‘ขรรค์ชัย’ เช็กอิน หลักกม.ที่ 80 สร้างถนน ‘มติชน’ หมายเลข 47

‘ขรรค์ชัย’ เช็กอิน หลักกม.ที่ 80 สร้างถนน ‘มติชน’ หมายเลข 47

   ‘เด็กคนนี้มีอะไรอีกหลายอย่าง   จักต้องสร้างมโหฬารกว่างานเขียน

ตราบใดที่ชะตาคนยังวนเวียน       มันคงเปลี่ยนสิ่งถ่อยถ่อยคอยดูเอย’

Advertisement

บททิ้งท้ายของ ‘นิราศ’ ผลงานที่ ขรรค์ชัย บุนปาน จดจารไว้ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2507 ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม 8 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง ฉศก เป็นวันพระ จุลศักราช 1326 รัตนโกสินทร์ศก 183ฯ

ราวกับไฮด์ปาร์กแถลงการณ์เส้นทางชีวิตผ่านตัวอักษร ก่อนแผ้วถางสร้างถนนจากอิฐก้อนแรกจวบจนอังคารที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2567

60 ปี นับจากบทกวีดังกล่าวออกสู่สายตาประชาชน

จากเด็กหนุ่มวัย 20 ในวันนั้น สู่หลักกิโลเมตรที่ 80 ในวันนี้บนเก้าอี้ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

นำพาอาณาจักรประชาชื่นมุ่งหน้าสู่อนาคตในปีที่ 47 ของ ‘หนังสือพิมพ์มติชน’ ซึ่งวางแผงครั้งแรกเมื่อจันทร์ที่ 9 มกราคม 2521

53 ปีไม่เคยมีอาชีพอื่น นอกจากนักข่าว ขึ้นเวทีด้วยลิฟต์ รับโล่ ‘เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์’ จากสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทิ้งท้ายปี 2566 เมื่อ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา

กล่าวกันว่า ‘หาได้ยากยิ่ง’ สำหรับเจ้าของสื่อที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นนักหนังสือพิมพ์ตัวจริง แล้วสร้างธุรกิจสื่อที่เข้าตลาดหลักทรัพย์

เปิดหัวหนังสือพิมพ์และนิตยสาร รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ มากมาย

“สมัยก่อนคิดอะไรได้ก็ทำเลย” หัวเรือใหญ่มติชนเล่า

ไม่เพียงเป็น ‘สื่อหลัก’ หากแต่สังคมเห็นพ้องยกย่องเป็น ‘สถาบัน’

อย่างไรก็ตาม ขรรค์ชัยย้ำว่า “การเป็นสถาบัน คือสิ่งสมมุติก็อยู่ให้เป็นปกติ อย่าผิดปกติเท่านั้นเอง…ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ มีน้ำใจ นี่คือเรื่องสำคัญ เราเป็นเพียงตัวประกอบคนหนึ่ง”

ขรรค์ชัย หรือ อาจารย์ช้าง ‘…สร้างมโหฬารกว่างานเขียน’ ไปมาก

ปัจจุบัน ยังอีเวนต์ฉ่ำ กิจกรรมเพียบ มี ‘แพชชั่น’ เข้าตึกมติชนทุกวันทำการ โดยให้เหตุผลว่า

“รับนัดเยอะ (หัวเราะ) ใครนัดก็บอกให้มาที่ออฟฟิศ”

เช่นเดียวกับนัดหมายสนทนาเนื่องในวาระดิถีก้าวสู่อีกปีของหนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ

●วันเกิดมติชนสู่ปีที่ 47 วันเกิดขรรค์ชัยสู่ปีที่ 80 อยากได้อะไรเป็นของขวัญ?

อยากให้งานสะดวก ราบรื่น อุปสรรคต่างๆ น้อยลง ไม่ใช่เฉพาะองค์กรภายในเครือมติชน แต่หมายถึงส่วนรวมของประเทศด้วย…เป็นการร้องขอที่อาจจะยากไปหน่อย (หัวเราะ)

●ชีวิตที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ไหนที่อยากย้อนกลับไปแก้ไขบ้างหรือไม่?

โอ๊ย! มีเยอะเลย ทั้งเหตุการณ์เล็กและใหญ่ ส่วนมากเกี่ยวข้องกับคน คนนี่เรื่องมากที่สุด

●ถนนสายที่ 47 ของมติชนมุ่งไปทางไหน เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาเดินหน้า เหยียบคันเร่ง?

ในแง่ของสื่อสิ่งพิมพ์ก็ต้องยืนอยู่ข้างคนส่วนใหญ่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย จึงจะลุล่วงขวากหนาม ทำให้อุปสรรคที่มีอยู่น้อยลง หรือไม่มี เราต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่เสมอ ถ้าไม่มีคนส่วนใหญ่เป็นสรณะ เป็นเป้าหมายที่วางไว้ ก็เหนื่อย การตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร ถ้าเป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่ ทำทันทีเลย ไม่เห็นยากอะไรเลย

เราต้องปรับตัวเองให้ทันต่อเหตุการณ์ความเป็นไป ต่อปัจจุบันและอนาคตอันใกล้หรือไกล เพราะความเปลี่ยนแปลงมันมาเร็ว

●วันนี้ 9 มกราคม เป็นวันเกิดมติชนปีแรกในรัฐบาลใหม่ มีข้อแนะนำอย่างไรบ้าง?

