เพลงสำคัญยุคต้นรัตนโกสินทร์
ดร.ธนภณ วัฒนกุล ได้ถวายคำปรึกษา “พระราชวชิราธิบดี” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะกรรมการอำนวยการและเลขานุการ โครงการสมโภชวัดมหาธาตุวังหน้า ให้ มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดดนตรีแสดงเพลงที่เกี่ยวข้องกับวังหน้า ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2567 เวลา 18.30-20.00 น. ก็เป็นงานยากเพราะแสดงในวัดซึ่งมีพระภิกษุพำนักประจำวัด ต้องมีความสำรวม ทั้งยังเป็นพื้นที่ของวังหน้าด้วย การแสดงดนตรีจึงต้องจัดหลังจากที่พระสวดทำวัตรเย็นเสร็จ คือหลังเวลา 18.30 น. และต้องเป็นเพลงที่สำคัญในพิธีกรรมที่ไม่ใช่ความบันเทิง
เพลงเกียรติยศที่เกิดขึ้นที่วังหลวงและวังหน้า ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ฉลอง 338 ปี กรรมการจัดงานสมโภชวัดมหาธาตุใช้หลักฐานการสร้างวัด ตั้งแต่ พ.ศ.2228 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยา
เพลงเกียรติยศหรือเพลงคำนับ เป็นเพลงพิธีกรรมใช้ในวังหลวงและวังหน้า จึงต้องมีข้อมูลเพื่อนำเสนอ ให้เป็นความรู้และสร้างปัญญา อธิบายเพลงแสดงด้วยแตรวง (Brass Quintet, Percussion, and Voice)
เริ่มด้วยแตรรับเสด็จ (Fanfare) เป็นเพลงเกียรติยศ ใช้แตรทรัมเป็ต 2 คัน โบราณเรียกแตรวิลันดา ก็คือแตรทรัมเป็ตที่ไม่มีนิ้ว (Natural Trumpet) ไม่มีลูกสูบกดเพื่อเปลี่ยนเสียง ใช้ริมฝีปากเปลี่ยนเสียงแทน หลักฐานที่เหลืออยู่ในเกริ่นนำ “เพลงสดุดีมหาราชา” ครูสมาน กาญจนะผลิน ได้เขียนเพลงบันทึกไว้ พ.ศ.2509
เพลงวิลันดา (Holanda หรือ Vilanda) เป็นเพลงที่มีมาแต่สมัยอยุธยา ร่องรอยเพลงอยู่ในวงดนตรีไทย ชื่อเพลงวิลันดา หลักฐานเป็นทำนองเพลงของฝรั่งชาวฮอลันดา เหลืออยู่ในเพลงไทย
จอมราชจงเจริญ ใช้ทำนองเพลงชาติอังกฤษ สำหรับถวายความเคารพพระราชินีอังกฤษ ชื่อก๊อดเซฟเดอะควีน (God Save the Queen) หมายถึงสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย (Queen Victoria) ซึ่งร้อยเอกโธมัส จอร์จ น็อกซ์ (Thomas George Knox) ทหารอังกฤษอยู่ที่อินเดียมาก่อน เป็นครูแตรอยู่ที่วังหน้า พ.ศ.2394 มีบันทึกเอาไว้ว่า ร้อยเอกน็อกซ์ “ฝึกทหารเสียงดัง ตวาดก้อง ฮึดฮัด ไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา”
ร้อยเอกอิมเปย์ (Impey) หมอบรัดเลย์ (Bradley) บันทึกในจดหมายเหตุ เรื่องฝรั่งตะวันตกในกรุงสยาม สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นปีแรกที่ขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2394 ร้อยเอกอิมเปย์เป็นทหารอังกฤษ เดินบกเข้ามาจากเมืองเมาะลำเลิง (มะละแหม่งหรือเมาะลำไย) เป็นครูทหารแตรที่วังหลวง ซึ่งเป็นผู้ที่เกษียณปลดระวางแล้ว ร้อยเอกอิมเปย์ มาอยู่ในสยามได้หนึ่งปีก็ออกไป อ้างว่างานที่ทำไม่เหมาะสมกับเกียรติที่มีอยู่ อิมเปย์มีลูกศิษย์สำคัญๆ อยู่ 3 คน ซึ่งเป็นครูแตรสมัยรัชกาลที่ 5 คือ ครูเล็ก ครูกรอบ และครูเชิงเลิง
เชื่อว่าอิมเปย์เป็นผู้นำเพลงก๊อดเซฟเดอะควีนเข้ามาสอนทหารแตร เนื่องจากเป็นครูแตรที่วังหลวง ซึ่งมีความรู้ความสามารถทางดนตรี เพราะมีลูกศิษย์กลายเป็นครูแตรในเวลาต่อมา

