จักรพันธุ์ ยมจินดา วันนี้ที่ไม่คาดคิด กับชีวิต ‘ยุคเปลี่ยนผ่าน’

จักรพันธุ์ ยมจินดา วันนี้ที่ไม่คาดคิด กับชีวิต ‘ยุคเปลี่ยนผ่าน’

จักรพันธุ์ ยมจินดา วันนี้ที่ไม่คาดคิด กับชีวิต ‘ยุคเปลี่ยนผ่าน’

ย้อนกลับไปกว่า 30 ปี ยุคสมัยหนึ่งที่วงการ ‘ข่าว’ ยังอยู่ในยุคอนาล็อก เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีการสื่อสารยังไม่เพียบพร้อมฉับไวทันเหตุการณ์แบบนาทีต่อนาทีอย่างในวันนี้

เบื้องหลังเนื้อหาความเข้มข้นของข่าว ล้วนเกิดจากความทุ่มเท ทำการบ้าน สั่งสมประสบการณ์ จนจับกระแสทิศทางข่าวได้อย่างแม่นยำและเก๋าเกม

จักรพันธุ์ ยมจินดา หนึ่งในตำนานผู้ประกาศข่าวเจ้าของเสียงทุ้มสุดคุ้นหูแห่งยุค 90s ผู้ที่เป็นทั้งเบื้องหน้าและแม่ทัพคนสำคัญ ที่กลั่นเนื้อหาข่าวสุดเข้มข้นและเทคนิคการนำเสนอสุดแพรวพราว ดันให้เรตติ้งข่าวช่อง 7 พุ่งทะยานยืนหนึ่ง ครองใจแฟนข่าวรุ่นน้อยใหญ่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง ครบรสทั้งความสดใหม่ รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ก่อนใคร ที่อาศัยการส่งแพร่ภาพดาวเทียม ‘ปาลาปา’

Advertisement

‘ไอคอนแห่งยุค 90s’ หัวข้อเสวนาถึงช่วงเวลาอันหอมหวานของใครหลายคน ซึ่งจักรพันธุ์ได้มีโอกาสจับไมค์ใช้เสียงสุดนุ่มหูอีกครั้ง ขึ้นเวทีมาแชร์ประสบการณ์ย้อนวันวานกลางสวน “FEED RETRO Music & Food Fest #90s ไม่นานมานี้” ณ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ หลังจากห่างจอแก้วมานานหลายปี กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ท่ามกลางมวลแห่งความคิดถึงของเหล่าแฟนคลับ แฟนข่าวรออย่างใจจ่อท่วมท้นสนามหญ้าเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

รวดเร็วเปรี้ยงปร้างเรตติ้งพุ่ง จับวินาทีมงลง ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’
“ตอนนั้นช่อง 7 มีละครเรตติ้งดีเป็นจุดแข็งหลังข่าวอยู่แล้ว ซึ่งถ้าทำข่าวให้ดีทั้งกีฬาและอื่นๆ มันจะพ่วงกันดีขึ้น ผมเลิกพากย์หนังที่ทำอยู่ก่อนหน้า แล้วไปคุมข่าว พร้อมกับเป็นหัวหน้าร่วมกับ พิสิทธิ์ กิรติการกุล หรือคุณหว่อง ที่หลายท่านจำได้จากรายการคดีเด็ด พร้อมวลี ‘แหม ทำไปได้’ และอีกหลายคน” จักรพันธุ์เริ่มเท้าความถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ แล้วเล่าต่อไปว่า

“สมัยก่อนถ้าเราดูแข่งขันฟุตบอล จะไม่ได้เห็นการยิงประตูแบบในปัจจุบัน ผมเริ่มรื้อข่าวกีฬาก่อน สั่งช่างภาพเลยว่าถ้าผลการแข่งขันมีการยิงประตู คุณต้องอยู่เฝ้าเอาภาพให้ได้และให้รู้ด้วยว่าใครยิง ลูกมันส่งผ่านมาจากไหน ไม่ใช่ว่าคุณถ่ายอะไรก็ได้ วิ่งกันไปวิ่งกันมา แล้วเอามาให้ผมบรรยาย ไม่เอาแล้วนะ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราบรรยายข่าวกีฬาช่อง 7 ในลักษณะภาพกับเสียงตรงกัน ทำให้เรตติ้งคนดูขยับขึ้น เพราะคนดูข่าวกีฬาสนุก มันส์

