สุริยเทพ เมืองศรีเทพ โลกแบน สู่โลกกลม

สุริยเทพ เมืองศรีเทพ
โลกแบน สู่โลกกลม

เมืองศรีเทพ พบประติมากรรมรูปสุริยเทพ 5 องค์ มากที่สุดในไทย เป็นหลักฐานแสดงว่าเมืองศรีเทพให้ความสำคัญมากต่อการบวงสรวงบูชาพระสุริยเทพ

สุริยเทพ เป็นเทวดาแห่งแสงสว่างและดวงอาทิตย์ที่มีพลังอำนาจบันดาลความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร สะท้อนความไม่แน่นอนของฟ้าฝน คนส่วนใหญ่ของเมืองศรีเทพไม่มั่นคงในการทำมาหากิน ที่พึ่งพาธรรมชาติ “นาทางฟ้า” ต้องบนบานขอจาก สุริยเทพ

สมัยนั้นเชื่อว่า “โลกแบน” ไทยรับคติไตรภูมิว่าดวงอาทิตย์หมุนรอบเขาพระสุเมรุจากอินเดีย

Advertisement

ความรู้เรื่อง “โลกแบน” ของคนทั้งโลก เป็นฐานความรู้ให้นักค้นคว้าสากลใช้งานแสวงหาความรู้เพิ่มเติม จนค้นพบสมัยหลังว่า “โลกกลม” จากนั้นส่งต่อความรู้ “โลกกลม” ถึงประเทศไทย ว่าสุริยจักรวาลมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

พระอาทิตย์ คือเทวดาของจักรวาล (1.) กำเนิดแสงสว่าง (กลางวัน) ขจัดความมืดมิด (กลางคืน) (2.) กำเนิดความอบอุ่น ขจัดความหนาวเย็น (3.) กำเนิความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร ขจัดความหิว (4.) กำเนิดการหมุนเวียนของวัน, เดือน, ฤดูกาล, ศักราช

สุริยเทพ มาจากความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ เทพ มีอำนาจเหนือธรรมชาติ [ผี มีอำนาจเหนือธรรมชาติ] มนุษย์สร้างขึ้น สัญลักษณ์ของอำนาจควบคุมเวลา

สุริยเทพ เมืองศรีเทพ

สุริยเทพ รูปสลักหินพบที่เมืองศรีเทพ (. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) 5 ภาพ จากหนังสือ ศรีเทพ ทวารวดี ราชธานีแห่งแรกของสยาม ของ ศาสตราจารย์ ดร. พิรยะ ไกรฤกษ์ (พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2564 หน้า 64-69)
(ภาพขวาสุด) อยู่มิวเซียมในสหรัฐฯ (ภาพจาก Facebook เพจ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ)

สุริยเทพ “เทวดาสากล”

5,000 ปีมาแล้ว (1.) ลัทธิบูชาไฟเป็นสากล อินเดียพื้นเมืองบูชาไฟ ตามล่าหาไฟ (2.) นับถือ “เทพแห่งดวงอาทิตย์” โดยอารยันเปอร์เซีย (อิหร่าน)

3,000 ปีมาแล้ว “เทพแห่งดวงอาทิตย์” แผ่จากอารยันเปอร์เซียเข้าถึงอินเดีย ต่อไปคือ สุริยเทพ

มงคลชีวิตสำคัญของชาวอินเดียผู้นับถือในพระสุริยเทพ มักเชื่อว่าจะต้องตื่นนอนในยามรุ่ง เพื่อเฝ้ามองดูพระอาทิตย์สอดส่องแสงแรกแห่งวันทั้งพร้อมกล่าวคำสรรเสริญ และกระทำเช่นเดียวกันในยามเย็นเพื่อเป็นการอำลาแสงอาทิตย์สุดท้ายแห่งวัน เพื่อเฝ้ารอการเริ่มต้นใหม่ในวันถัดไป

คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง (มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม) อธิบายดังต่อไปนี้

สุริยเทพในศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ ของโลก บางวัฒนธรรมของโลกมีสุริยเทพองค์เดียว บ้างก็มีหลายองค์ เพื่อแสดงถึงแง่มุมต่างๆ ของดวงอาทิตย์ เช่น อรุณ, การสรรค์สร้าง (การก่อกำเนิด), การปกป้อง ฯลฯ

