ดนตรีทำด้วยใจ เกิดขึ้นได้เพราะพลังศรัทธา
เ มื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566 วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ไปแสดงที่งาน “สวนดอกร้อยดวงใจ 65 ปี แพทย์เชียงใหม่” บริเวณสนามฟุตบอล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อหารายได้สบทบทุนปรับปรุงและซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่อาคารหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดยมีผู้สนับสนุนทำบุญจำนวนมากทีเดียว เนื่องจากเป็นงานแสดงกลางแจ้งกลางสนามฟุตบอล จึงควบคุมบรรยากาศยากหน่อย รวมทั้งผู้ฟังก็ไม่คุ้นเคยกับการฟังเพลงแบบตั้งใจฟัง
ในงานแสดงครั้งนี้มีบทเพลงใหม่และเป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่ก็คือ “เพลงเสียงน้อยกิเลสน้อย” เรียบเรียงโดย ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล ความยาวของเพลง 12 นาที มีดาราเข้าร่วมแสดงในเพลงหลายคน เริ่มจากนักร้องหมอลำ “ลำเพลิน วงศกร” เกริ่นนำถึงความเป็นมาของชีวิตและประวัติหลวงปู่แหวน โดยเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย จากจังหวัดเลย จาริกแสวงบุญเดินเท้าไปภาคเหนือ มีหมอแคน “อ้น แคนเขียว” กับหมอลำร้องเล่าเรื่องราวเพื่อจะส่งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จนไปถึงเมืองเชียงใหม่
เมื่อเดินทางถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว ต้อนรับด้วยเสียงของปี่จุม เพลงฤาษีหลงถ้ำ เป่าปี่จุมโดย “ครูแอ๊ด เดอะสะล้อ” เพื่อต้อนรับหลวงปู่แหวนเข้าเมืองเชียงใหม่ เสียงปี่จุมกับวงออร์เคสตราไพเราะจับใจ แล้วต่อด้วยดารากากัล มาลิก ซึ่งเป็นดาราบอลลีวู้ด (Bollywood) บินมาจากประเทศอินเดียเพื่อมาซ้อมสวดมนต์กับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราครั้งหนึ่งแล้วก็บินกลับไปอินเดีย กลับมาใหม่ในวันแสดงจริงก็บินมาแสดงเพลงสวดมนต์ที่งานเชียงใหม่ การสวดมนต์กับวงออร์เคสตราก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่เพื่อบอกความเป็นพุทธศาสนา บทเพลงแบบพระสวดเพื่อเจริญสติปัญญา
เพลงเสียงน้อยกิเลสน้อย เป็นนวัตกรรมเพลงที่เกิดขึ้นใหม่ของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา เพราะได้ก้าวข้ามความเป็นดนตรีแบบจารีตหรือของดั้งเดิมแบบเผ่าพันธุ์ดนตรี ดนตรีหมอลำ ดนตรีท้องถิ่น สะล้อซอซึง หรือดนตรีไทย แม้วงซิมโฟนีออร์เคสตราในเมืองไทยก็ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ เพราะเสี่ยงต่อความล้มเหลว แต่เพลงเสียงน้อยกิเลสน้อยเป็นเสียงใหม่ที่เกิดขึ้นในงานครั้งนี้ บอกให้สังคมได้รับรู้ว่า เสียงเพลงสำหรับซิมโฟนีออร์เคสตราใหม่ๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดที่เวียนนา เบอร์ลิน นิวยอร์ก หรือลอนดอนอีกต่อไป แต่สามารถเกิดขึ้นในสนามฟุตบอล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็เป็นไปได้แล้ว เพลงเสียงน้อยกิเลสน้อยต้องลงทุนด้วยพลังศรัทธามหาศาลจึงทำงานชิ้นนี้ขึ้นจนสำเร็จได้ เพราะต้องใช้ศิลปินที่มีความสามารถสูงตลอดทั้งเพลง
