คอลัมน์ เริงโลกด้วยจิตรื่น: อะไร “เกิดขึ้นแล้ว”

เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในความสะอาด สว่าง สงบสะอาดจากภาวะอารมณ์ที่ทำให้จิตใจร้อนรน หรือเศร้าหมองทั้งปวง

สว่างจากการรู้ การเห็น ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ

สงบจากความเข้าใจว่าผลของการประกอบกันของสิ่งต่างๆ นั้น “มันเป็นเช่นนั้นเอง” ไม่ควรไปชื่นชมยินดี หรือหงุดหงิดรำคาญใจกับผลที่เป็นไปเองเช่นนั้น

เรื่องราวที่บอกเล่ากันอยู่มักจะเป็นการแนะนำให้สละความอยากได้ใคร่มี เพื่อสะกัดไม่ให้เกิดความโลภ ความโกรธ และความหลง

ให้ชีวิตดำเนินไปถึงจิตบริสุทธ์และสถิตอยู่ในภาวะนั้น

เพราะเป้าหมายล้วนมุ่งไปที่ขจัดโลภ โกรธ หลงให้หมดสิ้นไปจากจิต จึงเป็นเรื่องยากมากที่คนทั่วไปจะเข้าถึงแก่นแกนพุทธศาสนา เรียกขานนิยามว่า “จิตเดิมแท้”

เนื่องด้วยความเป็นจริงของปุถุชน ล้วนเติบโตมาด้วยการหล่อหลอมให้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง

เกือบทั้งหมด “พัฒนาตัวเอง” เริ่มต้นที่การสร้างตัวตนขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นต่อยอดตัวตนด้วยการสร้างความสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ เริ่มจากเอาตัวรอด จนถึงโดดเด่นเหนือกว่าชีวิตอื่น

ยิ่งขยายให้ตัวตนได้รับการยอมรับว่าเป็น “คนสำคัญ” ของสังคม ในวิถีของปุถุชนยิ่งนับเป็นความสำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ การขยายตัวตนจึงเป็นภารกิจที่ฝึกฝน เรียนรู้ หล่อหลอมให้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน

ผู้คนจำนวนมากเกิดมาและดับสูญไปในภารกิจนี้

ส่วนผู้ที่ยังมีลมหายใจ ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ในภารกิจนี้สำเร็จมากบ้างน้อยบ้าง ล้มเหลวหนักหนาสาหัสบ้าง ไม่คืบหน้าหยุดอยู่กับที่บ้าง แต่ปัจจัยที่มาประกอบให้เกิดขึ้นในแต่ละชีวิต

มีบ้างที่เห็นว่าหนทางแห่งการขยายตัวตนนี้ไม่ใช่ภารกิจที่แท้ของการมีชีวิต

โน้มเอียงไปในทางสละตัวตนให้พ้นจาก “วิถีสร้างความสำคัญให้ตัวเอง” เดินเข้าสู่หนทางแห่งการตื่นรู้ ซึ่งก็เช่นเดียวกันคือ สำเร็จมากบ้างน้อยบ้าง ล้มเหลวบ้าง หลงทางไปคิดว่าสำเร็จแต่ผิดเรื่องผิดราวก็มีไม่น้อย

นี่คือความแตกต่างของคนเรา ซึ่งเป็นธรรมดา “มันเป็นเช่นนั้นเอง”

เพียงแต่ในความแตกต่างนี้ มีความพยายามจะบอกว่าชีวิตต้อง “สะอาด สว่าง สงบ”

ต้องขจัด “โกรธ โลภ หลง” ให้สิ้นจากจิตใจ

ขณะนี้ความเป็นจริงหรือ “หากยังมีตัวตน หรือที่เรียกว่าอัตตา” อยู่ อันหมายถึง “ชีวิตที่ดำเนินไปในภารกิจสร้างความสำคัญให้ตัวเอง”

การดำรงอยู่ของ “โลภ โกรธ” หรือกระทั่ง “หลง” เป็นความปกติที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเช่นนี้

“มันเป็นเช่นนั้นเอง”

ด้วยชีวิตเช่นนี้ “ภารกิจล้างโกรธ โลภ หลง” จึงก่อความรู้สึกยากเย็น ยากที่จะเข้าใจได้อย่างแท้จริง

ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงการพร่ำบ่น ทว่าไม่เกิดภาวะที่ปลอดโปร่งขึ้นจริงในจิตใจ

มาเริ่มต้นกันด้วยการฝึกที่จะตั้งสติให้รับรู้ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นกับจิตเป็นเบื้องต้น

การพูด การทำ ถูกชี้นำด้วยความคิดอะไร

ความคิดถูกครอบงำด้วยอะไร จึงทำให้มีทัศนคติต่อเรื่องนี้อย่างนั้น เรื่องนั้นอย่างนี้

ตั้งสติมองให้เห็นก่อน

ยังยาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยุติปมเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาสมีความสัมพันธ์สีกา คณะสงฆ์กาฬสินธุ์ชี้ใส่ความเพื่อกรรโชกทรัพย์
บทความถัดไปผู้ว่าฯศรีสะเกษจัดเต็ม พัฒนาตลาดใหม่ช่องสะงำดึงดูดท่องเที่ยว เตรียมปลูกทานตะวัน 3 ล้านต้น