เช็กเรตติ้ง #ทีมชัชชาติ 1 ปี กับ 218 วัน และของขวัญที่อยากได้ ปีหน้าฟ้าใหม่ 2567

29.12.23 | 12:27 น.
เช็กเรตติ้ง #ทีมชัชชาติ 1 ปี กับ 218 วัน และของขวัญที่อยากได้ ปีหน้าฟ้าใหม่ 2567

เช็กเรตติ้ง #ทีมชัชชาติ 1 ปี กับ 218 วัน และของขวัญที่อยากได้ ปีหน้าฟ้าใหม่ 2567

กำลังจะผ่านพ้นไปอีก 1 ปี จาก 2566 สู่ 2567
และเป็นเวลา 1 ปี กับ 218 วัน ของ #ทีมชัชชาติ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย 3 รองผู้ว่าฯ ที่ดูแลด้านต่างๆ ได้แก่ จักกพันธุ์
ผิวงาม, วิศณุ ทรัพย์สมพล, ทวิดา กมลเวชช และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ

ถือเป็นช่วงครึ่งทางก็ว่าได้ สำหรับการทำงานให้พ่อแม่พี่น้องชาวกรุงทั้ง 50 เขต

ก่อนจะถึงปีใหม่ มาลองฟังเสียงชาวบ้าน ว่าผลงานไหนเข้าตา-ไม่เข้าตา วาระไหนโดน-ไม่โดนใจ และของขวัญแนวไหนที่อยากได้จากกรุงเทพมหานครในปีหน้าฟ้าใหม่ 2567 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ปลื้มหลากเทศกาลกลางกรุง กระตุ้นเศรษฐกิจ
แก้ฝุ่น ‘ไม่แย่’ แต่ยังไปไม่สุด

Advertisement

“ชอบผลงานการกระตุ้นเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร อย่างการจัดทำพื้นที่ฉายหนังกลางแปลง และเพิ่มพื้นที่การจัดนิทรรศการต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น พ่อค้า-แม่ค้า จะได้มีรายรับเพิ่ม การหมุนเวียนของเม็ดเงินในกรุงเทพฯก็มากขึ้น

ส่วนนโยบายการศึกษา ยังมีเด็กที่ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมโดยตรง ถ้าพ่อแม่รายได้น้อย จะไม่ได้เรียนพิเศษ เลยอยากให้ กทม.สมทบเงินเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนพิเศษอย่างเท่าเทียม หากจะให้เด็กได้รับการเรียนพิเศษทุกคน ต้องไม่เสียค่าเรียนพิเศษ และคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียนต้องมี ต้องทันสมัย สำหรับการพัฒนาห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นเรื่องที่ดีมาก ทั้งเด็ก นักเรียน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไป จะได้ไม่ไปกระจุกที่ห้องสมุดแห่งเดียว เมื่อมีห้องสมุดเคลื่อนที่ ต้องมีการบอกประกาศด้วยว่าจะมาวันไหน เวลาไหน เด็กๆ จะได้รู้ และเตรียมตัว

นอกจากการเพิ่มทักษะนักเรียนแล้ว ต้องเพิ่มทักษะคุณครูด้วย บางคนมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ถึงขนาดทำร้ายเด็ก ดังนั้น ควรมีการตรวจสุขภาพจิตครูทุกปี ซึ่งจะดีกับตัวครูเอง นักจิตวิทยาต้องประเมินว่าคุณครูแต่ละท่าน อยู่ในสภาวะที่พร้อมรับกับการสอนหรือไม่

ด้านนโยบาย คลินิกชุมชน ของ กทม.ดีมาก เป็นการแก้ปัญหาที่เข้าใจประชาชนบางกลุ่มที่มีฐานะที่ไม่ค่อยดี ให้ไปพบแพทย์ในชุมชนก่อน เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ ถ้าอาการไม่ดีอย่างไร ก็ให้ส่งตัวไป

