ไม่ปลอมแต่ไม่ใช่พระเจ้าชัยวรมันที่ 6! เปิดข้อสันนิษฐานใหม่ ‘โกลเด้น บอย’ คือใคร? ‘ผมขอเสนอว่า…’

24.01.24 | 07:08 น.
รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล และ 'โกลเด้น บอย' (ภาพจาก THE MET)

เตรียมจัดเวทีกระหึ่มพรุ่งนี้ ในชื่อ ‘ตามหา Golden Boy เทพแห่งที่ราบสูง? โดย นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด โดยมีนักวิชาการตัวตึง อย่าง ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หนึ่งในคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย และ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ

หลังข่าวดีที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) หรือ THE MET สหรัฐอเมริกา เตรียมส่งคืนไทย โดยคาดว่าจะมาแตะรันเวย์ในกลางเดือนพฤษภาคมนี้

ฟังฟรีตั้งแต่บ่ายโมง ยิงยาวถึง 16.00 น. ท่ามกลางหลากหลายคำถามที่ยังไม่เคลียร์ ชวนให้ตั้งสมมติฐานต่างๆ นานา พาให้ถกเถียง พิสูจน์ทราบซึ่งหลักฐานในเชิงวิชาการ ตั้งแต่ประเด็นพื้นฐานที่ว่า สุดท้ายแล้ว ‘โกลเด้น บอย’ คือใคร?

ไปจนถึงข้อสงสัยว่า ประติมากรรมดังกล่าว คือ ‘ของปลอม’ หรือไม่?

หนึ่งในนักวิชาการที่แม้ไม่ได้ร่วมเวที ทว่าเพิ่งไปอัด ‘พอดแคสต์’ ในประเด็นดังกล่าวให้ ‘ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์’ ไปหมาดๆ คือ รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

Advertisement

พยักหน้ายืนยัน ‘เห็นพ้อง’ กับมุมมองของ ดร.ทนงศักดิ์ ที่เคยให้สัมภาษณ์มติชนว่า ของจริงแท้แน่นอน! ด้วยเหตุผลด้านรูปแบบศิลปะที่ว่า ‘เป๊ะ’ รวมถึงปากคำของคนท้องถิ่นอันเป็นประจักษ์พยานในการขุดขายฝรั่งไปในสนนราคาแค่ล้านเดียวเมื่อ พ.ศ.2518

ส่วนประเด็นที่ว่าเป็นของ ‘ก๊อบเกรดเอ’ โดยเลียนแบบจากประติมากรรมที่ ‘ปราสาทสระกำแพงใหญ่’ ศรีสะเกษ หรือไม่นั้น

ดร.ทนงศักดิ์ยืนยันว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เพราะโกลเด้น บอย ถูกพบตั้งแต่ พ.ศ.2518 มีการซื้อขายออกนอกประเทศก่อนการขุดพบโบราณวัตถุที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่ เมื่อ พ.ศ.2532

พูดง่ายๆ คือ ของที่เจอก่อน จะมาเลียนแบบของที่เจอทีหลังได้อย่างไร ?

โกลเด้น บอย (ภาพจาก www.metmuseum.org)

ในขณะที่ รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ก็มีความเห็นไม่แตกต่างกัน โดยหยิบยกประวัติการรับมอบของทางพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐ

“ผมไม่คิดว่าโกลเด้น บอยเป็นของทำเทียมเลียนแบบ เพราะตามประวัติ THE MET ได้รับมอบเมื่อ พ.ศ.2531 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาก่อนที่จะขุดพบประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ อีกทั้งรูปแบบศิลปกรรมมีลักษณะถูกต้องตามแบบแผนศิลปะเขมร” รศ.ดร.รุ่งโรจน์เสริมเหตุผลให้ยิ่งหนักแน่น

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ประวัติศาสตร์ท่านนี้ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับแนวคิดที่ ดร.ทนงศักดิ์ รวมถึงภัณฑารักษ์ที่ THE MET ซึ่งเผยแพร่ข้อเขียนในเอกสารของพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวตั้งแต่ ค.ศ.1989 ว่าโกลเด้น บอย คือ พระรูป พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 กษัตริย์กัมพูชา

