‘ไร่ใจยิ้ม’
ดีต่อโลก ดีต่อเรา
แคมปัสแห่งความสุขระดับ 5 ดาว
ความสุขและความดี คือ สิ่งสากลที่ผู้คนล้วนต้องการสัมผัส ไม่ว่าจะเชื้อชาติใดบนโลกใบนี้
เช่นเดียวกับความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของชาวบ้านและผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือน คือส่วนหนึ่งของเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยที่ ‘ความยั่งยืน’ ถูกนำมาชูเป็นหมุดหมายสำคัญ ท่ามกลางเทรนด์โลกที่มนุษยชาติเห็นพ้องต้องกัน
โครงการ Sustainable Tourism Goals หรือ STGs เที่ยว 4 ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา คือโปรเจ็กต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว ผลักดันเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการเชิงประสบการณ์สู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมมุ่งสู่ Smart Tourism พร้อมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัวในการเข้าร่วมโครงการ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) โดยกำหนดเป้าหมายให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมโครงการกว่า 80% ภายในปี 2568 พร้อมชักชวนคนไทยทุกคนออกไปเที่ยวเมืองไทแบบ 4 ดี ได้แก่ สิ่งแวดล้อมดี : D ท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบบ Low Carbon ลดการสร้างขยะ, วัฒนธรรมดี : D เคารพวิถีชุมชน ร่วมงานประเพณีท้องถิ่น อวดอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป,
เศรษฐกิจดี : D สนับสนุนสินค้าและบริการในท้องถิ่น เที่ยวเมืองรองเพื่อกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง และ ชีวิตดี : D ท่องเที่ยวอย่างเข้าใจชุมชนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ช่วยเติมเต็มความสุขและยังช่วยดูแลโลกใบนี้ให้สวยงามต่อไป

ออนไซต์-ออนไลน์เรียนรู้จากธรรมชาติรอบกาย
‘ความสุขคือศาสตร์อย่างหนึ่ง’
หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมและคว้า 5 ดาวเต็มจากโครงการดังกล่าว คือ ‘ไร่ใจยิ้ม’ ดินแดนแห่งธรรมชาติเขียวขจี แนบชิดกับอ่างเก็บน้ำห้วยตะเคียน ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่ชวนให้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง อีกทั้งมากมายด้วยกิจกรรมหลากหลาย โดยเฉพาะแนวผจญภัย หรือแอดเวนเจอร์

อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร และ อาจารย์หนิง-สุภาวดี รุยาพร ผู้ก่อตั้งไร่ใจยิ้มที่เปรียบเสมือนศูนย์บำบัดจิตใจให้เปี่ยมสุข ร่วมกันเล่าถึงแนวคิดเรื่องห้องเรียนขนาดใหญ่ซึ่งก็คือ ‘ธรรมชาติ’ รอบกาย ว่าจากเดิมมี ‘คลาสรูม’หรือห้องเรียนที่มีผนัง สำหรับเรียนรู้การเป็น ‘ผู้นำ’ ต่อมาได้ขยับขยายออกไปนอกกำแพงกั้น สร้างชุมชนในไร่ที่มากมายด้วยความสุข
“สมัยก่อนจะใช้ห้องเรียนเป็นหลัก ปัญหาคือจะมีแต่แนวคิดที่ดี ในขณะที่การปฏิบัติไม่ค่อยเกิด บางครั้งออกจากห้องเรียนก็ลืมไปบ้าง ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติจริงๆ เลยกลับมามองว่าเรามีทั้งห้องเรียนและพื้นที่ปฏิบัติ จึงนำธรรมชาติมาเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ขึ้น
เราพบว่าผู้นำในองค์กรต่างๆ ยิ่งอยู่สูงก็ยิ่งเจ็บป่วย จะทำอย่างไรให้เขามีความสุขด้วย ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย และร่ำรวยได้ด้วยพร้อมๆ กัน และยังช่วยให้โลกเข้มแข็ง ซึ่งมีผู้บริหารเข้ามาเรียนรู้ตรงนี้เยอะขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็สร้างชุมชนในไร่ใจยิ้ม มีการปลูกป่า ทำกิจกรรมส่งเสริมความสุข Happiness Touch Point ที่ใช้ Zero Carbon พอทำไปสักพักหนึ่ง ก็เป็นต้นแบบเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกับความสุข สัมผัสกับธรรมชาติสีเขียว เหมือนเป็นการชาร์จพลังงาน สิ่งที่เหนือกว่าการสร้างกำไร คือการสร้างความสุข การสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น” อาจารย์กฤษณ์และอาจารย์หนิงร่วมกันบอกเล่า ทั้งยังชวนให้ขบคิดว่า ‘ความสุขคือศาสตร์แขนงหนึ่ง’ และไร่แห่งนี้ก็เปรียบเสมือน University of Happiness หรือมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ที่หลากหลายด้วยสื่อการสอน ไม่ว่าจะเป็น ออนไซต์ ท่ามกลางป่าเขา หรือ ออนไลน์ ให้สัมผัสโมเมนต์แห่งความสุขได้เช่นกัน
“เรามีทั้งคลิปวิดีโอ และสื่อสตรีมมิ่งพูดคุยกัน ผมมองว่าบางครั้งการสร้างความสุขคือการหาประสบการณ์โมเมนต์ของความสุข ในขณะเดียวกันความสุขก็เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง และเราสามารถดีไซน์ได้ สามารถสร้างขึ้นได้ทั้งในออฟฟิศ ในบ้าน แต่ถ้าหากเขาต้องการที่จะมาเรียนรู้และสัมผัสความสุขในรูปแบบที่ลงลึกหน่อยก็มาที่ไร่ใจยิ้มได้ นอกจากนี้ เรายังติดตามผลของความสุขด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ามาในไร่ด้วยความสุขแบบติดลบ เราก็มาสร้างฮอร์โมนความสุขและติดตามผล 90 วัน มาเจอกัน มาคุยกัน ดูคลิปวิดีโอกัน บางคนก็กลายไปเป็นผู้นำด้านความสุขให้กับคนเป็นโรคมะเร็งคนอื่นๆ ต่อไป” อาจารย์กฤษณ์เล่า พร้อมแนะว่า ในระหว่างทาง ความสุขมันเริ่มพร่อง แต่อาจจะยังไม่ถึงความทุกข์ แต่ถ้าไม่อัดฉีดฮอร์โมนความสุขเข้าไปอีกหน่อย มันจะกลายเป็นความทุกข์แน่นอน
“เมื่อรู้ว่าธนาคารความสุขเริ่มลดแล้ว เขาก็มาชาร์จพลังและก็ไปต่อ สิ่งที่เราพยายามทำก็คือ เราไม่จำเป็นต้องมาที่ไร่ใจยิ้มตลอด เราต้องทำอย่างไรให้เขาสามารถที่จะตกปลาได้ด้วยตัวเอง เราก็จะมีกระบวนการที่ทำให้เขานั้นกลับมาค้นพบตัวเองว่ารากแก้วของตัวเองอยู่ที่ไหน มาเติมเต็มความสุขระหว่างทางในการหาความสำเร็จ”

ชีวิตที่กลับมาโปรเจ็กต์ ‘นกคืนรัง’ สร้างระบบนิเวศใหม่
สำหรับประเด็นความยั่งยืน ผู้ก่อตั้งไร่ใจยิ้มเผยมุมมองว่า ส่วนใหญ่เราจะมองว่ามนุษย์จะเป็นคนช่วยสร้าง แต่จะทำอย่างไรที่จะสร้างความยั่งยืนแล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
“ผมทำโครงการให้นกกลับมาอยู่บนต้นไม้ สร้างบ้านรังนกขึ้นมาเพื่อที่ให้นกกลับมาคืนรังแล้วสร้างระบบนิเวศใหม่ในป่า ตรงนี้มันก็คือชีวิตที่กลับมาด้วยตัวของมันเอง และมีความปลอดภัยมากพอที่จะออกลูกออกหลาน แล้วกลายเป็นนกคืนถิ่นเข้ามา ถ้าเราทำโดยเข้าใจระบบนิเวศจริงๆ มันไม่ยาก เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่เราไม่เข้าใจธรรมชาติ เราจะปลูกธรรมชาติตามแนวคิดของมนุษย์ ซึ่งจริงๆ อาจจะต้องย้อนกลับไปมองในมุมที่เป็นตัวเขาจริงๆ ว่า นกพันธุ์ไหนอยากจะมาในป่าแบบไหน แล้วป่าเหล่านั้นสร้างความยั่งยืนหรือเปล่า บางทีเราปลูกป่าแบบชนิดเดียวกันหมดเลยแต่ไม่ใช่ธรรมชาติ มันอาจจะต้องมีการผสมผสาน ถ้าระบบนิเวศลงตัวธรรมชาติมันจะคืนกลับมาเอง” อาจารย์กฤษณ์อธิบาย

อาบป่า ค้นหารากแก้วใน ‘มินิเอเวอเรสต์’
WIFI ความสุขที่พร้อมแชร์ฮอตสปอต
มาถึงกิจกรรมต่างๆ ในไร่ใจยิ้ม อาจารย์กฤษณ์เผยว่า ส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการปีนเขาเอเวอเรสต์เมื่อกว่า 10 ปีก่อน
“ระหว่างปีนเขา ธรรมชาติมันสอนเราเยอะเลย เพราะทฤษฎีคือ ส่วนหนึ่ง แต่พอเจอสถานการณ์จริงๆ ก็จะเจออีกส่วนหนึ่ง สถานการณ์จะสร้างวีรบุรุษขึ้นมา ความเป็นผู้นำจะผุดออกมาภายใต้ความกดดัน เลยมาคิดว่าถ้าเรามีพื้นที่ซึ่งสามารถจำลองการเดินเขาได้ก็ดี ไร่ใจยิ้มปัจจุบันก็คือ มินิเอเวอเรสต์ หลังไร่เป็นภูเขาที่เราจะใช้เป็นสมรภูมิ ปัจจุบันให้ทักท่องเที่ยวที่สนใจปีนเขา จอดรถที่ทะเลสาบ แล้วพายเรือเข้ามา พอทานข้าวกลางวันเสร็จ ปีนเขาต่อ เป็นการพิชิตยอดเขา สร้างชาเลนจ์ให้ตัวเอง เป็นกระบวนการสร้างภาวะผู้นำ เมื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติ สังเกตได้ว่าบางคนจะไม่เหนื่อย เพราะรู้วิธีการเล่นกับภูเขาว่าทำอย่างไรให้มีความสุขตลอดเส้นทาง”

สำหรับตัวอย่างกิจกรรมน่าสนใจให้ร่วมสัมผัส อาทิ อาบป่า สัมผัสกับธรรมชาติตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่วมสร้างความสัมพันธ์กับธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตาดู หูฟัง จมูกสูดกลิ่นบริสุทธิ์ ลิ้นรับรสชาติของสมุนไพร ใจสัมผัสถึงความสงบ, ค้นหารากแก้วแห่งความสุข เปิดอกเปิดใจ บำบัดจิต สลายความทุกข์ ไปกับการมองความสุขในร่างกาย และตอบคำถามตัวเองว่าความสุขคืออะไร พิจารณาจากการดำเนินชีวิตที่ผ่านมาว่าสิ่งไหนคือต่อมความสุขของเรา, สะพานวัดใจ ตั้งองศาจิตให้มั่น พร้อมก้าวเดินบนสะพาน ก้ามข้ามความกลัว บ่มสติปัญญาการแก้ไขปัญหาให้ถี่ถ้วน บริหารความเสี่ยงในอุปสรรค, โหนสะลิง Zipline ทำลายความกลัวและเป็นทุกข์ ข้ามผ่านสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ทำมันไม่ได้ หรือไม่กล้าทำกันแน่ ?

นอกจากนี้ ยังมี ธนาคารใต้น้ำ ให้เรียนรู้เรื่องราวของการฝากน้ำไว้กับธนาคารชั้นใต้ดิน โดยใช้ขยะพลาสติกและยางเก่าๆ เป็นช่องให้น้ำไหลผ่านลงไปใต้ดิน เพื่อมาทดแทนน้ำที่หายไป จากนั้น แวะ ฟาร์มไก่อารมณ์ดี ที่มี บุปผา ทองมี หรือ ‘น้าแป้ว’ ชาวบ้านในพื้นที่ พนักงานไร่ใจยิ้มคอยดูแลให้อาหารชั้นดีคือ ‘วอเตอร์เครส’ หรือ ผักสลัดน้ำ ไม่ต้องเครียดว่าจะถูกฆ่าแกง
เมื่อถามถึงเคล็ดลับเลี้ยงไก่ให้อารมณ์ดี ไม่มีแอบจิก น้าแป้วเผยว่า ต้องให้ ‘ความรัก’ เป็นอันดับแรก
“เราก็ให้ความรักเขาก่อน เชื่อมโยงความสามัคคีก่อน ไก่ก็เหมือนลูก จะรู้ว่าลูกเราเป็นหวัดตอนไหน เป็นไข้ตอนไหน เราก็จะดูแลเขาอย่างดี พูดง่ายๆ ว่าเอาใจใส่”
อาจารย์กฤษณ์เสริมว่า ชาวบ้านในพื้นที่อย่างน้าแป้ว คือ ‘นวัตกรแห่งความสุข’ ที่พร้อมฉายแสง ที่เป็นส่วนหนึ่งของไร่ใจยิ้ม โดยส่งต่อความสุขจากเบื้องลึกในใจสู่ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนและพำนัก
“น้าแป้วมีพรสวรรค์ พอให้มาฉายแสงหน้าเวที สังเกตดูว่าเขาจะมีความสุขมาก เป็นโดยธรรมชาติ ซึ่งผมมองว่าแก่นของความสุขมี 3 ส่วน 1.ค้นพบรากแก้วที่ตัวเองมีมาอยู่แล้ว ก็จะมีพลังในการสร้างความสุข 2.คือเวทีที่ทำให้เขาฉายแสง ถ้าเขาไปอยู่ในครัวก็อาจจะสู้อยู่หน้าบ้านไม่ได้ 3.ทักษะที่จะให้บางอย่างอาจจะฝึกเรื่องการสื่อสาร เรื่องการเข้าใจคนอื่น เรื่องการต่อยอดความสุขกับคนอื่น พอทำทั้ง 3 มุมได้ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนในการสร้างความสุข
ผมอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่ ได้กลับไปเป็น WIFI ให้คนอื่น ถ้าเริ่มรู้ทักษะการสร้างความสุข เราเองก็จะกลายเป็นฮอตสปอตให้คนอื่นได้ จะทำอย่างไรให้สังคมเรามีคอมมูนิตี้ Happiness เมื่อก่อนสังคมไทยคือ Land of Smile ตอนนี้เราก็จะน่าจะเป็นเซ็นเตอร์ของซอฟต์เพาเวอร์ด้านรอยยิ้มความสุข จะทำอย่างไรให้เป็นต้นแบบได้จริงๆ เรามีเป้าหมายที่ดีแต่ไม่ได้ถูกส่งเสริม มันไม่ได้ยาก เราแค่ลืมทำไปเท่านั้นเอง” อาจารย์กฤษณ์ทิ้งท้าย
นับเป็นผู้ประกอบการที่ควรค่าแก่การคว้า 5 ดาว พร้อมมอบความสุขที่สร้างได้ ดีไซน์เป็น ทั้งยังส่งต่อให้ผู้อื่นอย่างไม่รู้จบ
ชญานินทร์ ภูษาทอง

