เทรนด์คราฟต์ เบียร์ แพร่ขยายไปยังกลุ่มชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ไม่น้อย หลายประเทศกำลังผลักดันให้เป็นธุรกิจใหม่ที่น่าจับตา เช่นเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม ส่วนไทยแลนด์ยังติดขัดเรื่องข้อกฎหมายที่อาจไม่เอื้อต่อโครงสร้างธุรกิจใหม่นี้นัก
กระนั้นเทรนด์ “คราฟต์” หรือ craft กำลังเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่พอจะมีกำลังซื้อ เพื่อหลีกหนีความจำเจ หรือชนชั้นกลางผู้พิสมัยผลิตภัณฑ์แนวรักษ์โลก
ดังนั้น ถ้ามีคราฟต์ เบียร์ได้ โลกก็อาจมี “คราฟต์ มิลค์” ได้เช่นกัน…!?!
ไอเดียนี้ผุดมาจากบริษัทสตาร์ตอัพแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า Perfect Day
ชื่อนั้นมาจากเพลงดังของศิลปิน “ลู รีด”
โดยมากับไอเดียว่า ผลิตนมวัวแบบไม่รีดนมวัวหรือทำฟาร์มปศุสัตว์!!
และจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์อันเกี่ยวเนื่องจากสัตว์ด้วย…
เหตุผลหนึ่งคือ ฟาร์มปศุสัตว์ในโลกก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
นับเฉพาะในประเทศจีนประเมินกันว่ามูลค่าอุตสาหกรรมนี้มากถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์
โดยมีการขยายฟาร์มขนาดใหญ่ ที่มีการเลี้ยงโคนมต่อฟาร์มมากถึง 10,000 ตัว ถึง 56 ฟาร์ม
…และแน่นอนว่าปริมาณของเสียที่ถูกปล่อยออกมาก็มากตามไปด้วยนั่นเอง
และนั่นเป็นราคาที่ต้องจ่ายจากการผลิตนมวัวป้อนโลก…
กระทั่งมีกลุ่มคนห่วงและหวั่นไหวด้านสิ่งแวดล้อมทำให้ก่อเกิด แนวคิด “คราฟต์ มิลค์”
แล้วจะทำอย่างไร ผลิตนมวัวแบบไม่ใช้วัว…
มีคำอธิบายถึงวิธีผลิตว่าใช้กระบวนการผลิตให้เหมือนคราฟต์ เบียร์ ที่มีความประณีต และหลีกเลี่ยงการใช้ “นมวัว” ทางตรง
นำมาสู่การคิดค้นหาทางเลือกใหม่ๆ ทาง Perfect Day ไปหาไอเดียร่วมกับทีมเชฟ นักออกแบบอาหาร นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ในการสร้าง “นม” และ “อาหารที่มีผลิตภัณฑ์นม” เป็นส่วนประกอบ โดยไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์
มีการทดสอบจากพวกเขายืนยันว่ารสชาติไม่ต่างจากดื่มนมวัว
คำตอบคือ ใช้ “ยีสต์” จากนมธรรมชาติที่ผ่านการหล่อเลี้ยงยีสต์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนสิ่งที่นำมาหล่อเลี้่ยงยีสต์ คือ “น้ำตาล” ที่สกัดจากหญ้า
ฟังดู “ทางเลือก” ระดับไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม
คราฟต์ มิลค์ นี้จะมีการเติมโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุให้ได้รับสารอาหารเช่นเดียวกับนมวัว
แนวคิดนี้เปิดโชว์ไอเดียออกมาแล้ว และประกาศว่าจะผลิตน้ำนมในกระบวนการนี้ออกมาจำหน่ายให้ได้ภายในปี 2017
และตั้งใจว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้ใช้ได้ไปถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของนมวัว อาทิ ชีส โยเกิร์ต โกโก้ ไอศกรีม และพิซซ่า เป็นต้น
ว่าแต่ทำกันถึงขนาดนี้ช่วยรบกวนโลกได้แค่ไหน…
เขาบอกว่า แนวคิดผลิต คราฟต์ มิลค์ จะช่วยด้านสิ่งแวดล้อม ตรงที่ไม่ต้องทำฟาร์มปศุสัตว์ แปลว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 65% ลดการใช้พื้นที่ทำปศุสัตว์ได้ 91% ลดการปล่อยมลภาวะและช่วยลดปัญหาก๊าซเรือนกระจกได้ 84% และลดการใช้น้ำ 98%
เป็นความฝันริเริ่มของนักคิด นักวิทย์ ที่สื่อต่างประเทศจัดให้เป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ ที่รอลุ้นว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ของปีนี้ด้วย