หลังจากนั้นเราก็ปฏิวัติข่าวอื่นๆ โดยเฉพาะตอนนั้นช่อง 7 มีดาวเทียมปาลาปาที่เช่าจากอินโดนีเซีย จึงบอกว่าเวลาที่มันมีข่าวใหญ่ ข่าวสำคัญ เราก็สามารถที่จะส่งดาวเทียมได้ ฉะนั้นอย่าทิ้งให้มันสูญเปล่า เช่น ปีที่ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือปุ๋ย ประกวดนางงามจักรวาล เป็นช่วงที่เป็นหัวหน้าข่าว ตอนนั้นจะเห็นว่ากระแสข่าวที่เข้ามา ตามที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ไม่ว่าจะเป็นรอยเตอร์ส (Reuters) มันจะบ่งบอกทิศทางของผู้ที่ได้เป็นนางงามจักรวาล

การประกวดปีนั้น มีข่าวคุณปุ๋ยทุกวันไม่เว้น จนคุณหว่องเอะใจ บอกว่าสงสัยปุ๋ยได้เป็นนางงามจักรวาล เราต้องไปไต้หวัน เนื่องจากปีนั้นประกวดกันที่ไต้หวัน ก็ไปสิ ผมรีบทำเรื่องซื้อตั๋วเครื่องบิน อะไรต่ออะไร ส่งคุณหว่องไป เมื่อไปถึงที่นู่นมีการประกาศว่าคุณปุ๋ยชนะ คุณหว่องพร้อมช่างภาพจะขึ้นเวทีสัมภาษณ์คุณปุ๋ยทันที แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้

พอโต้เขาว่านั่นคือมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เราต้องได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก เขาบอกรอก่อนเดี๋ยวให้สัมภาษณ์เป็นคนแรก นี่คือวิธีการของคุณหว่อง ซึ่งเป็นคนเก่งคนหนึ่ง เคยไปทำสงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่อิรัก แล้วก็ไปทำข่าวใหญ่ๆ อีกหลายข่าว” จักรพันธุ์เล่าถึงความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ของทีมข่าว

จนเมื่อเรตติ้งข่าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง หากนึกถึงผู้ประกาศข่าวในยุคนั้น ก็ต้องทำให้นึกถึงจักรพันธุ์ และ ศันสนีย์ นาคพงศ์ หรือติ๋ว อีกหนึ่งในไอคอนแห่งยุค 90s

ทำการบ้าน 2 วันเพื่อจัดรายการ 1 ชม. เกร็ดลึกในบทบาทดีเจ
แม้จะห่างจากจอแก้ว ยุติบทบาทผู้ประกาศข่าวนานนับสิบปี แต่ปัจจุบันจักรพันธุ์ยังคงทำงานด้วยน้ำเสียงสุดนุ่มถ่ายทอดเรื่องราวประกอบบทเพลงลึกซึ้งกินใจยิ่งกว่าที่เคย ด้วยบทบาทใหม่ในฐานะ ‘นักจัดรายการวิทยุ’ FM 95 ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เช้าตรู่ เวลา 07.30-10.00 น. ร่วมกับทีม อสมท

“เวลาท่านฟังเพลง ท่านสามารถฟังในยูทูบได้ เพลงไหนท่านก็ฟังได้หมด แต่ถ้าท่านจะฟังเพลงพร้อมที่มาเรื่องราวของเพลง ท่านหาฟังในยูทูบไม่ได้ นอกจากที่ผมจัด เช่น สมมุติถ้าจะเปิดเพลง บุษบาเสี่ยงเทียน อ้าองค์พระพุทธาตัวข้า บุษบาขอกราบวิงวอน

ผมก็จะเล่าก่อนว่า บุษบา อยู่ในเรื่องอิเหนา หนึ่งในบทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 2 แต่เรื่องอิเหนาเล่ากันตั้งแต่สมัยอยุธยา ตัวละครหลัก คือ กะหมังกุหนิง ท้าวกุเรปัน อิเหนา เป็นลูกของท้าวกุเรปัน ไปได้เมียชื่อจินตะหรา แต่พ่อของอิเหนากับ บุษบา กลับตกลงกันว่าจะให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ด้วยความที่เป็นเครือญาติกัน เพราะวงศ์อสัญแดหวาไม่ยอมให้คนในวงศ์ไปแต่งงานกับคนนอก