อียิปต์ มีเทพชื่อ รา (Ra, god of the Sun), อตุม (Atum) หรือสายัณห์สุริยา, อมุน (Amun) สฤษฏิสุริยา หรือเทพผู้สรรค์สร้าง ฯลฯ

กรีกโรมัน มี เฮลิออส (Helios) และอพอลโล (Apollo)

เปอร์เซีย (อิหร่าน) มีพระมิตราหรือมิถรา (Mithra) และ Hvare-khshaeta

อเมริกา ได้แก่ เผ่ามายัน และ แอซเตก ก็มีสุริยเทพหลายองค์ เช่น Ah Kin, Kinich Ahau, Nanahuatzin, เป็นต้น

จีน มีไท่อิ๋วเซ่งกุน คือพระอาทิตย์ตามคติชาวบ้าน ยังมีเทพพระอาทิตย์ในศาสนาเต๋า และสุริยประภาโพธิสัตว์ บริวารของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าตามคติพุทธมหายาน

ญี่ปุ่น มี อามาเตระสึ (Amaterasu) ในศาสนาชินโตของญี่ปุ่นก่อนรับศาสนาจากจีนที่ต่างจากสุริยเทพในคติอื่นๆ คือเป็นสุริยเทวี ไม่ใช่บุรุษเทพ

อินเดีย มี สุริยะ, อาทิตยะ, สวิตฤ, อารยมาน, มรีจิ, มิตระ ฯลฯ

นอกจากนี้ไม่ว่าชนเผ่าต่างๆ ล้วนมีการนับถือสุริยเทพทั้งสิ้น ไม่สามารถนำมากล่าวได้หมดในที่นี้

จักรแก้วรูปทรงกลมที่จำลองดวงอาทิตย์ หมายถึงอำนาจของจักรพรรดิราช (ภาพพระจักรพรรดิราช จำหลักศิลา พบที่เมืองชัคไคยยะเปตะ ในรัฐอานธรประเทศ ประเทศอินเดีย เรือน พ.. 200-400)

พระจักรพรรดิราช หรือ “จักรวาทิน” อยู่ตรงกลาง ซึ่งรายรอบด้วยแก้ววิเศษทั้งเจ็ดประการ คือสัญลักษณ์ของพระมหาจักรพรรดิแห่งโลก ได้แก่ จักรแก้ว, ช้างแก้ว, ม้าแก้ว, ขุนพลแก้ว, เสนาแก้ว, ชายาแก้ว และท้ายที่สุดคือรัตนะอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งสลักแทนด้วยรูปสี่เหลี่ยมประดับอยู่ที่ส่วนยอดของเสา (มุมขวาบนของภาพ)

(ภาพจาก : Susan L. Huntington. The Art of Ancient India. Hong Kong : Weatherhill, 1999, fig. 5.36.)

ดวงอาทิตย์ มีสัณฐานกลมเหมือนจักร หรือกงล้อ, วงล้อ คัมภีร์ฤคเวท (3,000 ปีมาแล้ว) ระบุว่าพระอาทิตย์คือจักรลอยบนฟ้า

จักร หรือวงล้อถูกใช้เป็นสัญลักษณ์หมายถึงดวงอาทิตย์, แสงสว่าง, สุริยเทพที่มีพลังอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด

วงล้อ หรือ จักร ที่มีดุมอยู่ตรงกลาง และมีซี่ล้อ (หรือกำ ซึ่งเป็นสิ่งตรึงระหว่างดุมกับขอบล้อ) ถูกใช้ทางศาสนาพุทธเรียกธรรมจักร

ธรรมจักร คือ จักร หรือวงล้อมีซี่กำโดยรอบ ตั้งบนเสาสูงอยู่กลางแจ้ง มีความหมายหลายอย่าง ได้แก่

(1.) สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา หมายถึงพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าแผ่ปกไปทั่วจักรวาล (โลกแบน) ดังแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างไปทุกหัวระแหง

(2.) สัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจเหนือผู้ใดในจักรวาล ดุจ “จักรพรรดิราช” ซึ่งหมายถึงพระเจ้าอโศกที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สถาปนาธรรมจักรตั้งบนเสาสูง