พชรภัทร นครจินดา

นโยบาย #ไม่เทรวม ต้องรณรงค์แต่ละบ้าน แต่ละพื้นที่ให้มีการแยกขยะอย่างจริงจังมากขึ้น คนกรุงเทพฯก็พยายามอย่าทิ้งรวมเลย เพราะขยะบางชนิดอาจเป็นภาระให้คนเก็บ รวมถึงความปลอดภัยด้วย ดังนั้นทุกบ้านต้องช่วยกันแยกขยะมีพิษ ขยะรีไซเคิล ต้องเริ่มต้นที่บ้าน การจะทำได้จริงหรือไม่ ก็ต้องอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัว

หากพูดถึงเรื่องที่รู้สึกว่า กทม. ยังทำได้ค่อนข้างช้า หรืออาจจะขาดความกระตือรือร้นไปบ้าง คือ โครงการกรุงเทพต้องสว่าง ที่มีการปรับปรุงไปบ้างแล้ว แต่ยังพบจุดที่ยังไม่สว่างจริงๆ บางซอยไฟยังมืด การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้น แต่มีแค่บางจุดเท่านั้นเองที่ยังไม่พัฒนา

เรื่องฟุตปาธ ในเขตจตุจักร อาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเยอะ และยังเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนในทราฟฟี่ ฟองดูว์ มากเป็นอันดับต้นๆ ทุกวันนี้ดีขึ้น แต่หลายจุดยังไม่เรียบ ไม่สม่ำเสมอ ประชาชนจำนวนมากที่ออกกำลังกายในตอนเช้า วิ่งบ้าง เดินบ้าง ถ้าทำฟุตปาธให้เรียบก็จะดีมากๆ แต่ชื่นชมทางกรุงเทพมหานคร ที่ใส่ใจเรื่องการดูแล ตัดต้นไม้ ไม่ให้ขวางทาง

ส่วนเรื่องฝุ่นเป็นปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพพอสมควร ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นสูงมาโดยตลอด อยากจะให้ผู้ว่าฯชัชชาติ เคร่งครัดต้นตอที่ก่อให้เกิดฝุ่น เรื่องยานพาหนะ ส่วนประเด็นล่าสุด มีการกล่าวถึงหมูกระทะว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ จำเป็นจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการรับผิดชอบเรื่องควันของแต่ละร้าน เพราะควันจากร้านหมูกระทะในเขตกรุงเทพมหานคร ถือว่าเยอะมากๆ โดยรวมแล้วการจัดการฝุ่นทุกวันนี้ถือว่า กลางๆ ไม่ได้แย่สุด และยังไม่ได้
ดีสุด ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ต้องมีส่วนร่วม จะให้ผู้ว่าฯ แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้อง
ช่วยกัน”
พชรภัทร นครจินดา
อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่เรือนจำกลาง คลองเปรม

ชื่นชมใส่ใจการศึกษา แต่ปีหน้าขอพัฒนาเพิ่ม
ภาพรวมยัง ‘เฉยๆ กลางๆ’

“ชื่นชม กทม. ที่ใส่ใจเรื่องการศึกษา เห็นด้วยกับโครงการที่ผลักดันให้ทุกโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย และเพียงพอ พร้อมทั้งต้องพัฒนาทักษะความรู้คุณภาพคุณครูเพิ่มขึ้นด้วย รวมทั้งการที่มีห้องสมุดในชุมชน ถือว่าเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชาชนไปด้วย นอกจากนี้ อยากจะให้ส่งเสริมความรู้ ความสามารถต่างให้กับเด็กๆ ให้มากยิ่งขึ้น และอยากให้ประชาสัมพันธ์ถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในกรุงเทพมหานครให้มากขึ้น

สุวิมล ดินปรางค์

ด้านปัญหา ฝุ่น PM2.5 ยอมรับว่าเรานั้นแยกไม่ออกจริงๆ ว่าอันไหนหมอก อันไหนฝุ่น จำเป็นอย่างมากที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน แต่ก็ต้องเข้าใจว่าคนในกรุงเทพมหานครมีจำนวนเยอะ ยากที่จะควบคุมมลพิษทางฝุ่นของแต่ละบ้าน จึงต้องช่วยกันดูแล และต้องเริ่มจากตัวเราเองด้วย