เตรียมเขียนบทความแจงข้อมูลขยี้ประเด็นเน้นๆ นับสิบหน้าตีพิมพ์เผยแพร่เร็วๆ นี้ ลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์นี้

ก่อนชาวโลกจะได้อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม มาแย้บถามชิมลางถึงเหตุผลที่มั่นใจ ยืนเด่นโดยท้าทาย ว่า (ทำไม) โกลเด้น บอย จึงไม่ใช่พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 รวมถึงพระศิวะ ดังที่เคยมีผู้สันนิษฐานมาก่อนหน้า?

⦁ ทรงผมเป็นเหตุ สังเกตได้! ปัดตก ‘พระศิวะ’
ยกเทียบประติมากรรม ‘ปราสาทสระกำแพงใหญ่’

ก่อนอื่น รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ทบทวนวรรณกรรมตามธรรมเนียมทุกประการ เริ่มจากการอ้างถึงข้อเสนอของ M. Lerner นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวอเมริกัน อดีตภัณฑารักษ์ประจำ THE MET ที่เชื่อว่าโกลเด้น บอย คือ ‘รูปสนองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6’ หรือประติมากรรมรูปเสมือนพระราชาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ทำนองเดียวกันกับพระบรมบูรพมหากษัตริย์ในปัจจุบัน โดยให้เหตุผลไว้ว่า เพราะประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้แสดงสัญลักษณ์อะไรที่จะสามารถบ่งบอกว่าเป็นเทวะองค์ใดของศาสนาที่มาจากชมพูทวีป อีกทั้งถ้าเป็นสามัญชนจะมีประติมากรรมสำริดรูปเหมือนได้อย่างไร พิจารณาจากประติมากรรมองค์นี้มีเครื่องประดับย่อมจะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดา ประกอบรูปแบบของประติมากรรมจัดอยู่ศิลปะเขมรแบบบาปวน

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.รุ่งโรจน์มองว่า ข้อมูลการค้นพบตำแหน่งที่พบประติมากรรมชิ้นนี้และบริบทของหลักฐานที่พบร่วมมีข้อจำกัดมาก ทราบเพียงแต่ว่าพบที่บ้านยาง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ (อ้างอิงจากหนังสือ Khmer Gold Gift for the Gods โดย E. C. Bunker, D A.J. Latchford, 2008) จึงเกิดข้อกังขาว่าโกลเด้น บอยจะเป็นรูปสนองพระองค์พระราชาได้หรือไม่ ที่สำคัญคือศิลปกรรมของประติมากรรมชิ้นนี้จะสามารถตีความว่าเป็นพระรูปของพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ได้จริงหรือ?

ทว่าข้อกังขาแรกตกไป ด้วยเหตุผลที่ รศ.ดร.รุ่งโรจน์เทียบเคียงเองว่า ถ้าประติมากรรมจากปราสาทสระกำแพงใหญ่เป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 (ตามข้อสันนิษฐานของตนเองโดยมีรายละเอียดมากมาย) ดังนั้น โกลเด้น บอย ก็มีสิทธิที่จะเป็นพระรูปสนองพระองค์ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการที่ประติมากรรมดังกล่าว ทรงศิราภรณ์ ไม่ไว้ผมทรงชฎามงกุฎอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘พระศิวะ’ แต่อย่างใด

ประติมากรรมพบที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ศรีสะเกษ ถูกตั้งคำถามว่าเป็นต้นแบบ ‘ทำเทียม’ ให้โกลเด้น บอย หรือไม่

⦁ ‘รูปเสมือน’ สร้างหลัง ‘สิ้นพระชนม์’
เช็กศักราช เทียบศิลปะ ‘ชัยวรมันที่ 6’ จึงไม่เมกเซนส์!