(ซ้าย) ธรรมจักร, แท่น และเสาทรงแปดเหลี่ยม (ทำเลียนแบบสมัยพระเจ้าอโศก) ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
(กลาง) ลายเส้นแสดงธรรมจักรประดิษฐานบนยอดเสา
(ขวา) พระสุริยเทพ ​บนธรรมจักร​ ได้จากเทวสถาน กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) คนแคระสถิตอยู่เส้นขอบฟ้า (ความเชื่อของพราหมณ์) ดังนั้นสิ่งที่เหนือคนแคระคือลอยบนอากาศ

สุริยเทพในไทย

(1.) สมัยการค้าระยะไกลทางทะเล 2,500 ปีมาแล้ว เรือน พ.. 500 อินเดียเรียก “สุวรรณภูมิ” เริ่มแลกเปลี่ยนความรู้สุริยเทพ แต่ไม่พบหลักฐาน

(2.) สมัยการค้าโลกเริ่มแรก 1,500 ปีมาแล้ว เรือน พ.. 1000 ไทยเรียก “ทวารวดี” รับความเชื่อเทพแห่งดวงอาทิตย์ สุริยเทพ คือเทวดาแห่งแสงสว่าง และดวงอาทิตย์ที่มีพลังอำนาจเหนือจักรวาล จึงถูกใช้งานแสดงอำนาจการเมือง

โลก หรือ จักรวาล

โลกหรือจักรวาล สัณฐานแบน มีแกนกลางเป็นเขาพระสุเมรุ และมีดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์ โคจรรอบเขาพระสุเมรุ ฯลฯ ถูกถ่ายทอดตั้งแต่ทวารวดี ถึงอโยธยาอยุธยา

ต่อมารู้จักในชื่อไตรภูมิ (ไตรภูมิพระร่วง) ฐานความรู้สมัยใหม่เรียกภูมิศาสตร์ โลกคือจักรวาลอันหนึ่งอันเดียวกัน (ไม่แยก) เขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของโลก (จักรวาล) ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, ดวงดาว โคจรรอบเขาพระสุเมรุ เป็นส่วนหนึ่งของโลก (จักรวาล)

โลก (จักรวาล) สัณฐานแบน ที่มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง, มีวิมานเทวดาอยู่เหนือพระสุเมรุ, มีภูเขาบริวาร, มีนทีสีทันดร, มีทวีปทั้ง 4, มีป่าหิมพานต์, มีสวรรค์, มีนรก, ฯลฯ จินตนาการของช่างเขียนจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์หลายวัด

[ประมวลโครงสร้างหลัก โดย สน สีมาตรัง (มหาวิทยาลัยศิลปากร) จากหนังสือ ไตรภูมิกถา ฉบับถอดความ โดยคณะทำงานโครงการวรรณกรรมอาเซียน พ.. 2528 หน้า 256]

ความรู้สากล

สุริยเทพเข้าถึงไทย หมายถึงความรู้สากลมาถึงแล้วในครั้งนั้น ได้แก่ กำหนดเวลาของ วัน, (เดือน), ปี ที่มีแบบแผน เรียก ปฏิทิน

วัน สัปดาห์ มี 7 วันตามลำดับ อาทิตย์, จันทร์, ฯลฯ เดือน มี 30 วันโดยเฉลี่ย ปี มี 12 เดือน ตามลำดับชื่อ มกราคม, กุมภาพันธ์ ฯลฯ ราศี หมายถึง ดวงอาทิตย์โคจรผ่านดาว 12 หมู่ และดาวหมู่หนึ่งเรียกราศีหนึ่ง (ดวงอาทิตย์ผ่านดาวหมู่ใด ก็เรียกชื่อราศีตามกลุ่มตาวนั้น เช่น ราศี มีน, ราศีเมษ, ราศีพฤษภ เป็นต้น หมู่ดาวรูปแกะเรียกว่าเมษ-(.) เมื่อดวงอาทิตย์ผ่านดาวรูปแกะ เรียกว่าราศีเมษ เป็นมหาสงกรานต์ ไทยรับมาเรียก “สงกรานต์”)