โครงการคลินิกชุมชนเป็นเรื่องที่กำลังพัฒนา เป็นความคิดที่ดี ซึ่งส่วนตัวเป็นประชาชนที่อยู่ในกลุ่ม VIP ของโรงพยาบาลอยู่แล้ว อาจจะไม่ได้พบปัญหามากนัก แต่เข้าใจประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกสบาย เพราะโรงพยาบาลใหญ่ต้องรอคิวนานพอสมควร การมีคลินิกประจำชุมชนจะทำให้ประชาชนได้ไม่ไปแออัด หรือรวมตัวกันที่โรงพยาบาลประจำเขต หรือโรงพยาบาลใหญ่อย่างเดียว

ส่วนนโยบายที่คิดว่า ต้องปรับปรุงมากกว่านี้ ในตอนนี้อาจจะยังไม่เพียงพอ อาทิ ไฟส่องสว่างทั่วกรุงเทพมหานครยังไม่เพียงพอ พบว่าบริเวณท้องถนนมีบางจุดที่ไม่สว่างจริงๆ เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถ ใช้ถนน ในเวลากลางคืนตามซอยต่างๆ ก็ยังมืด มีความอันตราย อยากจะให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงเรื่องไฟส่องสว่าง ให้สว่างกว่านี้จริงๆ

สำหรับเทศกาลหนังกลางแปลง และนิทรรศการต่างๆ ขอตั้งข้อสังเกตว่า การจัดการเรื่องคนและขยะ ยังไม่ดีเท่าไหร่ เรื่องถนน การปรับปรุงยังไม่เพียงพอ บางพื้นที่ ดีขึ้นมาบ้าง อยากจะให้เน้นเรื่องการตีเส้นถนนให้ชัดเจน แยกกันระหว่างถนนคนเดิน ถนนรถวิ่ง ถนนปั่นจักรยานต่างๆ ถนนในกรุงเทพฯ ไม่เรียบหลายจุด อยากให้พัฒนาตรงนี้จริงๆ

ดังนั้น ผลงานในการทำงานของทีมงานกรุงเทพมหานคร ยังมีความรู้สึก เฉยๆ ประเมินให้ระดับกลางๆ ยังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกเยอะ แต่ก็มีบางเรื่องที่ถือว่าดีแล้ว และอยากให้พัฒนาขึ้นอีกเรื่อยๆ”
สุวิมล ดินปรางค์
อายุ 41 ปี พนักงานประกันสังคม

ทวงคืน ‘เมนูเด็ก’ เห็นด้วยหนุนกินผัก
แต่คาใจกับข้าวแบบผู้ใหญ่เกินเหตุ?

“ของขวัญที่อยากได้จาก กทม. คือ การดูแลเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน เพราะลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนสังกัด กทม. กินไม่ค่อยได้ แม่ครัวทำไม่ค่อยอร่อย อาหารเน้นเป็นของผู้ใหญ่เกินไป แม้เมนูจะหลากหลายก็จริง เช่น น้ำพริกอ่อง มีเครื่องเคียงเป็นผัก และผัดพริกหยวก ผัดขิง เห็นว่าผู้ว่าฯชัชชาติ เป็นคนจัดการส่งเสริมให้เด็กกินผัก มีความหลากหลาย ซึ่งโอเค เป็นแนวคิดที่ดี แต่อยากให้จัดอย่างเหมาะสม เช่น สลัดผัก เด็กน่าจะกินได้มากกว่า

สมัยก่อนลูกเคยเรียนโรงเรียนเอกชน อาหารเหมาะกับเด็ก พอสอบได้ที่โรงเรียน กทม. ย้ายมาเรียน กินข้าวได้น้อย ต้องแก้ไขโดยห่อข้าวจากบ้านไปเอง ไม่เข้าใจ เด็กเขายังเป็นเด็ก แต่จัดกับข้าวแบบผู้ใหญ่ให้จังเลย ทราบมาว่าเพื่อนในห้องก็กินไม่ค่อยได้เหมือนกัน

ส่วนนโยบายเรื่องฝุ่น อยากเห็นห้องเรียนปลอดฝุ่นเกิดขึ้นจริงจัง เพราะตอนนี้ห้องเรียนลูกไม่ได้ติดแอร์ ต่างจากก่อนหน้าที่ลูกเรียนโรงเรียนเอกชนมีการติดแอร์”
นฐภัทร (สงวนนามสกุล)
ผู้ปกครองเด็กประถม ชาวเขตจตุจักร