“จากข้อเสนอของ M. Lerner ที่ว่าโกลเด้น บอยเป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ผมกลับมีความเห็นแตกต่างออกไป

ประเด็นแรก คือ ถ้าเป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 จริงก็ควรหล่อขึ้นหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ซึ่ง ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ (นักวิชาการชาวฝรั่งเศส) เคยเสนอว่า จากข้อความในจารึกปราสาทแปรรูป กัมพูชา พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ขึ้นเสวยราชสมบัติในมหาศักราช 1002 (พ.ศ.1623) และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 เป็นผู้เสวยราชสมบัติสืบต่อจากพระองค์ ใน พ.ศ.1651 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เชื่อได้ว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ก็ควรที่จะสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ.1651 ซึ่ง ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนักประวัติศาสตร์ศิลปะได้จัดให้อยู่ช่วงศิลปะแบบนครวัดตอนกลาง แต่โกลเด้น บอยจัดอยู่ในศิลปะเขมรแบบบาปวนตอนปลาย” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ยิงหมัดตรง จี้จุดไปที่ ‘รูปแบบ (ประวัติศาสตร์) ศิลปะ’

จากนั้น ยกอีกเหตุผลมาหนุนเสริม นั่นคือ ภาพจำหลักพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 บริเวณระเบียงคดชั้นนอกด้านทิศใต้ปีกตะวันตกของปราสาทนครวัด กัมพูชา จารึกที่สลักอยู่ข้างรูปมีการออกพระนาม ‘ปรมวิษณุโลก’ ซึ่งเป็นพระนามหลังสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เช่นเดียวกับจารึกที่กล่าวถึงการสถาปนาพระรูปสนองพระองค์อื่นๆ อาทิ จารึกที่ปราสาทบริวารในปราสาทบายน และปราสาทบันทายฉมาร์ ในแดนกัมพูชา ล้วนแต่เป็นบรรพชนที่ลาลับดับสูญหรือพระญาติวงศ์ที่วางวายสิ้นชีพ รวมถึงที่ระเบียงคดด้านทิศใต้ปีกทิศตะวันตกของปราสาทนครวัดที่มีรายชื่อชนชั้นสูงที่โดยเสด็จพระปรมวิษณุโลก

“ส่วนพระรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปรางค์พรหมทัต ปราสาทพิมาย ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแกะขึ้นในขณะยังมีพระชนม์หรือไม่ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าพระองค์มีพระชนม์คงไม่บัญชาให้แกะรูปสนองพระองค์มาตั้งอยู่บนฐานรูปเคารพแล้วมาประดิษฐานเป็นแน่

อีกทั้ง ถ้าคิดว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 สร้างประติมากรรมชิ้นนี้คือพระรูปสนองพระองค์เพื่อเป็นการประกาศอาณาบารมีของพระองค์ในขณะที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ เหตุใดจึงไม่สร้างรูปที่เกี่ยวข้องกับในศาสนา ดังพระเจ้าชัยวรรมันที่ 7 สถาปนาพระชัยพุทธมหานาถ

ด้วยเหตุนี้เราจะมั่นใจได้เพียงใดว่าโกลเด้น บอย คือ ประติมากรรมสนองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ขณะมีพระชนม์ชีพ”

วิษณุบรรทมสินธุ์ จากปราสาทแม่บุญตะวันตก กัมพูชา คิ้ว ตา หนวด ‘เซาะร่อง’ เหมือนโกลเด้น บอย

⦁ สบพระเนตร จ้องผ้านุ่ง ค้นลึกเขมร-ไทย
‘อุทัยทิตยวรมันที่ 2’ คือคำตอบ

ส่วน ประเด็นที่สอง รศ.ดร.รุ่งโรจน์เผยว่า ในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานด้านจารึกที่กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ว่าทรงสถาปนาศาสนสถานแห่งใด อันจะนำไปสู่ข้อวินิจฉัยว่ารูปแบบศิลปกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของพระองค์เป็นเช่นใด

อย่างไรก็ตาม ข้อความในจารึกปราสาทหินพิมาย 3 ซึ่งเป็นจารึกที่กรอบประตูโคปุระด้านทิศใต้หน้าปราสาทระบุว่า มหาศักราช 1034 (ตรงกับ พ.ศ.1655) มีการอุทิศรูปเคารพให้เป็นบริวารของรูปเคารพประธาน แสดงว่าปราสาทประธานของปราสาทหินพิมายน่าจะเสร็จสิ้นก่อนหน้านั้น นั่นคือช่วงรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 นั่นเอง

