#นิรโทษกรรมประชาชน ดีเดย์ 1 กุมภา ถึงวาเลนไทน์

1.02.24 | 12:21 น.
#นิรโทษกรรมประชาชน ดีเดย์ 1 กุมภา ถึงวาเลนไทน์

#นิรโทษกรรมประชาชน
ดีเดย์ 1 กุมภา ถึงวาเลนไทน์

‘ยืนหยุดนิ่ง’ กลางแยกราชประสงค์ ส่งสัญญะนับหนึ่งทวง ‘นิรโทษกรรมประชาชน’ เมื่อ 29 ม.ค.

เปิดตัวสุดปังกลางแยกราชประสงค์ #นิรโทษกรรมประชาชน โดยภาคประชาชน เพื่อประชาชน เมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

ผนึกกำลังระหว่าง กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ (Freedom of Kasetsart Group) ทะลุวัง ทะลุแก๊ซ และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน

นัดหมายเช็กอินโลเกชั่นจากแยกราชประสงค์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินขบวนเข้าไปภายในขบวนรถไฟฟ้าสถานีสยามใจกลางเมือง ยิงยาวถึงหมอชิต

เริ่มนับหนึ่งการเคลื่อนไหวด้วยการ ‘ยืนหยุดนิ่ง’ ชั่วขณะ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แจกกระดาษมีข้อความ ‘นิรโทษกรรมประชาชน’ พร้อมริบบิ้นสีขาวบริสุทธิ์

Advertisement

สื่อสารผู้คน ถึง ‘ชนชั้นนำ’
ย้ำสิทธิ-เสรีภาพแค่เห็นต่าง
ต้องไม่ติดคุก

กรกช แสงเย็นพันธ์

กรกช แสงเย็นพันธ์ ตัวแทนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) เปิดใจระหว่างเดินขบวนว่า จุดประสงค์ในการจัดกิจกรรมวันนี้ เพราะอยากชวนประชาชนทุกคนออกมาร่วมสนับสนุน ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

“อยากให้ทุกคนพูดถึงประเด็นนี้ ให้ร่วมมองเห็นกันว่าตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องการกำกับเสรีภาพ แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้วก็ตาม ปัจจุบันยังมีบุคคลต่างๆ ประชาชนที่ได้ผลกระทบจากคดีทางการเมือง และการแสดงออกทางความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับรัฐ

ข้อเรียกร้องคือ ขอให้มีการนิรโทษกรรมตามร่างที่จะเสนอเข้าสู่สภา ในช่วงเวลา 1-2 เดือนข้างหน้า โดยเราต้องการนิรโทษกรรมตั้งแต่ 2549-ปัจจุบัน รวมคดีที่เกี่ยวข้องกับเจตนารมณ์ที่ประชาชนต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นประเด็นทางการเมืองกับระบอบประชาธิปไตย มีทั้งคดีมาตรา 112 ทั้งการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ ทั้งสิ้น” กรกชกล่าว

ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การนำประเด็นนิรโทษกรรมมาตีโป่ง จะเป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมนั้น นักกิจกรรมท่านนี้มองว่า ‘ไม่ใช่เลย’

“ในแง่ที่มีคนบอกว่าการนิรโทษกรรมทำให้ทุกฝ่ายต้องมาทะเลาะกัน เราอาจจะต้องช่วยกันทำความเข้าใจว่าไม่ใช่ เพราะมันเป็นเรื่องของการยอมรับว่าคนอื่นมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกับคุณ และเรากำลังสื่อสารกับชนชั้นนำว่า คุณต้องยอมรับว่านี่คือการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

หากชนชั้นนำยอมรับว่าทุกคนมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน เราจะไม่เห็นใครเดินเข้าคุกและถูกดำเนินคดีแน่นอน แต่พอสถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราก็ต้องบังคับโดยผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน” กรกชอธิบาย ก่อนเดินเข้าพูดคุยกับผู้สัญจรผ่านไปมาย่านสยามสแควร์เพื่อสร้างความเข้าใจ

นักกิจกรรมอิสระสวมเสื้อไข่แมว ถือกรงขัง

หวังยกแพค ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’
ถ้า 2 พรรคเอาด้วย ช่วยกฎหมายผ่านแน่!

