที่ต้องขอวีซ่าที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับสายการบินโลว์คอสต์ก็ผลัดกันออกโปรโมชั่นกระตุ้น การท่องเที่ยวไต้หวันมากขึ้น ทำให้กระแสการท่องเที่ยวไต้หวันมาแรงในหมู่ชาวไทยผู้นิยมการท่องเที่ยวยิ่งกว่าเดิม
การเปิดฟรีวีซ่านี้ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีคนใหม่จากพรรค DPP ของไต้หวัน ที่เรียกว่า New Southbound Policy หรือ “การมุ่งลงใต้ครั้งใหม่” โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไต้หวันที่ถดถอยและซบเซามายาวนานกว่าสิบปี ให้มีชีวิตชีวาและฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง รวมถึงการแสวงหาพันธมิตรในยามที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในยุคของ สี จิ้นผิง โดยมุ่งเป้าไปยังประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และออสตราเลเซียซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ใกล้ชิดกันมากที่สุดในเชิงภูมิศาสตร์นอกจากประเทศจีน
นโยบาย New Southbound Policy เริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อ ไช่ อิง เหวิน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 15 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมา โดยแนวทางการปฏิบัติมุ่งเน้นไปใน 4 ภาคส่วนได้แก่
1.ภาคความสัมพันธ์ของประชาชน เนื่องจากนโยบาย “จีนเดียว” ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้การเยือนอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไต้หวันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ รวมถึงสภาพการเป็นสถานทูตของประเทศ มีเพียงแค่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมประจำอยู่กระทำหน้าที่เสมือนสถานทูตไต้หวัน ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นต้องอาศัยภาคประชาชนเป็นสำคัญ โดยทั้งองค์กรทางวัฒนธรรม NGO หรือแม้แต่นักร้อง นักแสดง คอสเพลเยอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่มาจากไต้หวัน ก็จะได้รับการสนับสนุนเพื่อขยายความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับชาติต่างๆ
2.ภาคความสัมพันธ์ของธุรกิจเอกชน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาใต้การนำของ หม่าอิงจิว ธุรกิจไต้หวันย้ายฐานการผลิตจากในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าไปยังจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบดีขึ้น แต่ประชาชนไต้หวันกลับไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าที่ควร สภาพการว่างงานที่สูงและเทคโนโลยีที่หยุดชะงัก เพราะงานระดับล่างถึงระดับกลางสูญเสียไป ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถผลิตตำแหน่งงานและเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อตอบสนองการบริโภคเทคโนโลยียุคใหม่ แบรนด์ไต้หวันเช่น Acer, HTC เสียตำแหน่งนำและส่วนแบ่งตลาด นโยบายใหม่นี้จะรณรงค์ให้ภาคธุรกิจหันกลับไปลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวียดนามและอินโดนีเซียซึ่งมีเมืองท่าและพื้นที่ทะเลกว้างใหญ่รองรับการขนส่งได้สะดวก
3.ภาคการท่องเที่ยว การเปิดฟรีวีซ่าให้กับบรูไนและไทย ต่อจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นจุดเริ่มของการขยายธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไต้หวันให้กลายเป็นกลไกสำคัญ เพราะเมื่อผู้คนได้มาท่องเที่ยวพบเจอกันก็จะเข้าใจกันมากขึ้น และยังเป็นการแก้ไขสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงด้วย โดยสถิติล่าสุดพบว่า นักท่องเที่ยวจีนลดลง แต่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และชาติอื่นเพิ่มขึ้น เมื่อถัวเฉลี่ยกันแล้วทำให้นักท่องเที่ยวมายังไต้หวันเพิ่ม 2.51% เป็นนิมิตหมายอันดีต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
4.ภาคการศึกษา ไต้หวันมุ่งให้ทุนการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เพื่อตอบสนองต่อตลาดในท้องถิ่นและการย้ายฐานการผลิตครั้งใหม่ รวมถึงสร้างทัศนคติอันดีต่อไต้หวัน โดยจะเพิ่มทุนกว่า 60,000 ทุน ใช้งบประมาณ 1 พันล้านเหรียญไต้หวัน
การขยับตัวของไต้หวันครั้งนี้ เป็นไปได้อย่างมากว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ยิ่งกว่าแค่การท่องเที่ยวโดยไม่ใช้วีซ่า อย่างไรก็ตาม การตกลงทางธุรกิจจะเป็นประเด็นหลัก เพราะจีนแผ่นดินใหญ่คงไม่ปล่อยให้ไต้หวันทำอะไรตามใจชอบได้มากนักแน่นอน