“ดังนั้น ถ้าโกลเด้น บอย เป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ก็ควรมีลักษณะของการนุ่งผ้าและกรองศอที่มีลักษณะใกล้เคียงกับภาพจำหลักที่ปราสาทหินพิมาย แต่เมื่อพิจารณาภาพพระโพธิสัตว์วัชรปาณีที่เสาประดับฝาผนังด้านทิศใต้ของมณฑปด้านหน้าปราสาทประธาน จะพบว่าไม่ได้นุ่งผ้าที่มัดปมผ้าที่กึ่งกลางหน้าท้องและขอบผ้าด้านหน้าเว้าต่ำกว่าด้านหลัง อีกทั้งกรองศอของพระโพธิสัตว์ก็เป็นแถบสามเหลี่ยมขนาดใหญ่

(ซ้าย) ประติมากรรมพระโพธิสัตว์พระวัชรปาณีที่เสาประดับฝาผนัง ด้านทิศใต้ของมณฑปปราสาทหินพิมาย (ขวา) พระไตรโลกยวิชัยและบริวารบนทับหลังด้านทิศตะวันออกของห้องครรภคฤหะปราสาทหินพิมาย

ขณะที่โกลเด้น บอยมีรูปแบบการผ้านุ่ง กรองศอ รวมถึงการเซาะร่องที่คิ้ว ลูกตา และหนวดเหมือนกับประติมากรรมจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ ศรีสะเกษ และประติมากรรมพระวิษณุบรรทมสินธุ์จากปราสาทแม่บุญตะวันตก ในกัมพูชา อีกทั้งที่ชายผ้าด้านหลังก็เป็นรูปผีเสื้อซึ่งเหมือนกับชายผ้าด้านหลังของประติมากรรมจากปราสาทเบง ในกัมพูชา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะเขมรแบบบาปวน

รายละเอียดของผ้านุ่งที่เว้าต่ำต่ำกว่าขอบด้านหลังของประติมากรรมสำริดที่จุดพบที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ศรีสะเกษ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เชื่อได้ว่าประติมากรรมทั้ง 3 นี้มีอายุร่วมสมัยกันคือมีอายุอยู่ในต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นระยะเวลานาน

ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่โกลเด้น บอย อาจเป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ประเด็นนี้ต้องขอตัดออกไป เพราะลักษณะพระพักตร์และขนาดความสูงมีความแตกต่างกับประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่อย่างชัดเจน

ผมจึงขอเสนอว่าโกลเด้น บอย ควรที่จะเป็นพระรูปสนองพระองค์พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 พระโอรสของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.1609 อันเป็นช่วงระยะเวลาที่สอดคล้องกับรูปแบบงานศิลปกรรมของประติมากรรมโกลเด้น บอย” รศ.ดร.รุ่งโรจน์สรุปรวบตึง

ดีเทลยิบย่อย ทว่า สำคัญยังมีอีกมหาศาลในบทความที่มีความยาวกว่า 6,000 คำ เตือนให้เตรียมขยี้ตาอ่านเต็มๆ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้

GOLDEN BOY UNIVERSE

-สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา ‘ตามหา Golden Boy เทพแห่งที่ราบสูง?’ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคมนี้ ที่ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด 13.00-16.00 น. เข้าร่วมฟรี!

พบกับ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หนึ่งในคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย และ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร

สอบถามรายละเอียดและจับจองที่นั่ง โทร 0-2580-0021-40 ต่อ 1206, 1220 หรือส่งข้อความผ่านเฟจเฟซบุ๊ก Silpawattanatham-ศิลปวัฒนธรรม

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2567 อ่านบทความเด็ด เผ็ช เข้ม จาก รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกุล และอื่นๆ ที่รสแซ่บไม่แพ้กัน

ศิลปวัฒนธรรมพอดแคสต์ จัดเต็ม 3 มิติ โกลเด้น บอย กลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนมีนาคมนี้