หน้าแรก ประชาชื่น ภาพเขียนหินทร...

ภาพเขียนหินทราย‘หลี่จุนเซิง’ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ศิลปะโลก มรดกทางธรรมชาติ ภูมิปัญญาของจีน

25.12.23 | 12:32 น.
ผลงานที่แพงที่สุดของหลี่เป็นภาพภูเขาเทียนเหมิน หนึ่งในภูเขาที่สวยที่สุดในจีน

ภาพเขียนหินทราย‘หลี่จุนเซิง’
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ศิลปะโลก
มรดกทางธรรมชาติ ภูมิปัญญาของจีน

ต้องบอกว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ‘กระแสจีน’ มาแรงแซงโค้งไปเกือบทั่วโลก ไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอย วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง ล้วนพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

กระทั่งซอฟต์เพาเวอร์อย่างภาพยนตร์ อาหารการกิน ล้วนกลายเป็นที่นิยม ไม่ต้องพูดถึงซีรีส์จีนที่ติดกันงอมแงมแทบทุกบ้านจนหาทางออกจากกำแพงเมืองจีนไม่เจอ

ภาพสไตล์จุนเซิง ใช้ประโยชน์จากวัสดุธรรมชาติอย่างเต็มที่

เรื่องของการท่องเที่ยวก็เช่นกัน จีนลงมือพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ มีการจัดแบ่งเขตแบ่งโซน อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างผิดหูผิดตา เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ

อย่าง ‘เมืองจางเจียเจี้ย’ มณฑลหูหนาน ของดีที่มีอยู่ถูกนำมาโปรโมตเป็นจุดขายได้ทั้งเงินได้ทั้งเกียรติ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดหินทราย ‘หลี่จุนเซิง’ (Sand Painting Museum)

Advertisement

สถานที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะท้องถิ่นยอดเยี่ยมที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองจางเจียเจี้ยไปทั่วโลก

ห่างจากจุดชมวิวอุทยานอู๋หลิงหยวนทางเข้าไปในตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ภาพวาดหินทรายแห่งนี้ โดยจิตรกรหนุ่มชาวถูเจียนาม ‘หลี่จุนเซิง’ ชนเผ่าถูเจียเป็นผู้ก่อตั้ง

“หลี่จุนเซิง” ชาวถูเจีย ผู้ปฏิวัติวงการประวัติศาสตร์ศิลปะของโลก

เมื่อปี พ.ศ.2544 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เรียกชื่อภาษาจีน ว่า ‘จุนเซิงฮวาเยี้ยน’ จัดแสดงภาพที่รังสรรค์จากวัสดุธรรมชาติ เช่น กรวดสี เม็ดทราย กิ่งไม้ ต้นหญ้าและหิน นำมาจัดแต่งเป็นภาพทิวทัศน์ สัตว์ และดอกไม้

โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมืองจางเจียเจี้ย เช่น ความงดงามของอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย หุบเขาอวตาร และภูเขาหินทราย นำมาร้อยเรียงเป็นภาพสีที่มีมิติสมจริงจนกลายเป็นตำนานใหม่แห่งวงการจิตรกรรมของโลก

‘หลี่จุนเซิง’ เกิดเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.1963 ในครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในเมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน เริ่มเรียนหนังสือในโรงเรียนเล็กๆ ที่หมู่บ้าน หลี่จุนเซิงมีความชื่นชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโต

Jun Sheng Art Academy

เป็นหนุ่มจึงลาออกจากโรงเรียนเพื่อแสวงหาเทคนิคการวาดภาพของตัวเอง เขาพบว่าในเมืองจางเจียเจี้ยมีภูเขาหินควอตซ์และหินทรายอยู่มาก ทั้งยังเห็นคนงานก่อสร้างใช้หินทรายในป่าสร้างบ้าน หลี่จุนเซิงจึงริเริ่มประดิษฐ์

การเขียนภาพด้วยหินทราย มีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใครจนกลายเป็นการสร้างสรรค์ยุคใหม่แห่งวงการเขียนภาพเรียกว่าภาพ ‘สไตล์จุนเซิง’

ผลงานของเด็กๆ ที่ไปเยือน

ตามประวัติอารยธรรมของมนุษย์ ศิลปะการวาดภาพมีการพัฒนาจากภาพเขียนสีน้ำมันของชาวตะวันตกและภาพวาดพู่กันจีน ซึ่งภาพสีน้ำมันจะเน้นในเรื่องความเหมือนจริงและความสง่างาม โดยสามารถมองเห็นเป็นภาพสามมิติที่น่าดู ส่วนภาพวาดพู่กันจีนจะเน้นในด้านจินตนาการและความมีชีวิตชีวา โดยแสดงถึงความบางเบาด้วยลายเส้นที่แน่นหนา จึงทำให้ภาพวาดจีนมีทั้งความน่าชื่นชม ความน่านิยม และความสง่างามควบคู่กันไปด้วย