อีกเพลงหนึ่ง “ทุกข์เพราะคิด” โดยนำคำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ซึ่งเขียนบนแผ่นไม้ ติดอยู่ตามต้นไม้ในวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ได้นำคำสอนมาเรียงร้อยใหม่แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นเพลง ให้เหมาะกับจริตของมนุษย์ที่ประกอบด้วยความทุกข์ หากผู้ฟังนำคำร้องไปปฏิบัติและปฏิบัติได้ จิตใจก็จะสงบลง
รายการแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วน เริ่มด้วย “งานดนตรีที่เกี่ยวกับพระ” ตั้งใจให้ใสสะอาด เป็นบทเพลงที่เกี่ยวกับศาสนา ต่อด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 เป็นบทเพลงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในส่วนสุดท้ายเป็นผลงานเพลงของ “ชาวบ้าน” ซึ่งเป็นมรดกเพลงของเมืองเหนือ โดยมี “วงปล่อยแก่จากลำปาง” กว่า 60 คน ได้มาร่วมร้องเพลงด้วย รวมทั้งดารานักร้องจากเมืองเชียงใหม่ อาทิ คุณไก่พรรณนิภา คุณอ้อม รัตนัง และครูแอ๊ด เดอะสะล้อ ทุกคนมาด้วยใจเพื่อร่วมสร้างสีสันในงาน

ผู้ฟังได้แอบกระซิบว่า ทำไมนักดนตรีเล่นไม่ยิ้มเลย ทำไมนักดนตรีเอาจริงเอาจังมาก นักดนตรีเครียดหรือเปล่า คำตอบคือ นักดนตรีทุกคนเป็นมืออาชีพ ค่าตัวแพงกว่างานดนตรีทั่วไป เขาทำงานผิดพลาดไม่ได้ ทุกคนมีความตั้งใจสูง หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น นักดนตรีก็จะทำให้งานเสีย ดังนั้นนักดนตรีจึงตั้งใจ เอาจริงเอาจังกับงานมาก ที่สำคัญคือผิดพลาดไม่ได้ เขาจึงเป็นมืออาชีพ เพราะผลงานเพลงที่แสดงเป็นเพลงใหม่ แม้เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์หรือบทเพลงเมืองเหนือก็ตาม เป็นเพลงใหม่ที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ เพื่อใช้แสดงกับวงออร์เคสตราโดยเฉพาะ อีกปัจจัยหนึ่งการแสดงกลางแจ้งสำหรับวงออร์เคสตรานั้น เป็นงานที่ยาก เรื่องบรรยากาศ อุณหภูมิ แมลงเม่า รบกวนสมาธิ ยิ่งทำให้นักดนตรีต้องตั้งใจและจะต้องมีสมาธิมากขึ้น
งานจบลงด้วยความรู้สึกที่ดีและหัวใจพองโต งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะพลังศรัทธาเท่านั้น เพราะศรัทธาที่อยู่ในใจ ทำงานด้วยใจ ฟันฝ่าอุปสรรคได้ด้วยใจ แม้จะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อพลังศรัทธาได้ ในท่ามกลางความวุ่นวาย ท่ามกลางสรรพสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ อาทิ ควบคุมความรู้สึกนึกคิดจิตมนุษย์ไม่ได้ ควบคุมดินฟ้าอากาศก็ไม่ได้ ใช่ว่าเงินจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนงานทั้งหลายได้ เมื่อคุณภาพของงานต้องควบคุมไว้ด้วยจิต จิตนิ่งเท่านั้นจึงจะทำงานสำเร็จได้ เพราะคนมีกรรมก็เข้าไม่ถึงบุญ คนมีบุญแต่ก็มีกรรมมาบัง เมื่อหัวใจจะทำบุญใหญ่ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายให้ได้ จึงจะทำงานบรรลุผลประสบความสำเร็จ

เชียงใหม่เป็นเมืองของนักดนตรีที่มีฝีมือ มีกิจกรรมดนตรีเกิดขึ้นในเชียงใหม่มาก มีดนตรีที่หลากหลาย มีเพลงตั้งแต่พื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง เพลงสมัยนิยม เพลงแจ๊ซ กระทั่งเพลงคลาสสิก น่าสนใจมากคือ ร้านอาหารที่เชียงใหม่มีวงดนตรีแสดงสด มีนักดนตรีที่มีฝีมือสูง นักดนตรีเหล่านั้นอาศัยพลังศรัทธาในอาชีพ มีฝีมือและยืนหยัดในความเชื่อของตนเองอย่างมั่นคง