เมื่อบังคับให้บุษบาแต่งกับอิเหนา ทั้งที่ทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน อิเหนาบอกว่าไม่แต่ง จนพ่ออิเหนาเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มาขอแต่งบุษบา ทำให้ จรกา มาขอบุษบาทันที ในขณะเดียวกัน วิหยาสะกำ ก็ยกกองทัพมาแย่งบุษบาเช่นกัน จนเรื่องร้อนไปถึงท้าวกุเรปัน บอกให้อิเหนายกทัพมาช่วย

เมื่ออิเหนายกทัพมาแล้วได้เจอหน้าบุษบาเท่านั้นแหละ ถึงเห็นความสวย รู้สึกว่าตัวเองโง่ น่าจะจีบตั้งแต่แรก นี่คือที่มาของคำว่า ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง จนบุษบาต้องเสี่ยงเทียนหาคู่ครองในภายหลัง” จักรพันธุ์เล่าอย่างออกรส ทั้งยังย้อนถึงเบื้องหลังการเตรียมตัว ทำการบ้านหาข้อมูลอย่างหนักก่อนจัดรายการวิทยุในแต่ละครั้ง ครอบคลุมไปเพลงที่มีเกร็ดทางประวัติศาสตร์

“อย่างเพลง ความในใจ ซึ่งต้องเคยฟังผ่านหูกันบ้าง พอเพลงขึ้นมารู้เลยว่า ประกอบละครเรื่อง ปริศนา พระนิพนธ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ต้นแบบของปริศนา มาจากคุณ วาสนา กระแสสินธุ์
ลูกสาวของเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งสวยมาก

แต่ที่สำคัญกว่านั้น คุณวาสนามีน้องสาวที่สวยมากและเก่งมาก คือคุณ มารยาท กระแสสินธุ์ ผู้แต่งเรื่อง เอมมานูแอล นิยายฝรั่งเศส โดยสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายเป็น 10 ปีที่ปารีส ท่านเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้เอง

ดังนั้น ก่อนมาจัดรายการวิทยุ ทำการบ้านมาประมาณ 2 วัน เพื่อมาจัดรายการ 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นใครมาขอเพลงผมจึงไม่เปิดให้ โกรธก็โกรธ เพราะผมเสียเวลาทำการบ้านหนักมาก คือ เราไม่ใช่ดีเจเฉยๆ แต่เรามีเกร็ดเรื่องเล่า มันผ่านกระบวนการคิดไตร่ตรอง ทำการบ้านมา” จักรพันธุ์เผยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา

ในตอนหนึ่ง ยังขับร้องบทเพลงท่อนหนึ่งของ สุนทราภรณ์ ขึ้นมา นั่นคือเพลง ‘หนึ่งในดวงใจ’ ความว่า “พี่นี้มีน้องหนึ่งในดวงใจ เท่านั้น หญิงอื่นหมื่นพันจะมาเทียมทันที่ไหน”

จากนั้นเล่าถึงที่มาของเพลงดังกล่าวซึ่งประพันธ์โดย ชอุ่ม ปัญจพรรค์

“คนที่บังคับให้แต่งคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เพื่อให้ เอื้อ สุนทรสนาน ร้องให้ ท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ ฟังตอนกลับมาจากอังกฤษ โอ้โห ท่านหญิงรักจอมพลสฤษดิ์แล้ว ไม่กลับไปอังกฤษแล้ว ท่อนที่ว่า ‘หากอาทิตย์ลับโลกโศกสลด จะมืดหมดทุกชีวิต’ มันกินใจมาก อันนี้แต่งให้เบอร์หนึ่ง ซึ่งท่านมีภรรยา 90 กว่าคนเท่านั้นเอง

จอมพลสฤษดิ์เป็นคนชอบเพลงมาก เป็นคนทำให้ ตุ้มทอง โชคชนะ หรือ เบญจมินทร์ แต่งเพลง โปรดเถิดดวงใจ ซึ่ง ทูล ทองใจ เอามาร้องจนดังระเบิดระเบ้อ แล้วพอเบญจมินทร์ซึ่งเป็นทหารต้องไปเกาหลี ก็ได้เพลง เสียงครวญจากเกาหลี กลับมาให้ สมศรี ม่วงศรเขียว ขับร้อง

วันที่จอมพลสฤษดิ์ปฏิวัติ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 จนจอมพล ป.ต้องหนีไปพร้อม พล.ต.อ.ชุมพล โลหะชาละ จากกรุงเทพฯไปถึงตราด แล้วข้ามไปเกาะกง กัมพูชา ชาลี อินทรวิจิตร แต่งเพลงให้จอมพล ป. ชื่อเพลงว่า ‘ดังไร้แผ่นดิน ’จะเห็นได้ว่าทุกเรื่องมีเกร็ดเกี่ยวกับเพลงซ่อนอยู่ สามารถฟังแบบนี้ได้ที่วิทยุ FM 95 เช้าวันอาทิตย์” จักรพันธุ์เชิญชวน