อะไรที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้คนส่วนใหญ่ได้ ต้องทำทันที อย่าคอย โลกร้อน ทำอย่างไร ฝุ่น อากาศ น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ต้องแสวงหาความร่วมมือกับคนทั้งประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ค่าไฟ อย่าปล่อยให้กระโดด ต้องสมจริงกับชีวิตจริง ชีวิตจริงก็คือชีวิตของคนส่วนใหญ่ที่กำลังลำบาก ข้าวไม่พอกิน มื้อหนึ่งกินไม่ครบคำ โลกกำลังวิกฤต เดี๋ยวนี้เดือดร้อนกันไปหมด โรคระบาดใหม่เพิ่มขึ้น

นายกฯเศรษฐา เป็นคนขยัน กัดไม่ปล่อย การทำงานขอให้อดทน และตำแหน่งบางอย่างโกรธใครไม่ได้

●แล้วประธานมติชน เคยโกรธใครหรือไม่?

ไม่เคยโกรธเลย (หัวเราะ) จะไปโกรธใคร?

●ล่าสุด ไปนั่งฟังเพลงยุค 90s ที่งาน FEED RETRO อย่างมีความสุข

เห็นจากข่าวว่าคนเยอะ ทั้งที่ช่วงนั้นจัดตรงกับหลายงาน เลยจะไปดูว่าทำไมคนเยอะ (หัวเราะ) คิดว่าส่วนหนึ่งเพราะสถานที่คือมิวเซียมสยามเหมาะสมด้วย บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมดี คนที่ไปก็เป็นสุจริตชน ไม่มีเรื่องมีราว

ดีใจที่เห็นคนมาแล้วเขามีความสุข เราชอบอยู่แล้ว อาจเพราะทุกคนมีจุดประสงค์ที่จะมีความสุข ความเพลิดเพลินร่วมกัน เหมือนเป็นกึ่งเครือญาติ กึ่งครอบครัว กึ่งพี่น้อง เพื่อนผอง

●รายการสุดฮอต ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ก้าวสู่เลขอินฟินิตี้ ปีที่ 8 มีอะไรเซอร์ไพรส์แฟนานุแฟนบ้าง?

มิน่า พี่จิตต์ (สุจิตต์ วงษ์เทศ) แก่เชียว (หัวเราะ) ความดีความชอบต้องยกให้พี่จิตต์เขา เขาเหนื่อยมากกว่า แต่เราถอนหายใจถี่กว่า (หัวเราะ) ปีนี้ก็จะคืบหน้าต่อไป สิ่งที่พี่จิตต์พูดและแสดงออกโดยเราช่วยกันมีผลมากในแง่ที่ว่าจะกลับไปหาความถูกต้อง ประวัติศาสตร์ไทยถูกปิดให้มืดมานาน รายการทอดน่องเปิดหลักฐานขึ้นมาเท่าที่คน 2 คนจะช่วยกันทำได้ และรอหลักฐานใหม่ๆ อีก เพื่อความเข้าใจในข้อเท็จจริง

พี่จิตต์มีความเป็นนักหนังสือพิมพ์สูง สามารถทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เขาได้ยินได้ฟังเยอะ ใช้ทั้งหูทั้งปาก (หัวเราะ) และเปิดใจ ประเด็นก็แตกต่าง สำนวนภาษาสร้างความเข้าใจ ไม่ปิดขวางความรู้ของใคร สิ่งที่นำเสนอ ก็มาจากหลักฐาน

ตอนนี้กำลังยุพี่จิตต์ทำประวัติศาสตร์ชาติไทยฉบับปัจจุบันขึ้นมาให้ศึกษาค้นคว้าง่ายๆ ใครอยากมีความคิดเห็นร่วมก็ได้

●7 ปีที่ผ่านมา ประทับใจตอนไหนที่สุด แล้วปีนี่เล็งเช็กโลเกชั่นที่ไหนบ้าง?

ประทับใจทุกตอน เพราะร้อนดี (หัวเราะ) เราไม่ได้ไปอีสานนานแล้ว หนองบัวลำภูน่าสนใจ ผ้าไหมก็ดี ปลาก็เยอะ อุดมสมบูรณ์

●โคลงหน้า 3 ฉบับวันอาทิตย์ เนื้อหาช่วงหลังนอกจากประเด็นสังคมการเมือง ยังมีเรื่องชีวิต ความป่วยไข้?

ก็แก่แล้ว (หัวเราะ) จะไปคิดถึงเรื่องอะไรเล่า อาจจะบาดเจ็บบ่อยก็ได้ เจอหมอเป็นประจำ ไม่กังวล เฉยๆ เป็นธรรมดา ถ้าเจอโรคอะไรก็รักษา เดี๋ยวก็ไปเจอะหมออีก (หัวเราะ)

●เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้รับรางวัลเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ ตอนก้าวเท้าเข้าสู่ประตูสยามรัฐ เขียนข่าวแรกของชีวิตในอาชีพนักข่าว เคยคิดไหมว่าจะได้รางวัล?