เมื่อทำงานเสร็จจากการแสดง “สวนดอกร้อยดวงใจ 65 ปี แพทย์เชียงใหม่” ครูแอ๊ด เดอะสะล้อ ชักชวนให้ไปฟังดนตรีที่ร้าน “บ้านไร่ยามเย็น” มีวงดนตรีลูกทุ่งแบบฝรั่งอเมริกัน (วงคาวบอย) มีนักดนตรีอยู่ 4 คน อายุก็เป็นหนุ่มวัยดึกกันแล้ว เล่นกีตาร์ แบนโจ แอ๊กคอเดียน และดับเบิลเบส ซึ่งวงดนตรีแบบนี้หาฟังได้ยาก เพราะไม่มีคนจ้าง และคนรุ่นใหม่ก็ไม่มีใครฟัง ปรากฏว่า นักดนตรีเป็นเจ้าของร้านเอง จึงทำให้วงดนตรีสามารถเล่นได้ตามใจของตัวเอง ทั้งยังเป็นการเล่นดนตรีให้แขกที่มารับประทานอาหารฟังร่วม 20 ปีแล้ว จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของร้านบ้านไร่ยามเย็น ดนตรีที่เล่นในร้านทำให้รสชาติของอาหารและราคาอาหารไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะผู้ฟังหันไปสนใจดนตรีมากกว่าอาหารที่สั่งมากิน
นักดนตรีทุกคนฝีมือสูง “ไม่เก่งแต่ชำนาญ ไม่เชี่ยวชาญแต่เคยมือ” สามารถเล่นได้ทุกเพลง ทุกระดับเสียง เปลี่ยนระดับเสียงเพลงได้ทุกคีย์ แถมร้องเพลงด้นเพลงได้อีกต่างหาก จำเนื้อไม่ได้ก็ด้นสด เพลงประเภทมุตโตแตกกันทุกคน เพลงประจำวง อาทิ ลูกทุ่งเสียงทอง คาวบอยน้ำปู๋ ลูกข้าวนึ่ง หนุ่มลำปางตามเมีย เป็นต้น สามารถเล่นเพลงไทยเดิม คางคกปากสระ เขมรไล่ควาย ค้างคาวกินกล้วย เพลงเหนือ เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงแจ๊ซ เอาเป็นว่าเล่นเพลงได้รอบตัว เป็นการเล่นสดและร้องสดโดยไม่ใช้ไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงแต่อย่างใด ส่วนผู้ฟังนั้นมีส่วนร่วมในการร้องตาม เคาะโต๊ะ ปรบมือ เคาะจังหวะ สนุกไปกับเพลง

วงดนตรีที่เล่นในร้านอาหาร “บ้านไร่ยามเย็น” เป็นวงดนตรีที่เล่นด้วยใจ เล่นด้วยความศรัทธา เป็นนักดนตรีที่มีประสบการณ์สูง ผู้ฟังมีส่วนร่วมเพราะสามารถจะสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกศรัทธา เห็นได้จากเงินที่เหน็บติดอยู่กับเครื่องดนตรี ตามซอกของเครื่องดนตรี ลูกบิดกีตาร์ ลูกบิดแบนโจ ลูกบิดดับเบิลเบส ใบละร้อย ใบละห้าร้อย หรือใบละพัน ตามกำลังศรัทธาของมิตรรักแฟนเพลงที่ได้มีโอกาสฟัง
ไม่ว่าจะเป็นดนตรีประเภทไหน แม้วัตถุประสงค์ในการทำงานอาจจะแตกต่างกัน แต่เมื่อได้เอาใจใส่และตั้งใจทำแล้ว ทำงานด้วยใจใช้ใจในการทำงาน เมื่องานเกิดขึ้นได้และสำเร็จลง หัวใจก็คือพลังศรัทธาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าหากว่าขาดซึ่งศรัทธาเสียแล้ว โอกาสที่จะทำงานให้สำเร็จก็ยาก
เงินเป็นปัจจัยสำคัญสามารถจะบันดาลและขับเคลื่อนให้งานสำเร็จได้ แต่เรื่องบางเรื่อง หรือคนบางคน ถึงจะมีเงินก็ไม่สามารถจะซื้อหัวใจในการสร้างสรรค์ให้เกิดความสำเร็จได้ สุดท้ายต้องอาศัยพลังศรัทธาเท่านั้น
เพราะดนตรีเป็นศิลปะของหัวใจและดนตรีเป็นหัวใจของศิลปะทั้งมวล เสียงดนตรีที่ออกมาจากใจ ทำให้เสียงใสใจสะอาด ในการทำงานดนตรีทุกชนิดจึงต้องใช้ความรู้สึกและความศรัทธาของหัวใจเป็นสำคัญ