กรอกคะแนน 6 เต็ม 10 ยังไม่เห็น ‘ชิ้นโบแดง’
มึนปัญหาสัญญาณไฟ แต่ชื่นใจลงพื้นที่รัวๆ

“ปีใหม่อยากได้ของขวัญ คือ สัญญาณไฟจราจรแบบ Adaptive Control System (ไฟสัญญาณอัจฉริยะ) เนื่องจากเจอปัญหาเรื่องไฟจราจรช่วงข้ามแยกทางรถไฟบ่อยครั้ง ไฟจราจรไม่สัมพันธ์กับการปล่อยรถ ปัญหานี้เห็นได้ชัดเลย

รถไฟมา แต่ไฟจราจรตั้งไฟเขียว ถ้าคนมองแต่ไฟอย่างเดียว จะเกิดอุบัติเหตุ วันนั้นเจอด้วยตัวเอง รถไฟกำลังจะมา ไม้กั้นกำลังลง แต่ไฟยังเขียวอยู่ อันตรายมาก ต้องปล่อยไฟจราจรให้สัมพันธ์กัน อย่างรถไฟมาสัญญาณไฟก็ควรจะแดง มันควรสัมพันธ์กัน

ถ้ามีการใช้โปรแกรมมาช่วยวิเคราะห์ ควบคุมไฟจราจรให้สัมพันธ์กันทั้งระบบในกรุงเทพฯ แทนการที่ต่างคนต่างกด หรือ ตั้งไว้อัตโนมัติ น่าจะดีกว่า แต่ไม่รู้ว่ามันจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เมื่อทดลองใช้แล้วเจอปัญหาก็ค่อยๆ แก้กันไป

เมื่อก่อนแถวพื้นที่เราขโมยเยอะมาก แต่ตอนนี้พอมีกล้องวงจรปิดเยอะ ก็ลดอาชญากรรมไปได้มาก ต่างจากเมื่อก่อน จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ เดี๋ยวหาย ถูกยกไปขึ้นท้ายกระบะเฉยเลย ยิ่งช่วงเทศกาลต้องระวัง เมื่อก่อนทุกปีมีหายแน่นอน 1-2 คัน แต่ตอนนี้พอมีนโยบายเรื่องความสว่าง กล้องวงจรปิด ก็ช่วยเรื่องความปลอดภัยได้เยอะ

กรรชัย โต๊ะหมาด

ประเมินการทำงานของผู้ว่าฯ ให้ประมาณ 6 คะแนน เพราะยังไม่เห็นความชัดเจนสักเท่าไหร่ มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องเล็กน้อยมากกว่า อันที่เป็นงานชิ้นโบแดงนู่นนี่นั่น ยังไม่เห็นสักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเขาไปทำเขตอื่นหรือเปล่า

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องผู้ว่าฯชัชชาติ สักเท่าไหร่ ตอนแรกเข้ามาใหม่ก็โอเคอยู่ ไฟแรง แต่ช่วงหลังมา ดูจะเริ่มเงียบไป ไม่รู้ว่ามีข่าวอื่นมากลบหรือเปล่า

ทีแรกเรากะว่าคนนี้น่าจะดีที่สุดตั้งแต่มีผู้ว่าฯ มา แต่พออยู่ไป ก็ไม่ได้แตกต่างออกไปสักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าเขาทำงานที่เป็นโครงการเล็กน้อย ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงหรือเปล่า หรือ ทำโครงการแล้วแต่ยังไม่ออกมา

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯชัชชาติดีอย่างหนึ่ง เวลามีปัญหาตามเขตนู้นเขตนี้ เขาไปเลยนะ มีสะพานถล่ม ถนนยุบก็ไปเลย เขาตามงานโอเคเลย บางปัญหามันต้องแก้ทั้งระบบ ก็ค่อยๆ แก้ไป ยังดีที่ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ”
กรรชัย โต๊ะหมาด
พนักงานบริษัทเอกชน ชาวเขตหลักสี่