อินเตอร์เน็ตเปลี่ยนโลก ‘ใครจะไปคิด’ อยู่ตรงไหนก็รู้ข่าว ไม่ต้องเฝ้าจอแก้ว
คุยกันอย่างเมามันส์มาจนถึงช่วงท้าย กลับมาย้ำถึงประเด็นยุค 90s ที่หลายท่านประทับใจ จักรพันธุ์เอ่ยว่า ชอบช่วงเวลาที่จะจีบใครยังต้องโทรศัพท์ตู้สาธารณะ เพราะเบอร์บ้านมันไม่ได้มีกันทุกคน วัยรุ่นยังส่งเพจเจอร์จีบสาวกันอยู่ อินเตอร์เน็ตยังไม่มี ทีวียุคต้นไม่ได้ฉาย 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป

“องค์การโทรศัพท์ครับ ตรงไหนมีโทรศัพท์ ผมจะย้ายบ้านไปอยู่ตรงนั้นครับ คุณ ดำรง พุฒตาล เคยพูดออกทีวี ปัจจุบันผ่านไปไม่กี่ปีเอง เราอยู่ตรงไหนก็สามารถใช้โทรศัพท์ได้แล้ว ต่างจากเมื่อก่อนที่ต่อให้มีเงินก็ติดตั้งโทรศัพท์ไม่ได้ เพราะมันไปไม่ถึง โทรศัพท์มือถือไม่ต้องพูดถึงเลย

ถ้ามองกลับไปเป็นช่วงที่ผมทำข่าวหนัก ได้ฟังเพลงน้อย เพราะขณะนั้นนักร้องลูกกรุงที่ดัง ที่ผมชื่นชอบร้องเพลงลูกกรุงไม่มี มันหมดยุคจาก ชรินทร์ นันทนาคร, สุเทพ วงศ์กำแหง และธานินทร์ อินทรเทพ มาแล้ว

แต่มันก็จะมีนักร้องลูกทุ่งหญิงคนหนึ่งที่ดังขึ้นมาในยุคนั้น คือ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ด้านนักร้องชาย คือ ยอดรัก สลักใจ ยุคนั้นเป็นยุคของพุ่มพวง ดวงจันทร์ แต่ผมเป็นคนที่ไม่ได้ฟังเพลงหลายปี เพราะเอาชีวิตไปอยู่กับข่าว สู้เพื่อให้ได้ที่หนึ่ง ก็เลยบอกไม่ถูกว่ามันเป็นอย่างไร แต่ว่านับตั้งแต่ยุค 90s มาจนวันนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไป

วันนี้เรามามิวเซียมสยามด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงิน โผล่ขึ้นมาตรงนี้แล้วเจอเลย ใครจะไปคิดว่าวันนี้มีรถไฟฟ้าไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย ใครจะคิดว่าทีวีทุกวันนี้ เราดูได้เป็นร้อยเป็นพันช่อง ใครจะไปคิดว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนของโลกก็สามารถใช้โทรศัพท์ได้

ใครจะไปคิดว่า วันนี้เราจะดูหนังต่างประเทศผ่านการสตรีมมิ่งได้หมด ใครจะคิดว่าไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรในโลกปัจจุบัน breaking news มันจะขึ้นมาที่ที่จอช่อง CNN, BBC อย่างเหตุการณ์ที่เกิดการรบของอิสราเอลกับฮามาส ในฉนวนกาซา วินาทีนี้มันเกิดอะไรขึ้นเรารู้ทันที หรือเหตุการณ์ในพม่าซึ่งในขณะนี้กำลังรบกันอย่างรุนแรงมาก เรารู้ทันที ไม่จำเป็นต้องอยู่บ้าน เพื่อดูข่าวสารอีกต่อไป อยู่ตรงไหนก็รับรู้ข่าวสารได้หมด แค่เรามีโทรศัพท์มือถืออันเดียวเท่านั้นเอง” จักรพันธุ์กล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า

วันนี้ต้องขอบคุณสำหรับแฟนๆ รุ่นเก่า ที่ยังคิดถึงและติดตามอยู่ แม้จะห่างจากหน้าจอไปแล้ว

ภูษิต ภูมีคำ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image