ระยะแรกหลี่จุนเซิงศึกษาเรื่องภาพวาดสีน้ำมัน แต่หลังจากไม่ประสบความสำเร็จเขาเริ่มหันมาศึกษาการใช้วัสดุจากธรรมชาติ หลี่ได้อ้างอิงแนวคิดทฤษฎีและเทคนิคจากการเขียน ‘ภาพผนังตุนหวง’ และผสมผสานรูปแบบของภาพเหมือนของสีน้ำมัน บวกกับภาพวาดพู่กันจีน ทำให้ความเหมือนจริงและความสง่างามของภาพสีน้ำมันมารวมกันกับภาพวาดพู่กันจีนที่มีจินตนาการและความมีชีวิตชีวา กลายเป็นรูปแบบใหม่สไตล์จุนเซิง

ผลงานของหลี่จุนเซิง ทุกชิ้นเป็นภาพเขียนด้วยมือที่ใช้หินทราย
และสีธรรมชาติสกัดจากเปลือกไม้ ใบไม้

ถือเป็นการปฏิวัติในวงการประวัติศาสตร์ด้านศิลปะของโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และในปี ค.ศ.1986 จึงเกิดผลงานศิลปะชิ้นแรกของเขา

หลี่จุนเชิงสามารถพัฒนาภาพวาดหินทรายที่แสดงออกถึงความงดงามของธรรมชาติได้อย่างสุดยอด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความแตกต่างและความลึกลับของธรรมชาติ ภาพวาดหินทรายสามารถแสดงความงดงามของหุบเขาและแม่น้ำได้อย่างเหมือนจริง พร้อมทั้งแสดงถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคนเผ่าถูเจีย ไม่ว่าจะเป็นภาพโขดหิน พืชพันธุ์ไม้ เหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งลักษณะรูปแบบบ้านที่ยกบนเสาสูง อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านชาวถูเจีย

ภาพเขียนหินทรายของหลี่จุนเซิงได้แสดงถึงอารมณ์ที่บริสุทธิ์ สวยงาม และจินตนาการอย่างมีเสรีภาพ

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 จนถึงปัจจุบันภาพเขียนหินทรายของหลี่จุนเซิงเริ่มมีชื่อเสียง และได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังได้รับการคัดเลือกเข้าตีพิมพ์ในหนังสือตำราวิชาการต่างๆ ทางด้านศิลปะ มีการจัดแสดงภาพ

ในหอศิลป์แห่งชาติของประเทศจีน หอประชุมใหญ่มหาศาลาประชาชน พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ไปยังนานาประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้น ยังได้รับการยกย่องจากศิลปินมากมาย

หิน กรวด ทราย ที่ใช้เป็นวัสดุในการวาดภาพ

ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้รับการสนใจและยอมรับจากสื่อต่างๆ ทั่วโลก นับได้ว่าภาพวาดหินทรายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่มรดกทางภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมของประเทศจีน เป้าหมายสูงสุดของหลี่ไม่ใช่การสร้างงานศิลปะสำหรับติดผนังหรือรายได้สูงลิ่ว แต่ต้องการเห็นเทคนิคของเขามีคนเรียนรู้และนำไปใช้โดยศิลปินรุ่นต่อไปทั่วโลก จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนศิลปะ Jun Sheng Art Academy ขึ้น ปัจจุบันหลี่จุนเซิงได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติของจีน

ภาพหินทรายของหลี่จุนเซิงแสดงถึงความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติ เปรียบเสมือนการร่ายรำด้วยทรายและการสนทนากับหมู่มวลหิน ส่วนเทคนิคการวาดภาพในเรื่องสี ภาพจะสีไม่ตกและคงสภาพของภาพได้ยาวนานนับพันปี

ภาพเขียนหินทรายจึงได้รับการยอมรับจากผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและนักสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีผู้สืบทอดการเขียนภาพหินทรายรุ่นแรก ได้รับการอบรมชี้แนะจากนายหลี่จุนเซิง และยังมีการสร้างรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใครหลากหลายขนานและหลากหลายประเภท ทั้งยังถูกนำไปแสดงและเก็บสะสมจากนักสะสมและผู้ชื่นชอบงานศิลปะในหลายๆ ในวงการ

ภาพเขียนหินทรายของหลี่จุนเซิงจึงเป็นนามบัตรป้ายทองที่งดงามและทรงคุณค่า

กรรณิการ์ ฉิมสร้อย