รับเรื่องเร็ว แก้ไว ไฟสว่าง คนไม่ขยาดร้องเรียน
เห็นใจลุยเต็มที่ แต่อาจยังไม่ถูกจุด

“อยากให้แก้ปัญหารถติด เพราะแค่จากสี่แยกตรงแถวบ้านก็ไปไหนไม่รอดแล้ว ระยะทางไม่กี่กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่า บางทีแค่ 2-3 นาที รถไปได้เยอะกว่า แต่ต้องติดเพราะการตั้งไฟแบบอัตโนมัติอย่างที่ผ่านมาซึ่งบางครั้งเสียเวลาเปล่า แทนที่รถจะได้ไปก็ไม่ได้ไป มันไม่เหมาะกับทุกช่วงเวลา จะมาตั้งทั้งวันไม่ได้

ด้านการจัดระเบียบทางเท้าก็เป็นเรื่องที่ดี แบ่งเป็นสัดเป็นส่วนมันดีอยู่แล้ว แต่คนบางที่เขาก็ไม่ยอมกัน ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ความเห็นแก่ตัวเยอะ จะมาบอกว่าเป็นคนอาศัยพื้นที่ทำมาหากินมานาน แล้วไม่อยากให้คนเขาเดินเลยหรือ ไม่อยากจะให้อะไรมันดีขึ้นเลยหรือ ทั้งรถ ที่นั่ง ที่นอน ที่กินอยู่ที่เดียวกัน กทม.ทำงานยาก เราเข้าใจตรงนี้ ถึงเขาอยากจะทำ แต่คนไม่ให้ความร่วมมือมันก็ยาก เขาทำเต็มที่ของเขาแล้ว ตรงไหนที่อ่อนเขาก็แก้ ตรงไหนที่แข็งเขาก็ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปแก้

ถ้าต้องประเมินการทำงานของผู้ว่าฯ ก็ยังไม่เห็นการเมืองที่แปลก หรือ สิ่งที่ดีขึ้นมาแบบเป็นชิ้นเป็นอัน บางสิ่งบางอย่างอาจจะมองข้ามได้ นึกได้เรื่องแสงไฟสว่างดีขึ้น มันทำให้ไม่ค่อยมีอาชญากรรม มันก็ปลอดภัยขึ้นอีกระดับหนึ่ง มีกล้องวงจรปิดที่ทำให้โจรมันกลัวก็ยังดี ไม่กล้าออกมาทำแบบโจ่งแจ้ง เมื่อก่อนไม่มีไฟ ไม่มีอะไรเลย มันน่ากลัวมาก จอดรถแล้วกระชากเลย แต่เดี๋ยวนี้ก็ลดไปได้เยอะ

นุจรี ศิริมานนท์

คิดว่าผู้ว่าฯชัชชาติทำงานโอเค เขาก็เพิ่งเริ่ม แต่อาจจะยังจับจุดไม่ได้มากกว่า กรุงเทพฯพัฒนายากตามที่เราเห็นกันอยู่ ก็เห็นใจ ให้ 7-8 คะแนน เขาก็ทำเต็มที่ แต่อาจจะยังไม่ถูกจุดเท่านั้น เพราะคนมันมีความต้องการกันเยอะเหลือเกิน งานบางสิ่งบางอย่างอาจก็อาจจะก้าวก่ายกันไม่ได้ อย่างตอนที่เขามาเป็น งบประมาณก็แทบไม่เหลืออะไรมาถึงเขาแล้ว เราเข้าใจ เห็นว่าเขาเต็มที่อยู่ ไม่ได้หยุดเลย อย่างน้อยก็รับเรื่องไว ผู้ว่าฯ บางคนร้องไปเถอะ ร้องคอแทบแตก อันนี้เรายังสามารถเข้าถึง จับต้องได้จริง ร้องเรียนไปแล้วเขาก็รับ ไม่ใช่ว่าแจ้งไปแล้วเฉย จนคนขยาดที่จะร้องเรียน”
นุจรี ศิริมานนท์
วัย 50 ปี ชาวเขตบางซื่อ

ชญานินทร์ ภูษาทอง
ภูษิต ภูมีคำ