จอมราชจงเจริญ ใช้เป็นเพลงเกียรติยศ พ.ศ.2394-2414 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ใส่เนื้อร้องไทย ต่อมาเรียกว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีอังกฤษ เนื้อร้องโคลงสี่สุภาพ “ความสุขสมบัติทั้งบริวาร เจริญพละปฏิภาณผ่องแผ้ว จงยืนพระชนมาน นับรอบร้อยแฮ มีพระเกียรติเพริศแพร้ว เล่ห์เพี้ยงจันทร”
ทหารแตรยุคแรก ทั้งวังหลวงและวังหน้า ฝึกทหารแบบอังกฤษเพราะครูเป็นคนอังกฤษ ใช้คำสั่งภาษาอังกฤษ มีร่องรอยอยู่ว่า “สะแปร โบขะลำ พรม มะสันตา ตุสันตา” ฟังเหมือนเป็นภาษาสันสกฤต (อินเดีย) ถอดคำสั่งได้ว่า “spread both columns from center to center” คือสั่งให้เข้าแถว ขยายแถว และแยกแถว
สรรเสริญพระบารมีไทย (บุหลันลอยเลื่อน) พ.ศ.2414-2431 บุหลันลอยเลื่อน เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 ถูกเรียบเรียงเป็นทางฝรั่งโดยครูยุเซนหรือเฮวุดเซน ซึ่งเป็นครูแตรที่วังหลวง ชื่อจริงคือ คริสโตเฟอร์ ฮิวเอตซัน (Christopher Hewetson) เป็นที่ข้องใจกันมานานว่าเป็นใคร เข้ามาสยามเมื่อไหร่ มีประวัติอย่างไร วันนี้ได้รายละเอียดของคริสโตเฟอร์ ฮิวเอตซัน (ครูยุเซนหรือเฮวุดเซน) ชัดเจนขึ้นแล้ว
คริสโตเฟอร์ ฮิวเอตซัน คุมวงดนตรีอยู่ที่วังหลวง พ.ศ.2406-2429 เป็นคนอังกฤษเกิดที่สิงคโปร์ เป็นครูแตรที่วังหลวง เป็นล่ามและเป็นเสมียนในอาณัติของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นอัครมหาเสนาบดี สมุหพระกลาโหม มีกองฝึกทหารแบบยุโรป ฝึกกองแตรทหารที่มีชื่อเสียง ไว้เล่นดนตรีต้อนรับแขกเมืองและงานเลี้ยงเต้นรำ มีลูก 3 คนเกิดในสยาม เสียชีวิต พ.ศ.2429 ศพฝังที่สุสานโปรเตสแตนต์ กรุงเทพฯ ถนนเจริญกรุง
ครูแตรวังหน้าอีกคนชื่อจาค็อบ ไฟต์ (Jacob Feit) อยู่สยาม พ.ศ.2410-2452 แต่งงานกับแม่ทองอยู่ อาศัยบ้านเรือนแพริมน้ำวังหน้า เมื่อแขกเมืองเข้าเฝ้าเจ้านายวังหน้า มีหน้าที่นำวงแตรเกียรติยศบรรเลงต้อนรับ

สรรเสริญพระบารมีฉบับปัจจุบัน ประพันธ์โดยปโยตร์ สชูโรฟสกี (Pyotr Schurovsky) แสดงครั้งแรกวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2431 เรียบเรียงดนตรีโดยมิเกล ฟุสโก (Michele Fusco) เนื้อฉบับแรกเป็นพระนิพนธ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ “ข้าวรพุทธเจ้า เหล่าพิริย์พลผลา สบสมัยกาละปิติกมล รวมนรจำเรียงพรรค์”
เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ เดิมคือเพลงสายสมร บันทึกไว้ในหนังสือจดหมายเหตุลาลูแบร์ เรียบเรียงโดยมิเกล ฟุสโก (Michele Fusco) ปรากฏในหนังสือ “สยามอาณาจักรแห่งช้างเผือก” พ.ศ.2442 ครูฟุสโกคนนี้เป็นผู้นำเรื่อง “แตรตอด” มาใช้ในแตรวงคนแรก คือแตรบรรเลงทำนองประกอบนั่นเอง
เพลงสรรเสริญเสือป่าหรือบุหลันลอยเลื่อนทางฝรั่ง โดยครูยุเซนหรือเฮวุดเซน (วังหลวง) ต่อมาเพลงสรรเสริญเสือป่าถูกเรียบเรียงใหม่โดยทูนกระหม่อมบริพัตร พ.ศ.2446
เพลงสรรเสริญถวายไชยมงคล ทำนองโดยมิเกล ฟุสโก หัวหน้าวงประจำเรือพระที่นั่งเวสาตรี แต่งถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื้อพระนิพนธ์ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ “ขอให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” แสดงครั้งแรกที่วังหลวง วันที่ 15-16 กันยายน พ.ศ.2439
