หน้าแรก ประชาชื่น พิจิตร..แล้งน...

พิจิตร..แล้งนี้มี..เมล่อน นางเอกแห่งฤดูกาล เก็บเกี่ยวไว ใช้น้ำน้อย รายได้งาม

19.01.17 | 16:29 น.

หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรเป็นอย่างยิ่ง คือ “เมล่อน” ผลไม้รสชาติดี มีอนาคต ด้วยความนิยมจากท้องตลาด ทั้งยังใช้น้ำและพื้นที่น้อย ทว่าสร้างผลผลิตที่โกยรายได้มากกว่าการทำนาหลายเท่าตัว

สมพร เจียรประวัติ เกษตรจังหวัดพิจิตร อธิบายว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปีนี้เกษตรกรต้องยอมรับว่าผลผลิตราคาข้าวนั้น ไม่ดีเท่าที่ควร ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงมีนโยบายในเรื่องการลดพื้นที่การทำนาและลดรอบของการทำนาปรังลง ฉะนั้นเมื่อมีการขับเคลื่อนนโยบายในลักษณะนี้ จึงต้องมีการทดแทนให้กับเกษตรกร โดยการหาพืชที่เหมาะสมที่จะทดแทนการปลูกข้าวเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เท่ากับหรือมากกว่าการทำนา จึงได้เลือกการปลูกพืชประเภทแตงคือ เมล่อน ซึ่งเป็นพืชที่มีการใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าวประมาณ 3-4 เท่าตัว โดยมีระบบการจัดการที่ละเอียดอ่อน ตัวอย่างเช่น การปลูกโดยมีพลาสติกคลุมดิน มีระยะการปลูกที่ชัดเจน และปลูกในโรงเรือน

“ตอนนี้เกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เริ่มหันมาปลูกเมล่อนกันมากขึ้น ราคาจากมือเกษตรกรกิโลละ 60-70 บาท เมล่อน 1 ผล หนักราว 1 กิโลครึ่ง ถึง 2 กิโลกรัม ดังนั้น เฉลี่ยอยู่ที่ผลละ 100-150 บาท ในระยะเวลา 4 เดือน เมื่อเทียบกับการปลูกข้าว สามารถใช้เป็นพืชทดแทนการปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เกษตรจังหวัดกล่าว

201701111139031-20021028190207

มาฟังเสียงเกษตรกรตัวจริงกันบ้าง

Advertisement

สมศักดิ์ บางแดง หนึ่งในเกษตรกรนอกเขตชลประทานที่ปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังในช่วงฤดูแล้ง หันมาปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยทดแทน โดยในพื้นที่เพียง 2 งาน สามารถสร้างรายได้สูงกว่าการปลูกข้าวถึง 20 ไร่ ตัวโรงเรือนกว้าง 6 เมตร ยาว 36 เมตร ปลูกได้ 600-800 ต้น จำนวน 2 โรงเรือน สร้างรายได้ ประมาณ 55,000-65,000 บาทต่อหนึ่งโรงเรือน

“ผมเลือกปลูกเมล่อนพันธุ์กาเลีย ให้น้ำด้วยระบบสายน้ำหยดเพียงวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและบ่าย โดยใช้วิธีน้ำหยด และไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เพราะปลูกในโรงเรือนซึ่งกันแมลงได้ พวกอาหารเสริมก็ให้ทางน้ำหยดเหมือนกันวิธีการปลูกก็ไม่ยาก เริ่มจากการเพาะเมล็ด 8 วัน จากนั้นก็นำกล้ามาลงหลุม ใช้เวลาประมาณ 20 วัน เมล่อนก็จะการผสมเกสร อีก 5 วันถัดมา ก็จะเริ่มเห็นผลเล็กๆ ของเมล่อน ว่าจะติดลูกหรือไม่ติดลูก พอลูกเริ่มมีขนาดเท่าไข่ไก่ ก็จึงนำเชือกปอมาแขวนไว้กันลูกจะดึกเถาลงมา รวมทั้งหมดจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาประมาณ 65 วัน”

201701111139062-20021028190207

ถามถึงข้อจำกัด คุณสมศักดิ์บอกว่า เมล่อนชอบอากาศร้อนชื้น และไม่ชอบอากาศที่หนาวเย็น ถ้าเจอหนาวเมื่อไหร่ จะไม่ค่อยโต ไม่ค่อยออกดอก และให้ผลเล็กกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นโชคดีที่ภูมิอากาศในจังหวัดพิจิตร มีความเหมาะสม ตรงตามรสนิยมของพืชชนิดนี้ จึงไม่ต้องกังวลในประเด็นสภาพอากาศมากนัก ส่วนความปลอดภัยต่อผู้บริโภคก็มีเต็มร้อย โดยมีใบรับรอง GAP การันตีว่าไร้สารเคมีและยาฆ่าแมลงปนเปื้อน

เกษตรกรท่านนี้ ยังกระซิบบอกว่า เมล่อนที่ปลูกไว้ขายดีมากถึงขนาดมีลูกค้าโทรมาจอง ไม่ต้องขนออกไปขายเลยด้วยซ้ำ

เน้นย้ำความสำเร็จของการตัดสินใจหันมาปลูกพืชชนิดนี้

นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนาในช่วงฤดูแล้งนี้เป็นอย่างดี

สนใจปลูกเมล่อน สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ สมศักดิ์ บางแดง หมู่ 7 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โทร 06-1469-8262

201701111139064-20021028190207