เลขศูนย์ (0) – ปฏิวัติทางคณิตศาสตร์ ในประวัติของคณิตศาสตร์ นั่นคือการใช้เลข 0 ในระบบเลข “ฐาน 10” จากอินเดีย ทำให้การเขียนตัวเลขและการคำนวณทดไปเรื่อยๆ อย่างเป็นระบบจาก 10 100 1,000 ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งต่างจากความรู้ทางคณิตศาสตร์ในอดีต

อียิปต์เป็นชาติแรกที่ค้นพบระบบเลข “ฐาน 10” แต่อียิปต์, โรมัน ไม่ได้ใช้เลข 0 การเขียนเลข 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ใช้สัญลักษณ์ที่ต่างกัน ไม่เป็นระบบแบบที่อินเดียใช้

ระบบคณิตศาสตร์แบบอินเดีย คือที่มาของระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

อินเดียเป็นผู้ค้นพบเลข 0 ในจารึกของอินเดียที่คุชราตตั้งแต่ ค.. 595 โดยปรากฏเลข 1-9 และ เลข 0

ต่อมาอาหรับนำเลข 0 ไปใช้ และเผยแพร่ในโลกตะวันตก จึงทำให้เข้าใจว่าอาหรับเป็นผู้ค้นพบ และเรียก “เลขอารบิก”

ปัจจุบันเรียกรวมว่า “ระบบเลขฮินดูอารบิก” (Hindu-Arabic System)

พิธีกรรม

งานเทศกาลในอินเดียที่จัดขึ้นเพื่อสรรเสริญและบูชาพระสุริยะ มักกระทำราวปีละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบอินเดียใต้ในหมู่ชาวทมิฬ ซึ่งได้จัดเป็นเทศกาลสำคัญเรียกว่า “ปงคัล” (Pongal) โดยเริ่มกระทำพิธีในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวและพืชพันธุ์ ในวันอาทิตย์แรกของเดือนสาม หรือมีนาคม เพื่อความเป็นมงคลในการเพาะปลูกใหม่ในฤดูกาลหน้า

ปงคัล (Pongal) หมายถึง เริ่มใหม่, ตั้งต้นใหม่ เทศกาล บวงสรวงสุริยเทพของทมิฬ อินเดียใต้ กำหนด มกราคม ของทุกปี พิธีกรรม มีหลายขั้นตอน ดังนี้

(1.) หุงข้าวใหม่ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่

(2.) บวงสรวงสุริยเทพด้วยข้าวใหม่ที่หุงแล้วเป็น “ข้าวเปียก” หุงใส่นม

และเนย

(3.) เลี้ยงวัวควายด้วยข้าวใหม่ จากของถวายสุริยเทพ (วัวควายที่เข้าพิธีต้องอาบน้ำชำระร่างกาย และประดับประดาด้วยกระดาษสีต่างๆ)

แผ่ถึงอโยธยาอยุธยา ในกฎมณเฑียรบาล พระราชพิธีเฉวียนพระโคกินเลี้ยง เดือนอ้าย (ธันวาคมมกราคม) เป็นพิธีกรรมที่พระเจ้าแผ่นดินรับมาทำเพื่อการเมืองการปกครองอโยธยาอยุธยา

โลกกลม

พระอาทิตย์บนผนังหลังพระประธานในพระอุโบสถวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ
(ภาพจากหนังสือ ถอดรหัส ภาพผนัง พระจอมเกล้าขรัวอินโข่ง โดย วิไล ยังรอต และ ธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์ สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส 2559 หน้า 188)

วัดบรมนิวาส แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ
(ที่มา : https://www.nstda.or.th/sci2pub/mystery-of-the-stars-in-wat-boromniwat/)

โลกกลม ถึงไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่มาก แสดงออกดังนี้

(1.) จิตรกรรมวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ แผ่นดิน ร.4

(2.) หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ตั้งแต่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ จนถึงภูมิศาสตร์ และศาสนา โดยเฉพาะโลกกลม (ลอยในอากาศบนฟ้า) ไม่ได้แบนเหมือนใบบัวลอยน้ำ มีปลาอนนต์หนุนข้างใต้ (หรืออึ่งอ่างหนุนตามความเชื่อจีน)

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image