อีกหนึ่งแกนนำแนวร่วมอย่าง ธนพร วิจันทร์ หรือ ‘ไหม’ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนผู้ถูกปัดตก จากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไปอย่างน่าเสียดาย เผยว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่เราจะเปิดการสื่อสารกับพี่น้องภาคประชาชนให้ได้รับรู้ว่าพวกเราเครือข่ายนิรโทษกรรมฯ กำลังจะเคลื่อนไหวเปิดแคมเปญในช่วงวันที่ 1-14 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

“วันนี้เราจะมาสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้ได้รับรู้ว่าเรากำลังรณรงค์เรื่องนิรโทษกรรมประชาชน ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาทางการเมืองยังถูกดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อรัฐบาลพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ การแสดงความคิดเห็น จึงเป็นโอกาสดีที่เราอยากให้พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมรัฐบาลพูดถึงเรื่องนี้ในขณะที่คดีทางการเมืองมันไม่ได้หยุด มันถูกดำเนินการต่อ ประชาชนมีค่าใช้จ่ายจากการถูกดำเนินคดีเหล่านี้

“เราคิดว่าคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมา เขาอยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้ทำให้ประเทศนี้เสียหาย วันนี้เรามีรัฐบาลใหม่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยในช่วงหาเสียง ก็พูดชัดเจนถึงเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ และเคารพการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง เราจึงคิดว่า แล้วพรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร วันนี้เราจึงมาสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะเริ่มแล้ว โดยภาคประชาชนจะเริ่ม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งมีความแตกต่างจากหลายพรรคการเมืองที่จะยื่นมา โดยมีเรื่องเกี่ยวกับคดีมาตรา 112 เราคิดว่าเสียงของพวกเราจะส่งถึงพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลที่เป็นเสียงข้างมากในรัฐสภา

ถ้า 2 พรรคนี้เอาด้วย เขามีความชัดเจนเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง กฎหมายผ่านแน่นอน โดยที่เราไม่ต้องไปหวังพึ่งพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ

“วันนี้ถึงเวลาแล้วพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แม้พรรคก้าวไกลจะอยู่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มันต้องเห็นตรงกันว่านิรโทษกรรมมีความสำคัญต่อประชาชน คนรุ่นใหม่ที่โดนคดีเขาสูญเสียอะไรมากมาย บางคนเรียนจบมาแล้วก็ยังหางานทำไม่ได้” ไหม
ธนพรกล่าว พร้อมย้ำว่า ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

“รัฐสภาเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการพูดเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของประชาชนที่เขาไม่ควรถูกดำเนินคดีอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่าง

“วันนี้ภาคประชาชนจะมีการร่วมลงรายชื่อ เพื่อที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภา และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพวกเราประชาชน ขอให้มีการนิรโทษกรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาทางการเมือง หรือผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ต้องรวมอยู่ใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วย

“ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองต่างๆ ก็ยังไม่มีนิรโทษกรรมกับผู้ต้องหาคดีการเมือง และมาตรา 112 วันนี้พวกเราเครือข่ายนิรโทษกรรมภาคประชาชน พวกเราจะมีการเสนอร่างชื่อเพื่อเสนอกฎหมายของพวกเราเข้าสภา วันนี้เรามาเพื่อรณรงค์ต่อพี่น้องประชาชน” ตัวตึงแห่งเครือข่ายแรงงานทิ้งท้าย

(จากซ้าย) ธนพร วิจันทร์ และ เจษฎา ศรีปลั่ง

1-14 กุมภาฯ วาเลนไทน์
จ่อหอบรายชื่อยื่นสภา

ด้าน เจษฎา ศรีปลั่ง หรือ ‘เจมส์’ แกนนำกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีที่มาร่วมด้วย เผยว่า ขณะนี้มีนักโทษการเมืองมากมายหลายร้อยคน เพียงแค่ออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงเวลาแล้วหรือยังเรามีคนมากมายถูกดำเนินคดีจาก รบ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาร่วมลงชื่อเพื่อนิรโทษกรรมประชาชน

ขณะที่ วรินทร์ทิพย์ วัชวงษ์ทวี หรือ ‘เสี่ยวเป้า’ นักกิจกรรมอิสระ สวมเสื้อไข่แมว จากเพจการ์ตูนวิจารณ์การเมือง ซึ่งเดินทางร่วมกิจกรรม นิรโทษกรรมประชาชนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการถือลวด ลักษณะคล้ายกรงขัง แสดงถึงเพื่อนและผู้ต้องหาทางการเมืองที่ถูก
จำคุกอยู่ขณะนี้

สำหรับแคมเปญผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชนให้เป็นจริง จะเปิดตัวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ยิงยาวไปถึง 14 กุมภาพันธ์

ย้อนไปเมื่อ 26 มกราคมที่ผ่านมา อานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน iLaw (ไอลอว์) เปิดเผยในงาน ‘Stand Together ครั้งที่ 4’ เพื่อผลักดันการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับประชาชนเข้าสู่รัฐสภา ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ว่าแคมเปญนิรโทษกรรมประชาชนที่ร่วมจัดทำร่างกฎหมายชื่อว่า ‘ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน’ กับหลายๆ องค์กร โดยจะใช้ช่องทางต่างๆ ที่เคยเสนอกฎหมายผ่านรายชื่อประชาชน 10,000 คน แต่แคมเปญนี้ไม่ได้มีเพียงแค่มิติทางกฎหมาย มีมิติทางการเมือง ด้านความชอบธรรม เราต้องการทุกๆ คนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน จากหนึ่งหมื่นไปให้ถึงแสนคน

“ตั้งแต่วันที่ 1-14 กุมภาพันธ์ เราอยากจะเชิญชวนทุกๆ คนมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีการยื่นหนังสือริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชนที่รัฐสภาและต่อด้วยยื่นหนังสือที่พรรคการเมืองหลายพรรค เพื่อเชิญชวนหัวหน้าแต่ละพรรครับเรื่อง

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การปราศรัยเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงรวมถึงนิรโทษกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่ มธ. ศูนย์รังสิต

จากนั้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ จะจัดกิจกรรมตามที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมตามกำหนด

ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เชิญชวนผู้ต้องหาทางการเมืองถ่ายภาพร่วมกัน ที่หน้ารัฐสภา

วันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ จะมีกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนด จวบไปถึงวันสำคัญ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก จึงอยากนำรายชื่อทั้งหมดเสนอสภาโดยเชิญหัวหน้าแต่ละพรรคการเมืองมาร่วมกิจกรรมเพื่อรับข้อเสนอ” อานนท์ ผู้จัดการไอลอว์กล่าว

นับเป็นอีกแคมเปญสำคัญที่ภาคประชาชนร่วมกันผลักดันเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝันในการนิรโทษกรรมความคิด ปลดปล่อยความเห็นต่างให้โบยบินโดยเสรีอย่างที่ควรเป็นโดยไม่ต้องร้องขออีกต่อไป

ประชาชนร่วมรณรงค์

นิรโทษกรรมทุกฝ่าย
ทันทีหลายคดีตั้งแต่ปี 2549

ข้อมูลจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ‘ไอลอว์’ ระบุว่า ‘เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน’ เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาคดีความที่คั่งค้างกับประชาชนทุกฝ่าย โดย ‘ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. … (พ.ร.บ.นิรโทษกรรม)’ เริ่มนับเวลานิรโทษกรรมตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 โดยไม่ได้แยกฝ่ายที่จะได้รับนิรโทษกรรม กล่าวคือ ทุกการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองเข้าข่ายการได้รับนิรโทษกรรมทั้งสิ้น อีกทั้งมาตรา 5 ในร่างยังระบุไว้ชัดเจนว่ามีคดีประเภทใดบ้างที่ได้รับการนิรโทษกรรมโดยทันที ได้แก่

“คดีความผิดตามประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

“คดีพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 37/2557 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 38/2557

“คดีตามฐานความผิดในมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา

“คดีตามฐานความผิดในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

“คดีตามฐานความผิดในพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

“คดีตามฐานความผิดที่เกี่ยวโยงกับข้อดังกล่าวด้านบน

ทั้งนี้ เว้นเจ้าหน้าที่รัฐ คนล้มล้างการปกครอง กล่าวคือ ยกเว้นการนิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่สลายการชุมนุมหรือกระทำการใดที่เกินกว่าเหตุ หรือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 กล่าวคือ ความผิดฐานเป็นกบฏ ซึ่งได้แก่ความผิดฐานล้มล้างรัฐธรรมนูญ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการ แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครอง

ข้อนี้เป็นจุดที่ทำให้ร่างฉบับนี้แตกต่างจากการนิรโทษกรรมที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ไทย ที่มักจะรวมเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปกับการนิรโทษกรรมประชาชนด้วย