พระราชาสยาม (Royal Siamese Waltz Parade, Paul Lincke) พ.ศ.2450 เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองคาสเซล (Kassel) เยอรมนี พอล ลิงเก (Paul Lincke) ประพันธ์เพลงถวายรับเสด็จ
ยี่เฮ็ม (Hymn, The Heavenly Bridegroom Soon Will Come) เพลงสวดชาวคริสต์ใช้ในพิธีแต่งงาน เข้ามากับบาทหลวงผู้เผยแผ่ศาสนา วงแตรวงหรือวงปี่พาทย์นำเพลงนี้ไปเล่น รู้จักแพร่หลายสมัยรัชกาลที่ 5 เนื้อร้องไทยมีอยู่ว่า “ยี่แฮมดิสะพราย ซ้ำซำดิสกรัม ยี่แฮมดิสะพรายโฮเล่ฮูม ซูซี่ดิสปริ้นโอเวอร์พราย ยอแร่มยอแรมแซมวดีดี่ ยอแร่มยอแรมแซมวดีดี่ ยอแร่มยอแรมแซมวดี ดิสพริ้นโอเวอร์พราย” เนื้อเพลงเดิมร้องอยู่ในโบสถ์ “The heavenly bridegroom soon will come” เป็นต้น

เพลงตับฝรั่ง เป็นเพลงอเมริกัน ยุคสงครามกลางเมืองของอเมริกา พ.ศ.2404-2408 จาค็อบ ไฟต์ และมิเกล ฟุสโก เป็นผู้นำวง มีอยู่หลายเพลงด้วยกัน (Marching through Georgia, Yankee Doodle, Wait for the Wagon, When the Saints go Marching In) พ.ศ.2422-2439 ใช้ทำนองฝรั่งใส่เนื้อร้องไทย อาทิ เพลงคุณหลวง เข้ามากับเรือพีค็อก (Peacock) เรือเอ็นเตอร์ไพรส์ (Enterprise) เรือเทนเนสซี (Tennessee) มีนักดนตรีในวงกองดุริยางค์เกียรติยศ (มารีนแบนด์) 8 คน
เพลงยินดีต้อนรับสู่เมืองเดรสเดน (Erinnerung an Dresden) โดยลุดวิก กาสเนอร์ (Ludwig Gasner) ผู้คุมวงดนตรีเมืองเดรสเดน (Dresden) เยอรมนี บรรเลงถวายรัชกาลที่ 5 วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2440
โยสลัม (Jung Ceylon) เดิมเป็นเพลงพวกฝรั่งโปรตุเกส คำว่าโยสลัมกร่อนมาจาก “จั้งซีลอน” ชื่อเดิมภูเก็ต เพลงเข้ามาสมัยอยุธยา เป็นเพลงยอดนิยม มีเครือญาติเพลงโยสลัม อาทิ ปี่โนราหนังตะลุง ยวนย่าเหล ตามองตา เกลียดห้องเบอร์ห้า นางใจ น้ำตาโนราห์ ชุมทางเขาชุมทอง ความรักเจ้าขา หลงรูปละเวง เป็นต้น
แขกเชิญเจ้าหรือเพลงเทพบันเทิง เป็นเพลงพิธีกรรมแบบแขกเปอร์เซีย นิยมบรรเลงมาแต่สมัยอยุธยาแล้ว มีร่องรอยเหลืออยู่ในละครรำแก้บนตามศาลพระพรหม ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ วัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี วัดหลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา คณะโนราชาตรี ละครชาตรี และอยู่ในวงดนตรีไทย
การนำบทเพลงสำคัญยุคต้นรัตนโกสินทร์มาบรรเลงที่วัดมหาธาตุครั้งนี้ เป็นโอกาสดีได้ค้นคว้าและหาข้อมูลเพลงและครูดนตรีฝรั่งที่เข้ามาในสยามยุคที่เปิดประเทศรับตะวันตก การใช้เพลงเกียรติยศเป็นเพลงคำนับเพื่อยกระดับราคาความน่าเชื่อถือของชาติ เป็นประวัติศาสตร์สังคมที่ยังมีชีวิตและสามารถอธิบายได้ มีความเป็นมาของสังคมในอดีต ทำให้มองเห็นบริบทและเป็นพลังของอนาคต
ครั้งนี้นำเพลงมาเรียบเรียงใหม่โดยพันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ โดยนำอดีตมารับใช้ปัจจุบัน อาศัยความรู้และศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรี นำวิถีชีวิตวิธีคิดแบบโบราณ อาศัยภูมิปัญญาผสมกับพลังสร้างสรรค์ใหม่ แล้วนำมาเสนอให้สังคมปัจจุบันได้รับรู้ สร้างคุณค่าใหม่ที่ไพเราะและมั่นคง