ไม่คิดหรอก มันส์ในเวลานั้น เรามันแค่คนหนึ่งในเพื่อนร่วมงาน มีหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับ รางวัลนี้ไปรับแทนทุกคน เป็นของทุกคนที่ทำงานด้วยกัน เป็นรางวัลของคนเครือมติชน

●53 ปีบนเส้นทางนี้ เคยท้อแท้หรือไม่ นาทีแรกอารมณ์ไหน ตอนโดนไล่ออกจากสยามรัฐเพราะติดร่างแหว่าเป็นคอมมิวนิสต์?

พูดจริงๆ นะ ว่าไม่ค่อยรู้สึก อาจจะรู้สึกสนุกก็ได้ (หัวเราะ) อยู่ดีๆ โดนบอกเป็นคอมมิวนิสต์ นี่ยิ่งใหญ่มากนะ ไม่โกรธ ไม่ตกใจ คิดแค่ว่า เดี๋ยวต้องหางานใหม่

ตั้งแต่เป็นนักข่าว เป็นคอลัมนิสต์มา ไม่มีท้อ เพื่อนฝูงก็ดี บอกว่า เฮ้ย! เดี๋ยวไปช่วยทำนู่นทำนี่ มีแต่คนช่วยหางานให้

ความจริงที่ได้งาน ยังไม่เคยสมัครเลย ทั้งงานครูที่โรงเรียนมาแตร์เดอี รุ่นพี่ชวน บอกว่าเหมาะเป็นครูภาษาไทย งานประชาสัมพันธ์ที่เซ็นทรัลก็มีคนมาตามไปทำ เขียนใบสมัครไม่เป็น

●หากมีนักข่าวคนหนึ่งกำลังเซ็งชีวิต จะให้กำลังใจอย่างไร?

ถ้าจะทำอาชีพอะไร ใจเราเต็มใจ หรือพอใจหรือไม่ ถ้าพอใจสักครึ่งในใจ ก็ตกลงกับชีวิตไปครึ่งหนึ่งแล้ว ว่าเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข ถูกใจ หากเกิดปัญหาอะไรก็พยายามแก้ไข การแก้ไขที่ดีที่สุดที่คนเรามักลืมไป คือแก้ที่ตัวเอง

ยุคก่อนๆ ทุกอย่างมันยากไปหมด ดินสอ ปากกายังหากันเกือบตาย มีที่ไหนเล่า พิมพ์ดีด เทป ใครมี บุญโข แต่ความเปลี่ยนแปลงก็มา ถ้าเราตั้งใจในวิชาชีพแล้วก็ไม่ควรท้อถอย มีอะไรก็แก้ไขกันไป

ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ท้อได้ แต่อย่าไปถอยมาก

●คิดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะกระทบวงการสื่อสารมวลชนมากน้อยแค่ไหน?

กระทบแน่ ไม่เฉพาะสื่อมวลชน อาจจะทุกด้าน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งอ่อนด้อย ถอยลง ขาดแคลน โรคระบาดใหม่เกิด โลกเดือด โลกร้อน อาหารการกินฝืดเคือง ของแพง ขึ้นราคาทุกวัน จะแก้อย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องรู้จักประหยัดในสิ่งที่ไม่จำเป็นด้วย

ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เคยมี 10 เส้น วันนี้เหลือ 8 เส้น (หัวเราะ)

●อยากได้เงินดิจิทัลไหม?

(หัวเราะ) ขนาดเงิน 600 (เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ) ยังลืมเลย

●ทุกวันนี้ยังอยากตื่นขึ้นมาอ่านข่าว?

เช้าอ่านหนังสือพิมพ์ ก่อนนอนอ่านหนังสือเล่ม กลางวันแล้วแต่ มีอะไรก็อ่าน

●มติชน ข่าวสด ประชาชาติ ฉบับ ‘กระดาษ’ ยังมีให้อ่านครบ

เราต้องพยายามรักษาไว้ให้อยู่ได้นานที่สุด หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ปฏิเสธไม่ได้

●มติชนเป็นองค์กรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ประกอบด้วยคนหลายเจเนอเรชั่น มองการปะทะสังสรรค์และทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่าและใหม่อย่างไร?

ต้องรับฟังซึ่งกันและกัน นำข้อดีของคนแต่ละรุ่นมาประกอบกันที่อายุมากแล้วก็ต้องฟังเด็ก ส่วนเด็กก็ควรศึกษาสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำไว้ของเก่าดีๆ ก็เยอะ ที่ไม่ดีก็เยอะ อายุขัยเหมือนฟ้าแลบแปลบเดียวเดี๋ยวแก่ เดี๋ยวกลางคน 40 กว่าปี นับถอยหลังแปล๊บเดียว

ในการทำงาน ขอให้ทุกคน ทุกรุ่น เป็นผู้ช่วยซึ่งกันและกัน

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image